
ชง‘คสช.’พยุงข้าวเปลือกให้กู้6.5หมื่นล.ชะลอขาย
ชง ธ.ก.ส.พิจารณายกระดับราคาข้าว เตรียมปล่อยกู้ชะลอขายช่วยพยุงราคา คาดได้ข้อสรุป 2 สัปดาห์
ชง ธ.ก.ส.พิจารณายกระดับราคาข้าว เตรียมปล่อยกู้ชะลอขายช่วยพยุงราคา คาดได้ข้อสรุป 2 สัปดาห์
นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธนาคารเตรียมเสนอมาตรการยกระดับราคาสินค้าเกษตรให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แยกเป็นสินเชื่อในโครงการชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2557/2558 วงเงินกว่า 2.5 หมื่นล้านบาท สามารถนำผลผลิตมาขอกู้เงินกับ ธ.ก.ส. ได้ 80% ของราคาผลผลิต ปล่อยกู้สูงสุดวงเงินไม่เกิน 3 แสนบาท/ราย โดยไม่เสียดอกเบี้ย 4 เดือนแรก เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2557 ถึง 30 ก.ย. 2558
ทั้งนี้ ยังรวมถึงโครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวผ่านสถาบันเกษตรกรอีก 2 หมื่นล้านบาท ใช้รับซื้อข้าวจากสมาชิกในราคาตลาดหรือสูงกว่าเล็กน้อย เพื่อช่วยพยุงราคาข้าวอีกทางหนึ่ง โดยที่ ธ.ก.ส. จะพิจารณาวงเงินร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยขณะนี้มีสหกรณ์กว่า 500 แห่งทั่วประเทศ ที่ดำเนินธุรกิจการซื้อขายข้าวในปัจจุบัน
“เตรียมเสนอ คสช. คาดว่าจะได้ข้อสรุปในอีก 2 สัปดาห์ ทั้งเรื่องวงเงินและอัตราดอกเบี้ย ที่ธนาคารจะคิดและรัฐจะชดเชย เบื้องต้นคาดว่าวงเงินสินเชื่อจะใช้เงินราว 6.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะรวมโครงการบัตรสินเชื่อเกษตรกรเข้าไปด้วย” นายลักษณ์ กล่าว
นายลัษณ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ ธ.ก.ส. ได้จ่ายเงินจำนำข้าวเปลือกปีการผลิต 2556/2557 ให้กับเกษตรกรไปแล้วกว่า 8 แสนรายเป็นเงินกว่า 9 หมื่นล้านบาท โดยยังเหลือเกษตรกร อีก 5.9 หมื่นราย หรือคิดเป็น 3.55 % ซึ่ง ธ.ก.ส.ได้ตรวจสอบข้อมูลและใบประทวนและนำเข้าระบบการจ่ายเงินคาดว่าแล้วเสร็จภายในวันที่ 22 มิ.ย.นี้
สำหรับกลุ่มเกษตรกรที่ นำข้าวมาจำนำและมีใบประทวนหลายใบ เมื่อคิดวงเงินรวมกันแล้วพบว่ามียอดเกิน 3.5 แสนบาทต่อราย ซึ่งเกินกว่าที่ธ.ก.ส.กำหนดไว้ ทำให้ต้องส่งข้อมูลให้อนุกรรมการจังหวัด ตรวจสอบร่วมกับทาง อตก. และ อคส. เพื่อยืนยันสิทธิของเกษตรกรและให้ปรับลดวงเงินลงมาให้ไม่เกิน 3.5 แสนบาทต่อราย ก่อนที่จะมีการจ่ายเงินให้ต่อไป
อย่างไรก็ดีเม็ดเงินที่ลงไปถึงมือชาวนาช่วยกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยทั้งการ บริโภคภายในครัวเรือน การชำระหนี้สินต่างๆ ส่งผลให้ภาพรวมเศรษฐกิจมีการขับเคลื่อนอย่างชัดเจน โดยคาดว่า จีดีพีของประเทศ จะเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 0.2 %







