
น้ำโขงหนุนปลาเลี้ยงช็อคตายยกระชัง
นครพนม-น้ำโขงหนุนลำน้ำสาขาปลาเลี้ยงช็อคตายยกกระชังตายวันเดียว 10 ตันเสียหายไม่ต่ำกว่า 15 ล้านบาท
นครพนม-น้ำโขงหนุนลำน้ำสาขาปลาเลี้ยงช็อคตายยกกระชังตายวันเดียว 10 ตันเสียหายไม่ต่ำกว่า 15 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. นายชินวัต ทองปรีชา ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายบริหารงานปกครอง อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ประสานงานร่วมกับนายประจักษ์ เจริญรัตน์ ประมงจังหวัดนครพนม และนายนีรมิตร วงศ์ล่าม กำนันต.ไชยบุรี นำเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบให้ความช่วยเหลือ เกษตรกรเลี้ยงปลากระชังในพื้นที่ ต.ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน หลังประสบปัญหาวิกฤตปลานิลซีพีตายจำนวนมาก กรณีฝนตกต่อเนื่องส่งผลลำน้ำโขงหนุน ลำน้ำสงคราม กระทบเกษตรกรที่เลี้ยงปลากระชังกว่า 120 ราย เดือดร้อนอย่างหนัก จากปัญหาน้ำโขงหนุนและปริมาณอ็อกซิเจนในน้ำต่ำกว่ามาตรฐาน จากปกติอยู่ที่ประมาณ 5-6 มิลลิกรัม ต่อลิตร เหลือเพียง 1-2 มิลลิกรัมต่อลิตร ทำให้นิลซีพี ขนาดตัวละประมาณ 1 กิโลกรัม ปรับสภาพไม่ทัน น็อคน้ำตาย วันเดียว มีจำนวนตายรวมกว่า 10 ตัน มูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 15 ล้านบาท เกษตรกรต้องประสบปัญหาขาดทุนหนัก โดยต้องนำมาทำปลาร้า เก็บไว้ขาย และทิ้งจำนวนมาก
นายประจักษ์ ประมงจังหวัดนครพนม กล่าวว่า เบื้องต้นได้ลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกับเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องยังไม่พบโรคระบาด แต่มีปัญหาเรื่องอ๊อกวิเจนในน้ำต่ำจากน้ำโขงหนุน ลำน้ำสงครามทำให้น้ำไม่ไหลเวียนบวกกับสภาพอากาศร้อน น้ำโขงผันผวนทำให้ระบบนิเวศเปลี่ยนแปลงจึงส่งผลกระทบต่อเกษตรกรเลี้ยงปลากระชัง ดังนั้นได้ขอความร่วมมือให้เกษตรกรงดเลี้ยงชั่วคราวในช่วงเริ่มต้นฤดูฝน ลดปริมาณการเลี้ยงในตราส่วนให้เหมาะสมกับขนาดกระชัง ลดปัญหาขาดอ๊อกซิเจนและติดตั้งเครื่องตีน้ำเพิ่มอ๊อกซิเจนจะทำให้ปลามีอ๊อกซิเจนเพียงพอ
ส่วนของปลาที่ตายได้ขอให้เกษตรไม่ทิ้งลงแหล่งน้ำเพราะจะทำให้เกิดโรคระบาด และสามารถนำไปบริโภคตามปกติแต่ควรปรุงให้สุก สำหรับการช่วยเหลือเบื้องต้นได้แต่นพนำหาทางป้องกัน เพราะไม่เข้าหลักเกณฑ์ในการช่วยเหลือตามระบบราชการซึ่งจะต้องเป็นโรคระบาดเท่านั้น อย่างไรก็ตามทางประมงจะเร่งเข้าแนะนำช่วยเหลือให้ลดปริมาณการตายมากที่สุด







