posttoday
"พ.อ.วินัย สมพงษ์"ต้นฉบับถนน4เลน- รถไฟทางคู่

"พ.อ.วินัย สมพงษ์"ต้นฉบับถนน4เลน- รถไฟทางคู่

17 มิถุนายน 2557

ส่วนตัวต้องการให้นักการเมืองเหมือนช่างมุงหลังคา โดยให้คนมาสานต่องานต่อๆ กันไป ไม่ใช่ใครคิด คนนั้นทำ

โดย...วงศ์สุภัทร คงสวัสดิ์

หลายต่อหลายคนเริ่มสับสนถึงที่มาที่ไปในการพัฒนาโครงการถนน 4 เลนทั่วประเทศและโครงการรถไฟทางคู่ ว่า เกิดในยุคใด สมัยใคร มีแนวคิดและวิธีการดำเนินงานอย่างไร  จึงได้ย้อนกลับไปสืบค้นและสอบถามคนคิดเรื่องนี้หรือต้นฉบับพิมพ์เขียวโดยตรง นั่นคือ พ.อ.วินัย สมพงษ์ อดีตรมว.คมนาคม สมัยรัฐบาลนายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี (ชวน1) ระหว่างปี 2535-2537

พ.อ.วินัย เล่าว่า ช่วงนั้นได้รับมอบหมายให้เป็นรมว.คมนาคม จากสัดส่วนของพรรคพลังธรรม ที่ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาจำนวน 47 ที่นั่ง พร้อมกับได้รับคำสั่งให้ทำการบ้านเกี่ยวกับนโยบายของกระทรวงคมนาคม ซึ่งพ.อ.วินัยขอย้อนเล่าถึงความเจ็บปวดสมัยเด็ก เป็นเด็กบ้านนอกเกิดที่อุบลราชธานี แต่มาเติบโตเรียนหนังสือที่นครราชสีมา และช่วงนั้นเป็นช่วงที่เกิดสงครามโลก การเดินทางลำบาก ยังใช้เกวียน ถนนมีแค่ 2 เลนแคบๆ

เมื่อโตขึ้นได้ทุนไปร่ำเรียนถึงอเมริกาได้เห็นถนน 4 เลน รถไฟสี่รางทางคู่ ดังนั้น จึงคิดนโยบายสร้างถนน 4 เลนทั่วประเทศ โดยระยะที่ 1 เริ่มจาก  ขยายไปใน 4 ทิศทาง ได้แก่ กรุงเทพ-เชียงใหม่ กรุงเทพ-หนองคาย กรุงเทพ-ตราด และกรุงเทพ-นราธิวาส วงเงินลงทุนประมาณ 1.6 หมื่นล้านบาท

จากนั้น จึงสานต่อโครงการถนน 4 เลนระยะที่ 2 เป็นลักษณะตารางหมากรุก โดยสร้างทางเชื่อมด้านตะวันตก-ตะวันออก หรือที่เรียกว่า อีสต์-เวสต์ คอริดอร์ เช่น เส้นทางตาก-พิษณุโลก ขอนแก่น-มุกดาหาร เป็นต้น วงเงินกว่า 1 แสนล้านบาท

หลังจากที่คิดทำโครงการ 4 เลนแล้ว จึงหันมาเริ่มคิดทำโครงการ 4 รางทางคู่ หรือโครงการรถไฟทางคู่ที่เรียกกันในปัจจุบัน เพราะคิดว่า เมื่อการพัฒนาก่อสร้างและขยายถนนเรียบร้อยแล้ว และเห็นว่า ตัวเมืองโดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร(กทม.) เจริญเติบโตมากขึ้น ดังนั้น ระบบต่อไปที่จะช่วยลดต้นทุนการขนส่งคน-สินค้าได้มากที่สุดก็คือระบบราง

“ก่อนหน้าผม คนที่ทำถนน 4 เลน ก็มีจอมพล ป.พิบูลสงครามทำถนนราชดำเนิน มีรมต.บางคนทำถนน 4 เลนเข้าบ้านตัวเอง แต่เมื่อผมเป็นรมต.เห็นการเดินทางในไทยลำบาก จึงคิดทำโครงการแฝด ถนน 4 เลน รถไฟสี่รางทางคู่ ซึ่งถ้ารัฐบาลชุดต่อๆ มาเข้ามาสานต่อโครงการก็คงเสร็จไปตั้งแต่ปี 2547 แล้ว ไม่ยืดเยื้อมาจนถึงปัจจุบัน”

รัฐบาลชุดต่อๆ มาไม่ได้สานต่อโครงการถนน 4 เลน และรถไฟทางคู่ ทำให้พ.อ.วินัย เห็นว่า ส่วนตัวต้องการให้นักการเมืองเหมือนช่างมุงหลังคา โดยให้คนมาสานต่องานต่อๆ กันไป วันนึง เมื่อฝนตกจะได้ไม่มีน้ำฝนร่วงใส่หัว ไม่ใช่ใครคิด คนนั้นทำ แต่สามารถทำงานต่อกันได้โดยไม่คิดว่าเป็นผลงานใคร เพราะสิ่งที่ทำคือผลประโยชน์ของประเทศและประชาชน

พร้อมกับยกตัวอย่าง โครงการมอเตอร์เวย์ สาย กรุงเทพ-ชลบุรี ซึ่งต่อมามีโครงการต่อเนื่อง เช่น มอเตอร์เวย์สายบางใหญ่-บ้านโป่ง แต่เมื่อเปลี่ยนรัฐบาล กลับไม่ทำ โดยขณะนั้นมีแผนทำโครงการแหลมผักเบี้ยแทน จนในที่สุดก็ไม่มีการสร้าง และสุดท้ายนำมาปัดฝุ่นใส่พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท เป็นโครงการมอเตอร์เวย์  สายบางใหญ่-บ้านโป่ง-กาญจนบุรี

อย่างไรก็ตาม พล.อ.วินัย กล่าวว่า รู้สึกขอบใจคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่จะเข้ามาสานต่อโครงการต่างๆ ที่ได้คิดได้วางแผนไว้นานแล้ว เพราะคิดว่าคสช.คงไม่เหมือนนักการเมืองที่ไม่เข้าท่า ที่ขโมยความคิดคนอื่น แต่ใครคิดเราก็ให้เกียรติ และคนที่นำโครงการต่างๆ มาทำ ล้วนสร้างกุศลให้คนไทยทั้งสิ้น

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69