posttoday
ก่อการร้าย-เผา-ปล้นผิดมหันต์โทษประหาร

ก่อการร้าย-เผา-ปล้นผิดมหันต์โทษประหาร

24 พฤษภาคม 2553

"อย่าทำเป็นเล่นไป พวกฉวยโอกาสก่อกวนเผาบ้านเผาเมือง สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นที่เขาไม่เกี่ยวข้อง ตอนนี้มี พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 มีโทษหนักถึงขั้นประหารชีวิตเลยเชียว"

"อย่าทำเป็นเล่นไป พวกฉวยโอกาสก่อกวนเผาบ้านเผาเมือง สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นที่เขาไม่เกี่ยวข้อง ตอนนี้มี พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 มีโทษหนักถึงขั้นประหารชีวิตเลยเชียว"

โดย...ธนก บังผล

อย่าทำเป็นเล่นไป พวกฉวยโอกาสก่อกวนเผาบ้านเผาเมือง สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นที่เขาไม่เกี่ยวข้อง ตอนนี้มี พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 มีโทษหนักถึงขั้นประหารชีวิตเลยเชียว

ชัดๆ กันอีกครั้ง จากปากคำของ ธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ กรรมการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) แถลงไขชัดถ้อยชัดคำว่า การกระทำที่พวกมือบอน เอะอะก็เผา ถ้าไม่คิดหน้าคิดหลังให้ดีโทษหนักสุดๆ ถึงขั้นประหารชีวิต

ที่ต้องทำความเข้าใจว่าทำไมอธิบดีดีเอสไอเข้ามาเกี่ยวข้องกับคดีนี้ เนื่องจากการจะกล่าวหาใครว่าเป็นผู้ก่อการร้าย ซึ่งมีโทษประหารชีวิตนั้น กฎหมายบอกว่าให้อยู่ในความดูแลและพิจารณาของดีเอสไอ

จึงขอเตือนผู้ที่คิดกระทำให้หยุดยั้ง แม้จะไปร่วมในการชุมนุม แล้วร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์ก็เป็นความผิดร่วมกันทั้งสิ้น นอกจากชุมนุมไม่ถูกต้อง ยังเป็นการร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์ด้วย

จำกันไว้ให้ดีหากยังอยู่ในช่วงที่รัฐบาลประกาศกฎอัยการศึก หรือเคอร์ฟิว ใครทะลึ่งวางเพลิง มีโทษประหารชีวิตทันที เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน

แต่ปรากฏว่ามีการลองของเกิดขึ้นแล้ว มีกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบบุกเผาศาลากลางจังหวัดขอนแก่นเมื่อวันที่ 19 พ.ค. ตำรวจได้ออกหมายจับคนร้ายแล้วมากกว่า 10 ราย

เป็นไปตามที่ พล.ต.ต.ศักดา เตชะเกรียงไกร รองผู้บัญชาการภาค 4 ในฐานะผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่นพูดไว้ มีผู้ต้องหาถึง 13 คน

เบื้องต้นตำรวจเชื่อว่าจะมีผู้ร่วมก่อการเผาศาลากลางจังหวัดขอนแก่น ไปเผาสถานีโทรทัศน์ NBT ด้วย ซึ่งจะได้นำรูปภาพที่ได้รับจากสื่อมวลชนทุกช่องมาเปรียบเทียบกัน และจะออกหมายจับมาดำเนินคดีข้อหาก่อการร้ายต่อไป

การเผาศาลากลางเป็นผลมาจากคนเสื้อแดงอารมณ์ค้าง หลังจากแกนนำเสื้อแดงประกาศยุติการชุมนุม ทำให้ผู้ชุมนุมที่ จ.ขอนแก่น ไม่พอใจนั่นเอง

พล.ต.ต.ศักดา บอกว่า ขณะนี้ได้ออกหมายจับผู้ก่อการร้ายเผาศาลากลางแล้ว 10 คนอยู่ในส่วนผู้ปฏิบัติการ และกำลังขยายผลหาพยานหลักฐานเพิ่ม เพื่อจับแกนนำคนสั่งการต่อไป และแน่นอนว่างานนี้ไม่พ้นผู้ต้องสงสัยคือ ซาบีนา ซาส์ ซึ่งมีพฤติกรรมเป็นแกนนำในวันก่อเหตุอย่างชัดเจน

แม้ตำรวจจะควานหาตัวทั่วจังหวัด แต่ยังไม่พบตัวเธอในพื้นที่ คาดว่าจะหลบหนีไปยังนอกพื้นที่แล้วแต่ตำรวจกำลังตามล่าตัวมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด

นอกจากนี้แล้ว ยังมีการลองของในช่วงเวลาเคอร์ฟิวใน จ.ขอนแก่น โดยมีแก๊งซิ่งมอเตอร์ไซค์ป่วนเมืองที่ถูกจำคุก 1 ปี ปรับ 2 หมื่นบาทด้วย

ข้อหาตามสำนวนฟ้องร้องคือ มั่วสุมเกิน 5 คน และออกนอกเคหสถานช่วงเคอร์ฟิว แต่ยังไม่สามารถแจ้งข้อหาก่อการร้ายได้ แม้จะมีหลักฐานชัด ทั้งยางรถจักรยานยนต์ ขวดน้ำมัน และไฟแช็กจากตัวผู้ต้องหา

เรื่องนี้เพิ่งเกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ เมื่อวันที่ 19 พ.ค.นี้เอง ตำรวจจับกุมผู้ต้องหา 13 คน อายุระหว่าง 20-50 ปี ได้บริเวณสวนรัชดานุสรณ์ พร้อมยางรถยนต์ ขวดใส่น้ำมัน มีด และไฟแช็ก จึงควบคุมตัวไปฝากขังที่ค่ายสีหราชเดโช อ.เมือง จ.ขอนแก่น

ตั้งข้อหาออกนอกเคหสถานในเวลาที่กฎหมายห้ามตามประกาศเคอร์ฟิว (20.00-06.00 น.) และข้อหามั่วสุมกันเกิน 5 คน แต่ตำรวจยังใจดีไม่แจ้งข้อหาเตรียมการ|ก่อการร้าย แม้จะพบหลักฐานที่เชื่อมโยงการกระทำก็ตาม

คดีนี้ศาลพิพากษาให้ผู้ต้องหาทั้ง 13 คน มีความผิดตามคำฟ้องของตำรวจ รวม 2 กระทง คือออกนอกเคหสถานในระยะเวลาที่กำหนดโดยไม่ได้รับอนุญาต และฐานมั่วสุมเกิน 5 คนขึ้นไป จำคุกกระทงละ 1 ปี ปรับกระทงละ 20,000 บาท รวม 2 กระทง จำคุกคนละ 2 ปี ปรับคนละ 40,000 บาท

แต่เป็นความผิดครั้งแรก และผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ จึงลดโทษลงเหลือกึ่งหนึ่ง รับโทษจำคุกคนละ 1 ปี ปรับคนละ 20,000 บาท โทษจำคุกรอลงอาญา 1 ปี แต่ผู้ต้องหาจะต้องเสียค่าปรับคนละ 20,000 บาท หากไม่เสียค่าปรับจะต้องถูกจำคุก คิดเป็นวันละ 200 บาท จนกว่าจะครบมูลค่าโทษปรับ

ไม่เฉพาะเผาศาลากลางเท่านั้น ที่ จ.ขอนแก่น ถือว่าเดือดสุดๆ เพราะยังมีการข่มขู่สื่อมวลชนด้วย ทำให้ พล.ต.ต.ศักดา ได้สั่งการให้ตำรวจจัดกำลังไปเฝ้าระวังเหตุที่สถานีโทรทัศน์ทุกช่อง ยกเว้นสถานีโทรทัศน์ช่อง 5 ที่มีกำลังทหารเข้าไปดูแลความปลอดภัยพร้อมอาวุธ สำหรับผู้สื่อข่าวคนอื่นๆ แจ้งเหตุถูกข่มขู่คุกคามได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ในส่วนของกรุงเทพฯ เอง พล.ต.ต.อำนวย|นิ่มมะโน รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) บอกถึงคดีคนร้ายลอบวางเพลิง ทั้ง|ในสถานที่ราชการและเอกชน ว่า การเผาทรัพย์ของตนเอง หรือการตระเตรียมวางเพลิงก็|มีโทษหนัก และกรณีฉวยโอกาสโจรกรรมทรัพย์สินในกรณีเกิดอัคคีภัยจะมีโทษหนักกว่าการลักทรัพย์ทั่วไป

“หากบังคับใช้กฎหมายไม่ได้ กฎหมายก็ไม่|ศักดิ์สิทธิ์ บ้านเมืองอยู่ไม่ได้” เป็นคำสั้นๆ ที่ขึงขังจาก พล.ต.ต.อำนวย

บทลงโทษของผู้วางเพลิงสถานที่ราชการหรือโรงมหรสพมีโทษสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิต แม้แต่การเผายางรถยนต์ที่เป็นการวางเพลิงทรัพย์ของตนเองก็มีโทษหนักถึงจำคุก 20 ปี แค่ตระเตรียมก่อเหตุก็มีโทษถึง 2 ใน 3

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าสถานการณ์ใน กทม. จะคลี่คลายลงแล้ว แต่ทางการก็ไม่ได้ประมาทเพื่อจัดการคนร้าย อาชญากรรม อาชญากร จึงได้จัดชุดพิเศษเพื่อดำเนินการเรื่องนี้โดยเฉพาะ เป็นกำลังพลที่ได้รับการฝึกมาอย่างดี พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนแจ้งเบาะแส หากรู้ว่าการตระเตรียมการ โดยแจ้ง 191 หรือ สน.ท้องที่ หรือ ศอฉ. ได้

รู้กันอย่างนี้แล้ว ใครที่คิดจะคึกคะนอง หรือมีลูกมีหลานที่คิดจะลองของ ก็ให้คำนึงถึงโทษของการเผาและลักทรัพย์ในช่วงมี พ.ร.ก.ฉุกเฉินให้ดี บอกตรงๆ อย่าเล่นกับคุกกับตะรางเลย ดีไม่ดีถูกประหารชีวิตไม่มีโอกาสได้แก้ตัว !!!

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท