posttoday
หืดจับ! เมสซี่ ซัดชัย ฟ้าขาวเฉือนบอสเนีย 2-1

หืดจับ! เมสซี่ ซัดชัย ฟ้าขาวเฉือนบอสเนีย 2-1

16 มิถุนายน 2557

อาร์เจนติน่า หวิดพังตั้งแต่นัดแรก หลังเฉือนเอาชนะบอสเนียไปแบบหืดจับ

ฟุตบอลโลก 2014 กลุ่ม อี นัดแรก
อาร์เจนติน่า vs บอสเนีย และ เฮอร์เซโกวีน่า
สนาม: เอสตาดิโอ เดอ มาราคาน่า, ริโอ เดอ จาไนโร 
วันที่: 15 มิ.ย.57 เวลา: 05.00 น. (เช้าวันจันทร์ที่ 16 มิ.ย.ตามเวลาประเทศไทย)

ฟ้าขาว” อาร์เจนติน่า ทำผลงานไว้ได้น่าประทับใจในรอบคัดเลือกของโซนอเมริกาใต้ที่จบลงด้วยการคว้าแชมป์กลุ่มของพวกเขา ซึ่งเกมในนัดนี้ อเลฮานโดร ซาเบย่า ส่งผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนาม นำโดย
ลิโอเนล เมสซี่ ราชันไร้บัลลังก์ที่ขาดเพียงแค่โทรฟี่แชมป์โลกเท่านั้น, “เอล กุน” เซร์คิโอ อเกวโร่ และอังเดล ดิ มาเรีย โดยมีดาวดังอย่าง กอนซาโล่ อิกวาอิน อยู่ที่ม้านั่งสำรอง

ด้าน บอสเนีย และ เฮอร์เซโกวีน่า หรือเรียกสั้นๆว่า บอสเนีย มี ซาเฟ็ต ซูซิช อดีตสมาชิกทีมชาติยูโกสลาเวียที่เคยดวลกับ อาร์เจนติน่า มาแล้วในฟุตบอลโลกปี 1990 ทำหน้าที่กุนซือ จัดทัพนักเตะชุดที่ดีที่สุดลงบู๊กับทีม "ฟ้าขาว" นำโดย เอดิน เชโก้ กองหน้าจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้, มิราเล็ม ปานิช โดยมีจอบหนึบอย่าง อัสเมียร์ เบโกวิช ยืนเป็นปราการด่านสุดท้าย

เกมนัดนี้เล่นกันที่ เอสตาดิโอ เดอ มาราคาน่า ซึ่งจะเป็นสังเวียนแข้งในนัดชิงชนะเลิศอีกด้วย

เริ่มเกม อาร์เจนติน่า ในชุดฟ้าขาวเป็นฝ่ายบุกจากซ้ายไปขวา ก่อนจะเดินหน้าทำเกมบุกเข้าใส่และได้ประตูขึ้นนำตั้งแต่นาทีที่ 3 จากจังหวะที่ เมสซี่ เปิดฟรีคิกบริเวณริมเส้นฝั่งซ้ายเข้ามาในกรอบ ก่อนบอลจะไปโดนทาง เซอัด โคลาชินัช แนวรับดาวรุ่งเข้าประตูตัวเองไป ส่งให้ "ฟ้าขาว" ทะยานขึ้นนำเร็ว 1-0 เป็นการทำประตูที่เร็วที่สุดในฟุตบอลโลกครั้งนี้ และยังเป็นการทำเข้าประตูตัวเองที่เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย (2.08 นาที) ทำลายสถิติเดิมของ คาร์ลอส กามาร่า (2.46 นาที) ดาวเตะปารากวัยในฟุตบอลโลก ปี 2006 อีกด้วย
 
หลังจากเสียเร็ว บอสเนียฯ เร่งเครื่องเป็นฝ่ายครองเกม และทำเกมรุกเข้าใส่ อาร์เจนติน่า ทันที แต่ยังไม่ผ่านแนวรับตัวแกร่งอย่าง เอเซเกล การาย ปราการหลังจอมแกร่ง

นาทีที่ 14 บอสเนียฯ มีโอกาสลุ้นประตูจากจังหวะการวางบอลของ ปานิช ทะลุมาให้ ไฮโรวิช สปีดหนีแนวรับ อาร์เจนฯ ไปโฉบเอาบอลในกรอบเขตโทษ แต่ยังดีที่ เซร์คิโอ โรเมโร่ ออกมาบล็อคไว้ได้ทัน

นาทีต่อมา  มิราเล็ม ปานิช ได้โอกาสปั่นฟรีคิก แต่ยังไม่ผ่านข้ามกำแพง

เล่นไปเล่นมา กลายเป็นอดีตแชมป์โลกสองสมัยที่ตกเป็นฝ่ายตั้งรับ ก่อนจะมาเสียเหลืองแรกในเกมนี้หลัง มาร์กอส โรโฮ จากสปอร์ติ้ง ลิสบอน ไปเข้าเสียบหนักใส่นักเตะ บอสเนียฯ

ผ่านไปครึ่งชั่วโมง ดูเหมือนเกมรุกของทีม "ฟ้าขาว" จะช็อตไปดื้อๆ ขณะที่ตัวความหวังอย่าง เมสซี่ ก็ยังไม่มีโอกาสได้ลากเลื้อยในเกมนี้สักเท่าไหร่ ส่วน บอสเนียฯ แม้จะเริ่มครองบอลได้ แต่จังหวะเข้าทำในแดนหน้ายังดูขาดๆ เกินๆ

นาทีที่ 32 อาร์เจนฯ ที่เริ่มจะเจาะไม่เข้า เริ่มที่จะลองส่องไกลบ้าง และเป็น มาสเคราโน่ ที่ตัดสินใจยิงนอกกรอบบอลพุ่งไปตรงกรอบ อัสเมียร์ เบโกวิช ต้องออกแรงทุบออกมา

สองนาทีต่อมา บอสเนียฯ โต้กลับขึ้นมาถึงหน้ากรอบเขตโทษ เป็น เอดิน เชโก้ ลองยิงด้วยซ้ายบอลข้ามคานไป เป็นโอกาสครั้งแรกของเจ้าตัวเกมนี้

นาทีที่ 40 บอสเนียฯ น่าจะได้ประตูตีเสมอแบบสุดๆ จากจังหวะเตะมุม และเป็น เซนาด ลูลิช ที่เทคตัวขึ้นโขกเต็มๆ บอลกำลังจะเบียดเสาเข้าไป แต่ โรเมโร่ บินมาปัดไว้ ทำเอาแฟนๆ บอสเนีย เสียดายสุดๆ

หลังจากนั้นทั้งสองทีมพยายามเปิดเกมรุกเข้าใส่กัน แต่ยังไม่ผ่านแนวรับที่ถือว่าเล่นได้ดีทั้งสองฝั่ง จบครึ่งแรก "ฟ้าขาว" นำอยู่ 1-0

เริ่มเกมในครึ่งเวลาหลัง อเลฮานโดร ซาเบย่า แก้เกมด้วยการส่ง กอนซาโล่ อิกวาอิน กับ เฟร์นานโด กาโก้ ลงมาเล่นใน 45 นาทีที่เหลือ

นาทีที่ 50 บอสเนียฯ ได้โอกาสลุ้นก่อน จากจังหวะปั่นฟรีคิกของ อิเซ็ต ไฮโรวิช บอลนั้นข้ามกำแพงไปแล้ว แต่ โรเมโร่ ยังยืนตำแหน่งได้อย่างยอดเยี่ยม

สี่นาทีต่อมา ไฮโรวิช คนเดินได้โอกาสพาบอลตัดเข้ามาตรงกลาง ก่อนซัดด้วยซ้าย แต่บอลยังไปตรงตัวนายทวาร อาร์เจนติน่า

ผ่านไปหนึ่งชั่วโมงแรกของเกม เมสซี่ มีโอกาสลากบอลไปยังพื้นที่อันตราย ก่อนไหลออกขวา ให้ อเกวโร่ กดด้วยขวา แต่บอลยังไม่ผ่านมือ เบโกวิช ของ บอสเนีย

หลังจากนั้น 5 นาที อาร์เจนติน่า มาได้ประตูที่สอง จากจังหวะที่ เมสซี่ รับบอลตรงกลางพาบอลแหวกแนวรับ บอสเนีย สองคน ก่อนตัดสินใจโยกเข้าซ้าย และซัดเลียดบอลเด้งชนเสาเหลี่ยมในเข้าไป ปลดล็อคความกดดันทั้งของทีม และตัว เมสซี่ เองชนิดที่ว่ากัปตันทีมรายนี้ออกอาการดีใจสุดๆ

เข้าสู่ช่วงสิบนาทีสุดท้ายยิ่งเล่นยิ่งเข้าทาง อาร์เจนติน่า เพราะ เกมรุกของ บอสเนีย นั้นแทบจะไม่เติมขึ้นมาแล้ว

เมสซี่ เกือบบวกสกอร์เพิ่มให้กับทีม และตัวเองได้ หลังพาบอลขึ้นมาถึงบริเวณหัวกะโหลก ก่อนไหลออกขวาให้ อเกวโร่ ปาดคืนกลับมาให้ดาวเตะจาก บาร์เซโลน่า กำลังจะแปด้วยซ้าย แต่แนวรับ บอสเนีย ยังตามมาเคลียร์ได้ทัน

อย่างไรก็ตาม เป็น บอสเนียฯ ที่มาได้ประตูตีไข่แตกจากลูกยิงของ เวดาด อิบิเซวิช ช่วยให้ทีมยังพอมีความหวังในช่วง 5 นาทีท้าย และกลายเป็นประตูแรกของ บอสเนีย ในการลงเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายอีกด้วย

แฟนๆ อาร์เจนติน่า ถึงกับใจหายใจคว่ำ เมื่อ ลิโอเนล เมสซี่ มาถูกย่ำข้อเท้าซ้ายจนต้องหามออกไปปฐมพยาบาล แต่สุดท้าย จอมทัพหมายเลข 10 รายนี้ก็กลับมาเล่นต่อได้

เมสซี่ เกือบจะบวกประตูที่สองให้กับตัวเองได้ หลังลากเลื้อยเข้าไปในกรอบฝั่งขวา ก่อนตัดสินใจซัดด้วยขวาเท้าข้างไม่ถนัด บอลเข้าข้างหน้าต่างไปอย่างน่าเสียดาย

หลังจากนั้นทั้งสองทีมไม่สามารถทำประตูกันได้ จบเกม "ฟ้าขาว" อาร์เจนติน่า เอาชนะ บอสเนีย และ เฮอร์เซโกวิน่า ไปอย่างหืดจับ 2 ประตูต่อ 1 เก็บสามคะแนนแรกได้สำเร็จ ขึ้นไปรั้งจ่าฝูงกลุ่ม เอฟ ชั่วคราว พร้อมกับถีบ บอสเนียฯ ไปรั้งบ๊วยของตาราง


อาร์เจนติน่า
เซร์คิโอ โรเมโร่ - เฟเดรีโก้ เฟร์นานเดซ, เอเซเกล การาย, อูโก้ คัมปันยาโร่ - ปาโบล ซาบาเลต้า, มาร์กอส โรโฮ, ฮาเวียร์ มาสเชราโน่, มักซี่ โรดริเกซ, อังเคล ดิ มาเรีย - ลีโอเนล เมสซี่ (กัปตันทีม),
เซร์คิโอ อเกวโร่ "กุน

บอสเนียฯ
อัสเมียร์ เบโกวิช - เมนซูร์ มุยช่า, เอเมียร์ สปาฮิช (กัปตันทีม), แอร์มิน บิซัคซิช, เซอัด โคลาชินัช - มูฮาเหม็ด เบซิช, อิเซ็ต ไฮโรวิช - ซเวซดาน มิซิโมวิช, มิราเล็ม ปานิช, เซนาด ลูลิช - เอดิน เชโก้

ผู้ตัดสิน : โฮเอล อากีล่าร์ (เอล ซัลวาดอร์)

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท