
แพกเกจคืนความสุขล้นเหลือ
สิ่งที่แรกที่ หัวหน้าคสช. ต้องการที่จะทำคือ “คืนความสุขให้คนในชาติ” และนับแต่นั้นมาท่าทีการทำงานของคสช.ก็ชัดเจนและเป็นรูปธรรมมากขึ้น
โดย...เลอลักษณ์ จันทร์เทพ
เหตุผลในการประกาศยึดอำนาจเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2557 “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ได้ประกาศเอาไว้อย่างชัดเจนว่า ต้องการลดความแตกแยก ความขัดแย้ง ความตึงเครียดในสังคม หลังจากที่ประชาชนต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งมาเกือบ 9 ปีเต็ม
สิ่งที่แรกที่ หัวหน้าคสช. ต้องการที่จะทำคือ “คืนความสุขให้คนในชาติ” และนับแต่นั้นมาท่าทีการทำงานของคสช.ก็ชัดเจนและเป็นรูปธรรมมากขึ้น
เริ่มจากโครงการแรกคือ "คสช.คืนความสุขให้ชาวนาเร่งจ่ายเงินจำนำข้าว" ซึ่งโครงการนี้ถือว่าเป็นโครงการที่เช็ดน้ำตาและสร้างรอยยิ้มให้คนไทยทั้งประเทศไปพร้อมกัน เพราะ 6 เดือนที่ผ่านมาเชื่อว่าคนไทยทุกคนต่างพากันเห็นใจชาวนากับความล้มเหลวและเป็นผู้รับกรรม กับ “โครงการรับจำนำข้าว” ของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง
แน่นอนว่าชาวนาจะไม่ได้มีความสุขเพียงเพราะเงินที่ได้รับเท่านั้น แต่เรื่องของเกษตรกรชาวนา ทหารยังใส่ใจในรายละเอียด โดยจัดกิจกรรมร่วมกับชาวนาต่อเนื่อง เช่น ชาวนาที่อยู่ในเขตพื้นที่สีแดง อย่างจ.ปทุมธานี อ.ลาดหลุมแก้ว ทหารจากกองพลทหารราบที่ 19 พัน.3 ได้นำกำลังพลร่วม ลงแขกทำนา โยนต้นกล้าลงในนาข้าว เพื่อเพาะปลูกในฤดูทำนาร่วมกับชาวบ้าน
เท่านั้นไม่พอ คสช. ยังเดินหน้าประกาศกางโรดแมปสร้างความปรองดองให้คนในชาติ ด้วยการมอบหมายให้ กอ.รมน. สร้างสรรค์กิจกรรมปรองดองในรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะความครื้นเครงโจ๊ะๆ สไตล์คนไทย แบบว่า ฝรั่งยังต้องร่วมวงด้วย เช่น การจัดกิจกรรมนำร่อง คืนความสุขให้ประชาชน ที่อนุสาวรีย์ชัยมสรภูมิ ด้วยการ จัดกิจกรรม ร้องรำทำเพลง จัดการแสดงและดนตรีจากวงดุริยางค์ทหารบกและวงดุริยางค์ตำรวจ การแสดงโปงลางจากสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว พบปะดารานักแสดงที่เป็นทหาร ตำรวจ อาทิ ร.อ.นพ.สรวิชญ์ สุบุญ หรือ “หมอก้อง” พร้อมทั้งงานอิ่มท้องก็ต้องมาด้วย ด้วยการบริการอาหารเครื่องดื่มบริการฟรี ของหน่วยพลาธิการทหาร เรียกได้ว่าคสช.จัดเต็ม
ความสุขยังสำรอกออกมาไม่หมด เพราะที่ต่างจังหวัดก็ยังมีความหลากหลายให้เห็น เช่น การสลายสีเสื้อ ของจังหวัดต่างๆโยเฉพาะจังหวัดที่ชัดเจนเรื่องการแบ่งแยก ความเห็นต่าง เช่น จ.เชียงราย เจ้าหน้าที่ทหารก็ได้เกลี่ยกล่อมแกนนำเสื้อแดงให้เดินหน้าสู่ปรองดอง สาบานสลายสีเสื้อ สลายขั้ว ต่อหน้าอนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งราย และพูดคุยกันให้หยุดแบ่งแยก ช่วยกันพัฒนาคืนความสุขให้ประเทศไทย
หรือแม้แต่ที่จ.อุดรธานีเอง ที่ถือว่าเป็นจังหวัดขึ้นชื่อเรื่องการเคลื่อนไหวทางการเมืองด้วยแกนนำหัวโจก ขวัญชัย สาราคำ ประธานชมรมคนรักอุดร แต่งานนี้ขวัญชัย เองยังต้องยอม และออกมายอมรับด้วยว่า แนวทางปรองดอง ทหารนั้นไปถูกทางแล้ว
โดยทหารร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดจัดกิจกรรมภายใต้สโลแกน "ชาวอุดรฯ ร่วมสร้างความสุข อย่างยั่งยืน เดินหน้าประเทศไทย" ซึ่งภาพที่ปรากฏออกมานั้นไม่น่าเชื่อว่าจะมีวันได้เห็น คือ แกนนำ เสื้อแดง-กปปส.อุดร ร่วมจิบกาแฟ ซดต้มเลือดหมู สลายสีเสื้อ จับมือสมานฉันท์ สร้างความปรองดอง โดยทุกฝ่ายรับปากให้ความร่วมมือ คสช ซึ่งเชื่อว่า ภาพความปรองดองที่ปรากฏออกมานี้คนไทยหลายคนคงอดน้ำตาไหลไม่แน่ๆ
ยังไม่หมดความสุขร่วมสมัยระดับโลก คสช. ก็ทำได้ ด้วยการด้วยการขอความร่วมมือกับบริษัทอาร์เอส ฯ ในฐานะผู้ถือลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกครั้งที่ 20 ให้นำสัญญาณการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกทุกนัดมาแพร่ภาพทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 7 และ ช่อง 5 ซึ่งเป็นสื่อในสังกัดกองทัพบก
ผนวกกับการประกาศยกเลิกเคอร์ฟิวส์ ซึ่งไม่ใช่เป็นการคืนความสุขให้คนไทยเท่านั้น แต่อานิสงส์เผื่อแผ่ไปยังคนต่างชาติ นักท่องเที่ยว คอบอลทั้งหลายด้วย ที่จะได้เต็มที่กับเทศกาลระดับโลก จัดปาร์ตี้ นัดเพื่อนฝูง กินดื่ม สังสรรค์ เคล้าบรรยากาศบอลโลก กับ 4ปีมีครั้ง
สำทับด้วยความสุขแบบทะลักโรงภาพยนตร์กันไปแล้วกับกิจกรรมดูหนังฟรี ที่ คสช.ขอความร่วมมือไป บริษัท พร้อมมิตร โปรดักชั่น ผู้สร้างภาพยนตร์ "ตำนานสมเด็จพระนเรศวร ภาคที่ 5 ยุทธหัตถี" และเจ้าของโรงภาพยนต์ทุกเครือทั่วประเทศ ให้มีการจัดฉายภาพยนตร์เรื่อง "ตำนานสมเด็จพระนเรศวร ภาคที่ 5 ยุทธหัตถี" ในรอบเวลา 11.00 น. ในวันเสาร์ที่ 15 มิ.ย.57 ที่ผ่านมา โดยหวังจะปลูกจิตสำนึกรักชาติ รักสถาบัน และจัดให้ประชาชนทุกคนมีโอกาสร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีร่วมกัน
ทั้งหมดที่เอ่ยมานั่นคือการสร้างความสุขที่จับต้องได้ในทันที แต่ความสุขที่กำลังจะเกิดเป็นรูปธรรมต่อไปภายใน 1 เดือนหลังจากนี้ คือเรื่องของ การปัดกวาดบ้านเมือง กวาดล้าง ยาเสพติด อาชญากรรม จัดการกลุ่มเจ้าพ่อมาเฟีย ผู้เบ่งอำนาจใช้อิทธิพลทุกรูปแบบ รวมทั้งจัดการผู้ประกอบการ วินรถตู้ มอร์เตอร์ไซต์ แท็กซี่ ไม่ให้เอารัดเอาเปรียบผู้โดยสาร
รวมทั้งมาตรการของ คสช. ที่จะทยอยออกมา เช่น การชะลอเรื่องภาษี ที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการปรับโครงสร้างใหม่ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม รวมถึงเรื่องพลังงาน น้ำมันต่างๆด้วย
อย่างไรก็ตามทั้งหมดนี้ หัวหน้าคสช. ได้ประกาศไว้แล้วว่า “ไม่อยากให้มองว่า เป็นมาตรการประชานิยม แต่เป็นการขอความร่วมมือ และเป็นมาตรการชั่วคราวทั้งนั้น เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนทั้งสิ้น ผมไม่อยากให้มองว่า คสช. คืนความสุข จนสำลัก”
สุดท้ายต่อจากนี้ไปคงต้องรอดูว่า ความสุข และรอยยิ้มของคนชาติไทย ที่คสช. พยายามจัดให้คนไทยนั้น จะจีรังยั่งยืนไปได้นานแค่ไหน แน่นอนทุกอย่างเราจะหวังให้คสช.ทำเพียงลำพังไม่ได้ แต่ทุกคนในชาติไทยต้องร่วมมือกันให้ใจเป็นหนึ่งนี่คือสิ่งสำคัญ







