
ซ้อมตาย
อายุก็มากโขแล้ว ไม่รู้ว่าจะล้มหายตายจากโลกนี้ไปวันไหน แต่หากตายไปก็ไม่รู้ว่าจะมีลูกหลานมาทำศพให้หรือไม่
อายุก็มากโขแล้ว ไม่รู้ว่าจะล้มหายตายจากโลกนี้ไปวันไหน แต่หากตายไปก็ไม่รู้ว่าจะมีลูกหลานมาทำศพให้หรือไม่ ที่สำคัญอยากรู้ว่าบรรยากาศพิธีจัดงานศพของตัวเองเป็นเช่นไร จะมีใครมาร่วมงานมากน้อยแค่ไหน
ร.อ.สำราญ มีจ่าย วัย 82 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18/1 หมู่ 1 ต.ตลิ่งชัน อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี อดีตนายทหารสังกัด ร.1 พัน 2 รอ. รู้สึกกังวลจึงมีความคิดแผลงๆ จัดพิธีงานศพให้กับตัวเองขึ้นมาที่ศาลาการเปรียญวัดสุวรรณนาคี ต.ตลิ่งชัน อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี
ทั้งๆ ที่ยังมีชีวิตอยู่แต่ทำพิธีเหมือนงานศพคนตายจริงทุกอย่างท่ามกลางชาวบ้านมาร่วมงานแน่นวัด ทั้งตั้งโลงศพ นิมนต์พระสวดบังสุกุล แถมยังมีปี่พาทย์มอญ มีพิธีแห่รอบเมรุ โดย ร.อ.สำราญ แต่งชุดเต็มยศ ได้ขึ้นไปนั่งและนอนบนโลงศพ แล้วแห่วนรอบเมรุ 3 รอบ จากซ้ายไปขวา ซึ่งปกติถ้าแห่ศพจะแห่ทางขวาไปซ้าย
ขณะที่พระสงฆ์จำนวน 21 รูป แห่นำหน้า เมื่อครบ 3 รอบ สัปเหร่อและชาวบ้านได้ช่วยกันหามโลงศพขึ้นไปไว้บนหน้าเมรุ จากนั้นได้มีการทำพิธีบังสุกุล จำนวน 4 เจ้าภาพ หลังพิธีบังสุกุล เจ้าภาพทั้ง 4 ได้กล่าวคำอวยพรขอให้ ร.อ.สำราญ มีอายุยืนยาว และเมื่อพิธีกรอ่านประวัติเสร็จ ชาวบ้านที่มาร่วมงานได้ขึ้นไปอวยพรกันแน่นเมรุ
“อดีตผมเคยเป็นทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ อยู่ ร.1. พัน 2 รอ. เคยผ่านสมรภูมิรบรุ่นจงอางศึกที่เวียดนามและเกาหลีมาแล้วโชกโชน ก่อนเกษียณอายุราชการได้รับปูนบำเหน็จชั้นยศเป็น ร.อ. สร้างความภาคภูมิใจให้ผมและครอบครัวอย่างมาก มีความสุขมากที่ได้จัดงานศพให้กับตัวเอง สาเหตุที่จัดงานศพเป็นให้กับตัวเองเนื่องจากมีอายุมากแล้ว ไม่รู้ว่าจะตายวันตายพรุ่ง ดังนั้นจึงจัดงานศพให้กับตัวเอง” ร.อ.สำราญ กล่าวถึงการจัดงานศพให้กับตัวเองทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่
ที่สำคัญอีกอย่างก็คือ อยากเห็นว่าขณะที่มนุษย์เรายังมีชีวิตอยู่เมื่อจัดงานศพให้กับตัวเองแล้วจะมีใครมาสนใจบ้าง ยิ่งถ้าตายไปแล้วลูกหลานจะมาทำศพให้หรือไม่ก็ไม่รู้ นอกจากนี้ อยากรู้ว่าบรรยากาศในงานศพของตัวเองจะเป็นอย่างไร ใครมาร่วมงานบ้าง
แต่เมื่อเห็นประจักษ์มีเพื่อนบ้านร่วมงานแน่นวัด เมื่อตายไปแล้วก็จะได้หมดห่วง ไม่ต้องกังวล หรือมีห่วงสิ่งใดๆ







