posttoday
ประตูแห่งโอกาส ทำสิ่งดีในบ้านเมือง

ประตูแห่งโอกาส ทำสิ่งดีในบ้านเมือง

15 มิถุนายน 2557

รัฏฐาธิปัตย์ในมือคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เวลานี้ เอนก เหล่าธรรมทัศน์ มองว่าเป็นของร้อน

รัฏฐาธิปัตย์ในมือคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เวลานี้ เอนก เหล่าธรรมทัศน์ มองว่าเป็นของร้อน อบอุ่น สว่างสำหรับคนที่เห็น แต่นั่นเป็นไฟ เพราะฉะนั้นต้องรีบทำ รีบดำเนินการ รวมทั้งต้องพยายามทำอะไรที่ถูกใจประชาชน จะปฏิรูปอะไร หรือถ้าทำอะไรคนเชียร์ก็จะมีกำลังใจ อย่างเรื่องให้คนไทยได้ดูฟุตบอลโลก (หัวเราะ) แต่คงไม่ถึงขั้นประชานิยมแค่เพียงหาของเย็นมาช่วยดับของร้อน

"อยู่ที่คณะเสนาธิการ ถ้าคิดได้ใช้โอกาสนี้ในการปฏิรูปเปลี่ยนแปลงประเทศให้ประเทศไทยกลายเป็นลักษณ์เดียวลักษณ์ประชาธิปไตย ให้เกียรติทหาร ให้เอกสิทธิ์พอสมควร ลักษณ์นี้ก็จะอยู่ต่อไปได้ ทหารทำงานแบบนี้เสี่ยง เพราะดู เที่ยวนี้ทหารก็อดทนอดกลั้นมาหลายปี ถ้าในแง่แรงกดดันเที่ยวนี้คงกดดันมากกว่าสมัย พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี เพราะมองว่าทำให้เสียของ เขาจะต้องไม่ทำแบบนั้น ซึ่งจะต้องเป็นการเปลี่ยนแปลงใหญ่"

เอนก อธิบายว่าการเปลี่ยนแปลงจะต้องไม่ใช่แค่ให้ ปลัดกระทรวง อธิบดี ผู้ว่าราชการจังหวัด เข้ามารับหน้าที่ทำงานเหมือนเดิม ซึ่งถูกมองว่าเป็นนักการเมืองในคราบราชการ อย่างการแต่งตั้งที่ปรึกษา 9-10 คน ที่เป็นส่วนประกอบของคนภายนอกที่มีความรู้ความสามารถด้านต่างๆ นั้นรับได้ แต่ตอนหลังทั้งกรรมการการลงทุน บีโอไอ พลังงาน ยังน่าเป็นห่วง หรือการแต่งตั้งคณะทำงานที่ผ่านมา ซึ่งมีทั้ง ผช.ทบ.เสนาธิการทหารบกเข้ามาดูแล

ทั้งนี้ การปฏิรูปการเมืองต่อไปอาจถึงขั้นต้องเลือกนายกฯ โดยตรงหรืออ้อมที่จะต้องไปคิดในรายละเอียด รวมทั้งต้องให้แต่ละพรรคการเมืองประกาศรายชื่อคนที่จะมาเป็นนายกฯ หรือรัฐมนตรี ไม่ใช่ว่าจะเอานายนู่นนายนี่มาเป็นรัฐมนตรีศึกษา สาธารณสุข คลัง ต่างประเทศ แต่กลับไม่มีความรู้อะไรเลย

ดังนั้น ในการเลือกตั้งจะต้องเสนอชื่อ ครม.ให้คนเห็นเลยว่าเป็นใครบ้าง แต่อาจจะเปลี่ยนได้นิดหน่อย เพราะต้องมีการตั้งรัฐบาลผสม ต้องเอารายชื่อ ครม.สองพรรคประกอบกัน ดังนั้นกรอบต้องเขียนให้มีช่องว่างให้ขยับได้สักหน่อย สมมติมี รมว. 20 กระทรวง รวม รมช.เป็น 40 ตำแหน่ง แต่ละพรรคส่งมา 40 คน ถ้าพรรคไหนเป็นนายกฯ ครึ่งหนึ่งของ ครม.ต้องเป็นรายชื่อที่ได้ประกาศไว้

"ผมก็จะเลือกได้เลย ผมสนใจการศึกษา ชอบนายกฯ ของอีกพรรคมากแต่ไม่ใช่ รมต.ศึกษาของพรรคนั้น ผมก็จะเลือกที่ รมต.ศึกษาดี ตัวนายกฯ ผมก็ไม่วิตกเกินไป พรรคต่างๆ ต้องหาคนที่จะทำให้คนเห็นว่าถ้าตั้งเป็นรัฐมนตรีจะทำให้คนสนใจ รวมทั้งรัฐบาลอยู่ได้ไม่เกินสองสมัย ไม่ว่าจะติดต่อกันหรือไม่ติดต่อกัน ทั้งชีวิตเป็นได้เต็มที่ 8 ปี ยุบสภาไม่ได้ ยังไงก็ต้องอยู่ครบเทอม รัฐสภาไม่ไว้วางใจคุณไม่ได้ ดังนั้นสภาอยู่ครบ 4 ปีแน่ แต่นายกฯ ไม่แน่ เพราะอาจถูกกรรมการทั้งหลายที่ตั้งขึ้นมาตรวจสอบเอาออกได้ องค์กรที่ว่านี้ในกฎหมายมีอยู่แล้วในเวลานี้ แต่ต้องเพิ่มข้อความว่าให้พิจารณาให้แล้วเสร็จไม่เกินหนึ่งปีเพื่อความรวดเร็ว"

ในส่วนของสภาผู้แทนราษฎรจะต้องทำหน้าที่ออกกฎหมายอย่างเดียว ไม่ต้องมีหน้าที่อื่น เพราะหากคุณมีหน้าที่อย่างหนึ่งคือต้องล้มรัฐบาลคุณก็หาเรื่องมาพูด พูดแต่เรื่องเลวระยำแทนที่จะเอาเวลาไปพูดเรื่องสำคัญกลับไม่ได้พูด แทนที่จะเอาเวลาไปคิดเรื่องกฎหมายกลับไม่ได้คิด กฎหมายไทยออกโดย ครม. เพราะฉะนั้นต้องกำหนดไปเลยว่าฝ่ายบริหารจะไม่ออกกฎหมาย ออกกฎหมายได้อย่างเดียวคือ กฎหมายงบประมาณ ที่เหลือ สส.จะเป็นคนออกกฎหมาย และ สส.ห้ามเป็นรัฐมนตรีต้องแยกกัน

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาการอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ ทำให้การเมืองไทยปั่นป่วนตลอด ผลิตนักการเมืองเลวๆ ออกมาเต็มไปหมด คนจบออกซฟอร์ด เคมบริดจ์ เข้ามาไม่นานก็ทำตัวเหมือนพวกที่ไม่ได้เรียนหนังสือทำ เพราะถ้าทำตัวเป็นสุภาพบุรุษมากใครจะรายงานข่าว พูดเรื่องข้อมูลตัวเลข คนก็ชมนิดหน่อย

ดังนั้น สส.จะต้องไปรู้เรื่องกระทรวงอื่นๆ ดีขึ้น เพราะกระทรวงอยากได้กฎหมายอะไรให้ สส.เป็นคนทำ เหมือนคองเกรสแมนของสหรัฐอเมริกาจะรู้เรื่องต่างประเทศ คลัง สาธารณสุข เยอะเพราะมีหน้าที่ที่ต้องออกกฎหมาย หากไม่รู้เรื่องอะไรเลยก็ออกกฎหมายไม่ได้ กระทรวงต่างๆ ต้องไปมีความสัมพันธ์ที่ดีกับสภาผู้แทนให้มาก ถ้ารัฐบาลไหนคุมเสียง สส.ไม่ได้ รัฐบาลนั้นก็ต้องอยู่ไปกับกฎหมายเก่า บริหารโดยใช้กฎหมายเก่า รัฐบาลไหน ต้องการผลงานก็ต้องมี สส.ในสภา ต้องเป็นเสียงส่วนมาก

อาจารย์เอนก มองว่า งานสำคัญบางอย่างต้องแยกออกมิให้มีฐานะเป็นองค์กร คล้ายๆ ธนาคารแห่งประเทศไทย เช่น การศึกษาควรตั้งเป็นสำนักการศึกษาแห่งชาติที่ไม่ใช่กระทรวง โดยตั้งคนคนหนึ่งเป็นหัวหน้าวาระ 4 ปี เอาเขาออกไม่ได้และอยู่สูงสุดได้อาจจะ 8 ปี พร้อมกันนั้นการศึกษาถ้ามีแผนแล้วก็ต้องดำเนินการไม่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา การศึกษาคือการพัฒนาเป็นเรื่องเดียวกัน ถ้าการศึกษาแย่การพัฒนาก็แย่หมด ดังนั้นเรื่องการศึกษาต้องถือเป็นเรื่องใหญ่แยกออกมาจากกระทรวง

"ถ้าเป็นตอนปี 2549 ผมยังลังเลอยู่ว่าไม่มีประเทศไหนทำกัน แต่วันนี้ปี 2556 โลกเป็นบูรพาภิวัฒน์ ไม่ต้องกลัวอเมริกันยุโรป ไม่ใช่แบบของเราที่ตายตัวเหมือนเมื่อก่อน มีการปกครองได้อีกหลายแบบที่ไม่เหมือนตะวันตก จริงๆ เราไม่เหมือนยุโรป อเมริกาอยู่แล้ว แต่จิตใจคนร่างรัฐธรรมนูญส่วนใหญ่คิดอยู่ว่า แบบไหนที่เยอรมนี ฝรั่งเศส อังกฤษ อเมริกา มี เราควรจะมีเอาตามเขา

...เพราะฉะนั้นคราวนี้คนร่างรัฐธรรมนูญต้องไม่ใช่เฉพาะนักกฎหมาย แต่อยากให้บ้านเมืองเป็นยังไงก็ให้นักการเมืองไปเขียน แต่อย่าให้อภิปรายเป็นมาตรานะ ผมอภิปรายสู้ไม่ได้ เพราะเขาหยิบเรื่องนู้นจากลิ้นชักนู่นนี่เยอะไปหมด ต้องเอาคอนเซปต์ไปแล้วให้ไปเขียนมา สภาเถียงกันแบบยาวเยื้อย ทำให้ทุกคนก็ต้องพัฒนาให้เป็นนักจุกจิกวิทยา แต่ต่อไปนี้ต้องให้คุยภาษามนุษย์ ความคิดจะได้เปิด"

สำหรับเรื่องภาษีที่ดิน มีคนพร้อมจะให้คำแนะนำ เมืองไทยความคิดเรื่องปฏิรูปมีอยู่เต็มไปหมดในอากาศ คุณต้องไปเอามาใช้อย่าเริ่มคิดใหม่จากศูนย์ปฏิรูปเป็นประมุขศิลป์ ต้องหยิบบางเรื่องมาทำ ไม่ใช่ทำทั้งหมด ซึ่งทำไม่ไหว เรื่องกระจายอำนาจก็น่าคิด ต้องกระจายแบบทำให้ท้องถิ่นมีกำลัง มีความตั้งใจ อย่างแม่สอด แม่สาย หนองคาย ต้องให้เป็นเมืองพิเศษ และให้อำนาจส่วนกลางส่วนภูมิภาคกับเมืองเหล่านี้มากขึ้น ให้เขาบริหารอำเภอของเขากับอำเภอใกล้ๆ

"เข้าสู่ยุคบูรพาภิวัฒน์ต้องเริ่มพัฒนาพูดภาษาง่ายๆ คือ รถไฟรางคู่ต้องเริ่ม รถไฟความเร็วสูงต้องเริ่ม แต่ทำตามแบบชอบธรรม อย่าทำแบบทักษิณทำ ทำเป็นแผน 5 ปี ที่ว่าด้วยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานแต่ละปียืมเงินมาใช้เหมือนรัฐบาลทุกชุดทำ ไม่จำเป็นต้องยืมมาก่อน สองล้านๆ ทั้งนี้รัฐบาลต่อๆ มาก็ต้องทำไปอีก 5 ปี ต้องทำแบบซื่อสัตย์สุจริต ผมเคยฟังจากต่างประเทศ เขาอยากมาช่วย แต่นักการเมืองถามก่อนว่าเขาจะได้อะไร การเมืองแบบเห็นแก่ตัวต้องขุดรากถอนโคน"

"ฝ่ายยึดอำนาจเวลานี้ต้องทำให้คนเห็นว่าไม่เข้ามาทำเพื่อใคร ต้องไม่เข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด จุดไหนเสียก็แก้ไข ต้องฉวยโอกาสในการทำความดีให้กับเมืองไทย ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายมีปัญหาอุปสรรคเยอะแยะ แต่ตอนนี้เป็นหน้าต่างแห่งโอกาส อย่าเถลิงอำนาจ ลุแก่อำนาจ เหมือนที่ทหารพูดเองว่ายิ่งใหญ่เท่าไหร่ต้องทำตัวเล็ก ต้องรีบชิงทำความดีสำหรับชาติบ้านเมือง" อเนก กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท