posttoday
เจ๊งจริงหรือหลอก

เจ๊งจริงหรือหลอก

15 มิถุนายน 2557

การจดทะเบียนนิติบุคคลตั้งใหม่เดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ตามรายงานของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

การจดทะเบียนนิติบุคคลตั้งใหม่เดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ตามรายงานของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า จำนวนรายที่จดทะเบียนใหม่ลด 26% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน สิ่งนี้เป็นเรื่องพอเข้าใจได้ หากเหตุผลมาจากการเมืองวุ่นวายเสี่ยงเกิดเหตุปะทะนำไปสู่ความรุนแรง จนวันที่ 22 พ.ค. การเมืองโดนผ่าทางตันจากการยึดอำนาจ

อย่างไรก็ตาม จากเหตุผลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ยอดจดทะเบียนที่ลดลงกลับมาจากความเข้มงวดในการตรวจสอบธุรกิจสลากกินแบ่งรัฐบาล เพื่อแก้ปัญหาการตั้งบริษัทนอมินีขึ้นมาขอโควตาสลากเพิ่ม ซึ่งถ้าเหตุผลมาจากปัญหาดังกล่าวจริง ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาการเมืองป่วนกระทบเศรษฐกิจชะลอ ไม่ส่งผลต่อการตั้งบริษัทใหม่เลย

ทั้งนี้ เพราะจำนวนผู้ประกอบการยื่นขอจดทะเบียนบริษัททั่วประเทศเดือน พ.ค.มี 4,583 ราย ลดลง 26% เทียบกับเดือน พ.ค.ปีก่อน ในจำนวนดังกล่าวกรมพัฒนาธุรกิจการค้าระบุว่าเป็นผลจากการเข้มงวดตรวจสอบธุรกิจสลากกินแบ่งรัฐบาล ทำให้ยอดตั้งบริษัทใหม่ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเดือน พ.ค.มีผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลมาจดทะเบียนเพียง 1 ราย เทียบกับเดือน พ.ค.ปีก่อน ผู้ค้าสลากมาตั้งบริษัทใหม่ถึง 1,525 ราย หรือมากถึง 33.3% ของยอดตั้งบริษัทใหม่เดือน พ.ค.กว่า 4,500 ราย

นั่นหมายความว่า หากหักการยื่นขอจดทะเบียนตั้งบริษัทใหม่ ในส่วนของธุรกิจประเภทผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลออกไป ภาพรวมของการจดทะเบียนตั้งบริษัทใหม่เดือน พ.ค.น่าจะกลับไปเป็นเพิ่มขึ้น แม้การเมืองจะป่วน และแง่มูลค่าบริษัทขอจดทะเบียนตั้งใหม่มีทุนจดทะเบียนถึง 2.02 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 2%

นอกจากนี้ อีกด้านหนึ่ง ยอดการจดทะเบียนเลิกกิจการเดือน พ.ค.มีเพียง 833 ราย เพิ่มขึ้นแค่ 1% เทียบกับเดือน พ.ค.ปีก่อน และมูลค่าทุนจดทะเบียนเลิกกิจการ 3,331 ล้านบาท ลดลงถึง 26% จากภาพรวมทั้งหมดจะเห็นได้ว่า เมื่อพิจารณาข้อมูลลงลึกประเภทกิจการที่ขอตั้งบริษัทใหม่ ทั้งในแง่จำนวนและทุนจดทะเบียนไม่ได้ลดลง มีค่าเป็นบวกเพิ่มขึ้น ขณะที่ด้านการเลิกกิจการก็เลิกน้อยลง

ดังนั้น เมื่อดูตามตัวเลข ปัญหาการเมืองป่วน เศรษฐกิจชะลอ จึงไม่กระทบการขอจัดตั้งบริษัทใหม่ และบริษัทขอเลิกกิจการหรือเจ๊งก็ไม่ได้เพิ่มจนน่ากังวล เพราะนโยบายเข้มงวดตรวจสอบธุรกิจสลากกินแบ่งรัฐบาลโดนสั่งการมาตั้งแต่เดือน ก.ย.ปีก่อน จึงทำให้ยอดขอตั้งบริษัทใหม่ลดลงมาต่อเนื่อง

หากข้อมูลนี้สะท้อนความจริง จากนี้ไปหน่วยงานรัฐก็แทบไม่ต้องเข้ามาแก้ปัญหาบริษัทตั้งใหม่น้อยและบริษัทแจ้งเจ๊งเพิ่มขึ้น จากการเมืองกระทบเศรษฐกิจชะลอ ตามที่ทั่วไปเข้าใจ ภาครัฐจะได้เกาให้ถูกที่คัน ผลสำรวจผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมหรือเอสเอ็มอีไตรมาสแรกที่ออกมาว่ามากถึง 4-5 แสนราย จาก 2.7 ล้านรายทั่วประเทศกำลังขาดสภาพคล่องจะเจ๊งอาจจะไม่จริง ดังนั้นรัฐต้องตรวจสอบข้อมูลก่อน เพื่อการแก้ปัญหาจะได้ถูกที่

ข่าวล่าสุด

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล