
ล็อคถล่มโลก! กล้วยหอมพลิกเชือดจอมโหดสิบตัว 3-1
คอสตาริกา ช็อคแฟนบอลทั้งโลก หลังพลิกเอาชนะ อุรุกวัยไปแบบสุดมันส์ 3-1 ทะยานรั้งจ่าฝูงชั่วคราว
ฟุตบอลโลก 2014 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มดี นักแรก
อุรุกวัย - คอสตาริกา
สนาม เอสตาดิโอ คาสเตเลา, ฟอร์ตาเลซ่า
14 มิถุนายน 2014
เกมนัดแรกของกลุ่ม ดี และเป็นคู่ที่สองของวันนี้ "จอมโหด" อุรุกวัย อดีตแชมป์โลกสองสมัย นำโดยกุนซือมากประสบการณ์อย่าง ออสการ์ วอชิงตัน ตาบาเรซ ที่มีสถิติคุมทีมชาติของตั
สิ่งที่น่าสนใจของแข้ง "จอมโหด" คือ ใน 11 รายชื่อตัวจริงนั้นไม่มีนักเตะที่ค้าแข้งอยู่ในลีกของพวกเขาเลยแม้แต่รายเดียว
ขณะที่ "กล้วยหอม" คอสตาริกา ของ โฮเซ่ หลุยส์ ปินโต้ ที่เสียไปเพียง 7 ประตูจาก 10 เกมในรอบคัดเลือก จัดทัพชุดใหญ่ลงสนาม นำโดย เคย์เลอร์ นาวาส ผู้รักษาประตูจอมหนึบที่ค้าแข้งอยู่ในลา ลีกา สเปน, ไบรอัน รูอิซ ดาวเตะกัปตันทีมจาก ฟูแล่ม และโจเอล แคมป์เบลล์ ศูนย์หน้าดาวรุ่งตัวความหวังจาก โอลิมเปียกอส
วันนี้ทั้งสองทีมต่างอยู่ในชุดเก่งของพวกเขาเอง โดยอุรุกวัยอยู่ในชุดฟ้า-ดำ ส่วน คอสตาริกา อยู่ในสีเสื้อขาวล้วน
ผู้ตัดสินเป่านกหวีดเริ่มเกม และเป็นอดีตแชมป์โลกสองสมัยที่เปิดเกมรุกเข้าใส่ตามคาด แต่กว่าจะหาช่องเข้าทำได้นั้นต้องรอถึงนาทีที่ 15 เมื่อ ดิเอโก้ โกดิน วิ่งสอดแนวรับทีม "กล้วยหอม" ก่อนแหย่เท้าชาร์จบอลเข้าประตูไป แต่ผู้ตัดสินให้เป็นลูกล้ำหน้าปล่อยให้แฟนๆ เฮเก้อลั่นสนาม
หลังจากนั้นสองนาที แข้ง "จอมโหด" น่าจะได้ประตูขึ้นนำแบบสุดๆ เมื่อ เอดินสัน คาวานี่ ได้บอลในกรอบเขตโทษ แต่หัวหอกผมสวยรายนี้ซัดหลุดกรอบไปอย่างเหลือเชื่อ
แต่แล้วแฟนๆ อุรุกวัย ได้เฮกันทั้งสนามในนาทีที่ 24 เมื่อ จูเนียร์ ดิอ๊าซ ไปเหนี่ยว ดิเอโก้ ลูกาโน่ ผู้ตัดสิน เฟลิกซ์ บริช ชี้ไปเป็นลูกที่จุดโทษ ก่อน เอดินสัน คาวานี่ จะรับหน้าที่สังหาร บอลพุ่งผ่านมือ เคย์เลอร์ นาวาส ไปแบบเฉียดๆ แต่ยังเข้าประตูไป อุรุกวัย ขึ้นนำ 1 ต่อ 0
นาทีที่ 27 คอสตาริกา เกือบตีเสมอได้สำเร็จ จากจังหวะโจเอล แคมป์เบลล์ กดเต็มข้อบริเวณระยะ 25 หลา แต่โชคร้ายบอลไม่เข้ากรอบ
คอสตาริกา ได้ส้มหล่นจากจังหวะการยิงของ จานคาร์โล กอนซาเลซ แต่เจ้าตัวซัดไปแฉลบแนวรับ อรุกวัย บอลเข้าข้างตาข่ายไปแบบหวาดเสียว
ยิ่งเล่น ยิ่งกลายเป็น คอสตาริกา ที่โหมเกมรุกเข้าใส่ดุจพายุกระหน่ำหวังจะตีเสมอให้ได้ แต่แนวรับของอุกรุกวัยที่ยืนพื้นมาจากชุดที่ได้อันดับ 4 เมื่อฟุตบอลโลกครั้งที่แล้วนั้นยังเก๋าพอ และเอาตัวรอดได้
ก่อนหมดครึ่งแรกสองนาที่ คอสตาริกา อาสัยทีเด็ดจากลูกเตะมุมเปิดโด่งเข้ามา มุสเลร่า พยายามจะออกมารับบอลแต่พลาดคว้าลม โชคดีที่ จานคาร์โล กอนซาเลซ พุ่งโหม่งวืด ทำเอาแฟนบอลในสนามหัวใจแทบวาย
หลังจากนั้นแค่นาทีเดียว อุรุกวัย พลาดหนีออกนำเป็น 2 ต่อ 0 เมื่อ ดิเอโก้ ฟอร์ลัน ได้โอกาสวางเท้าในพื้นที่อันตรายก่อนซัดด้วยซ้ายไปแฉลบผู้เล่น คอสตาริกา บอลทำท่าจะมุดเสียบใต้คานอยู่แล้ว
แต่ เคย์เลอร์ นาวาส พุ่งปัดไว้ได้แบบเหลือเชื่อ ก่อนที่ผู้ตัดสินจากเยอรมันจะเป่าจบครึ่งแรก อุรุกวัย ยังนำ คอสตาริกาอยู่ 1-0
กลับมาเล่นกันต่อในครึ่งเวลาหลังได้ไม่ทันไร ดิเอโก้ โกดิน ไปพุุ่งเสียบ โจเอล แคมป์เบลล์ ผู้ตัดสินต้องควักใบเหลืองให้กัปตันทีมรายนี้ และเป็น โบลันญอส ที่เปิดบอลมาในกรอบให้ ออสการ์ ดูอาร์เต้ เทคตัวโหม่งในกรอบ 6 หลาไปติดเซฟ มุสเลร่า ก่อนที่เจ้าตัวจะซ้ำอีกที แต่บอลไม่ตรงกรอบ
นาทีที่ 54 แฟนๆ "กล้วยหอม" ได้เฮกันลั่นสังเวียน คาสเตเลา เมื่อ แคมป์เบลล์พักอกหนึ่งจังหวะในกรอบเขตโทษ ก่อนจะกดด้วยซ้ายเต็มข้อ บอลพุ่งตุงตาข่ายแทบขาด ช่วยให้ คอสตาริกา ตามตีเสมอได้สำเร็จ
หลังจากนั้นไม่ถึงสามนาที คอสตาริกา พลิกขึ้นนำได้สำเร็จ จากจังหวะเปิดฟรีคิกเข้ามาของ โบลันญอส เจ้าเก่า และเป็น ออสการ์ ดูอาร์เต้ ดาวเตะหมายเลข 6 โขกจ่อๆ เข้าไปไม่เหลือ ทำเอาแฟนๆ คอสตาริกา บางคนในสนามถึงกับหลั่งน้ำตาด้วยความดีใจ
นาทีที่ 59 ออสการ์ วอชิงตัน ตาบาเรซ แก้เกมด่วนด้วยการถอดสองผู้เล่นอย่าง ดิเอโก้ ฟอร์ลัน กับวอร์เตอร์ การ์กาโน่ ออก ก่อนส่ง นิโกลัส โลเดยโร่ กับ อัลวาโร่ กอนซาเลซ ลงมาเล่นแทน
ผ่านหนึ่งชั่วโมงได้ไม่ทันไม่ คอสตาริกา น่าจะได้ประตูที่สามแบบสุดๆ จากจังหวะปั่นด้วยซ้ายนอกกรอบเขตโทษของ แคมป์เบลล์ คนเดิม แต่บอลโค้งถากสามเหลี่ยมไปแบบน่าเข้าสุดๆ
หลังจากนั้นอีกสิบนาที อุรุกวัย ที่เดินเกมบุกแหลก หวิดจะได้ประตูตีเสมอสองครั้งสองครา จาก คาวานี่ แต่จังหวะสุดท้ายเจ้าตัวโหม่งไปติดเซฟ เคย์เลอร์ นาวาส ที่เกมนี้โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม
ต้องยอมรับว่าในเกมนี้นักเตะของ คอสตาริกา นั้นวิ่งสู้ฟัดจริงๆ โดยเฉพาะ โจเอล แคมป์เบลล์ ที่สร้างความปั่นป่วนในเกมรุกอยู่ตลอดเวลา เป็นไปได้ว่าเจ้าตัวอาจจะได้ย้ายไปเล่นให้สโมสรยักษ์ใหญ่ในซีซั่นหน้า
นาทีที่ 80 มาร์ติน กาเซเรส ไปโดนใบเหลืองจากจังหวะเสียบน่าเกลียดใส่ คริสเตียน แกมบัว ก่อนที่ โฮเซ่ หลุยส์ ปินโต้ จะตัดสินใจถอดกัปตันทีมอย่าง ไบรอัน รูอิซ ออก และส่ง มาร์โก อูเรนญ่า ลงมาเล่นแทน
แต่หลังจากนั้นอีกสี่นาที อุรุกวัย ก้มาพลาดเสียประตูที่สามจนได้ เมื่อ โจเอล แคมป์เบลล์ รับบอลจากตรงกลาง ก่อนไหลตามช่องมาให้ อูเรนญ่า ตวัดบอลสวนตัวกับทาง เฟร์นานโด มุสเลร่า เข้าไปง่ายๆ ชนิดช็อคแฟน "จอมโหด" สุดๆ
ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ อุรุกวัย ต้องเหลือผู้เล่นเพียงแค่สิบคน เมื่อ มักซิมิเลียโน เปเรยร่า ไปไล่หวดแข้ง คอสตาริกาเอาดื้อๆ ผู้ตัดสิน เฟลิกซ์ บริช ไม่ลังเลที่จะควักใบแดงไล่ออกจากสนามทันที และเป็นใบแดงแรกในฟุตบอลโลกครั้งนี้อีกด้วย ก่อนที่ บริช จะเป่านกหวีดจบเกม คอสตาริกา พลิกล็อกเอาชนะแชมป์โลกสองสมัยอย่าง อุรุกวัย ไปอย่างสุดช็อคแฟนบอลทั้งโลก 3 ประตูต่อ 1 ทะยานขึ้นนำเป็นจ่าฝูงชั่วคราวในกลุ่ม ดี และถีบ อุรุกวัย ไปรั้งบ๊วยของตาราง
รายชื่อนักเตะที่ลงสนาม
อุรุกวัย
เฟร์นานโด มุสเลร่า, มักซิมิเลียโน่ เปเรยร่า, ดีเอโก้ ลูกาโน่, ดีเอโก้ โกดิน, มาร์ติน กาเซเรส; คริสเตียน สตูอานี่, เอกิดิโอ อเรวาโล่ ริออส, วอลเตอร์ การ์กาโน่, คริสเตียน โรดริเกซ, ดีเอโก้ ฟอร์ลัน, เอดินสัน คาวานี่
ผู้จัดการทีม : ออสการ์ วอชิงตัน ตาบาเรซ
คอสตาริกา
เคย์เลอร์ นาวาส; คริสเตียน แกมบัว, ไมเคิ่ล อูมาน่า, จานคาร์โล กอนซาเลซ, ออสการ์ ดูอาร์เต้, จูเนียร์ ดิอาซ, ไบรอัน รูอิซ, เซลโซ่ บอร์เกส, เยลต์ซิน เตเฮด้า, คริสเตียน โบลันโญส, โจเอล แคมป์เบลล์
ผู้จัดการทีม : โฮเซ่ หลุยส์ ปินโต้
ผู้ตัดสิน : เฟลิกซ์ บริช (เยอรมัน)







