
คสช. ย้ำ ไร้ 2 มาตรฐาน 'สมบัติ' รับอาจนอนคุกยาว
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ออกประกาศ คสช. ฉบับที่ 63/2557 เรื่อง นโยบายเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมของรัฐ โดยมีสาระสำคัญว่า ประชาชน ต้องได้รับความเป็นธรรมอย่างทั่วถึงในกระบวนการยุติธรรม องค์กรหรือหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม ไม่ว่าจะเป็นศาล คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) องค์กรอิสระอื่น อัยการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ รวมทั้งหน่วยงานอื่นของรัฐที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม ขอให้ยึดมั่นในการปฏิบัติงานด้วยความเที่ยงธรรม และมี บรรทัดฐานที่ชัดเจนในการดำเนินคดี ตามประเภทคดีที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ ซึ่งสาธารณชนสามารถตรวจสอบได้ และต้องเป็นไปตามหลักนิติธรรมและไม่มีการเลือกปฏิบัติ
ด้าน ประสาท พงษ์ศิวาภัย กรรมการ ป.ป.ช. เปิดเผยว่า ภายในหนึ่งสัปดาห์ทาง ป.ป.ช.จะเสนอรายงานให้ คสช.พิจารณาว่าควรมีกฎหมายฉบับใดบ้างที่สมควรได้รับการปรับปรุงเพื่อให้เกิดกระบวนการปฏิรูปการแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น ส่วนความ คืบหน้าในการไต่สวนคดีโครงการรับจำนำข้าวนั้น ทาง ป.ป.ช.ยังไม่ได้พิจารณาว่าจะสอบพยานอีก 8 ราย ตามที่ทนายความของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีร้องขอหรือไม่
ขณะที่ความเคลื่อนไหวของ สมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด แกนนำคนเสื้อแดง หลังจากศาลทหารมีคำสั่งฝากขังเป็นเวลา 12 วันที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ได้มีมวลชนเสื้อแดงมาเยี่ยมให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เปิดโอกาสให้เยี่ยม บก.ลายจุด
สมบัติ ซึ่งถูกตัดผมสั้นเกรียน ได้ประสานมือ ที่หน้าอกเป็นรูปนกพิราบ และโบกมือตอบกลับทักทายผู้ที่มาให้กำลังใจ พร้อมกับกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า มั่นใจว่าตัวเองจะถูกคุมขังไม่ต่ำกว่า 2 ปี จนกว่า คสช.จะลงจากอำนาจ การแสดงออกที่ผ่านมาส่วนตัวก็ยึด แนวทางสันติวิธีมาตลอด ดังนั้น หาก คสช.ต้องการ ที่จะทำให้เกิดความปรองดองจริงตามที่พูดไว้ ก็ควรเปิดพื้นที่ให้สายพิราบได้แสดงออกบ้าง ส่วนความเคลื่อนไหวหลังจากนี้ ขอให้ประชาชนเลิกออกมาแสดงออกต่อต้านรัฐประหารบนท้องถนน แต่ขอให้สวมเสื้อสีแดงในทุกวันอาทิตย์ เพื่อยืนยันว่าประชาชน คือ เจ้าของอำนาจอธิปไตยที่แท้จริง
ขณะเดียวกัน นายทหารพระธรรมนูญ ยื่นเรื่อง ให้กองบังคับการปราบปราม ให้พิจารณาขออนุมัติศาลทหาร ออกหมายจับบุคคลที่ฝ่าฝืนไม่ไปรายงานตัว ตามคำสั่งของ คสช. จำนวน 21 คน ได้แก่ 1.โสภณ เมฆตระกูล 2.วีรพัฒน์ ปริยวงศ์ 3.สุนัย จุลพงศธร 4.ณัฐ สัตยาภรณ์พิสุทธิ์ 5.ธีร์ บริรักษ์ 6.ธันย์ฐวุฒิ ทวีวโรดมกุล 7.สุดา รังกุพันธุ์ 8.ชัยอนันต์ ไผ่สีทอง 9.พงศ์พิเชษฐ์ สุขจินดาทอง 10.พฤทธ์นรินทร์ ธนบริบูรณ์สุข 11.จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ 12.ดารุณี กฤตบุญญาลัย 13.วุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ 14.สุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ 15.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ 16.น.ต.ชนินทร์ คล้ายคลึง 17.นิธิวัต วรรณศิริ 18.ศรัณย์ ฉุยฉาย 19.ไตรรงค์ สินสืบผล 20.ชฤต โยนกนาคพันธุ์ และ 21.วัฒน์ วรรลยางกูร
สำหรับแกนนำ กปปส. และกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจำนวน 12 คน นำโดย อิสสระ สมชัย พิภพ ธงไชย และ อุทัย ยอดมณี ที่เข้ารายงานตัวกับ คสช. ตั้งแต่เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ที่ผ่านมา ได้รับการปล่อยตัวแล้วเมื่อวันที่ 13 มิ.ย. โดย คสช.ขอความร่วมมือให้ปรับเปลี่ยนทัศนคติทางการเมือง และไม่ให้ไปยุ่งเกี่ยวกับกิจกรรมใดๆ ที่จะสร้างความวุ่นวายให้กับประเทศและประชาชนอีก
อีกด้าน สกลธี ภัททิยกุล แกนนำ กปปส. เดินทางไปขึ้นศาลอาญาในความผิดฐานร่วมกันเป็นกบฏ ก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร และขัดขวางการจัดการเลือกตั้ง โดยสกลธีได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และตั้งทนายความสู้คดีก่อนที่ศาลจะนัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 7 ก.ค. เวลา 13.30 น.







