
ซักฟอกระวังแทงเพื่อไทย
8...ทีมข่าวการเมือง
แม้ม็อบแดงจะแพ้ศึกการเมืองครั้งนี้ราบคาบ แต่สงครามการเมืองยังไม่จบเมื่อเครื่องยนต์สีแดงของทักษิณอีกเครื่องยังไม่ได้ไหม้ กลับมาติดเครื่องขอทำหน้าที่ในสภาตรวจสอบรัฐบาลด้วยการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง นำทีม สส.พรรคเพื่อไทย ยื่นญัตติอภิปรายต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรวันนี้ พ่วงด้วยการซักฟอกอีก 4 รัฐมนตรี คือ กรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง กษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย โสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม
การกลับลำมายื่นญัตติครั้งนี้ถูกตั้งคำถามมากมายว่า ทำได้หรือไม่เพราะต้องอยู่ในช่วงเปิดสมัยประชุมสภาเท่านั้น
แต่นี่ปิดสมัยประชุมไปเมื่อวันที่ 21 พ.ค.ที่ผ่านมา และรัฐบาลได้ขอให้เปิดสมัยประชุมนัดพิเศษ หรือเปิดวิสามัญเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2553 วันที่ 24 พ.ค.
ฝ่ายค้านอาศัยจังหวะนี้เสียบญัตติซักฟอกทันที อ้างว่าอยู่ในช่วงเปิดสมัยประชุม จึงทำได้ไม่ผิดข้อบังคับ ก่อนย้อนเกล็ดว่า สมัยพรรคประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้านก็เคยยื่นญัตติซักฟอกรัฐบาลสมัครในลักษณะเดียวกันมาแล้ว
เมื่ออภิสิทธิ์ตอบตกลง พร้อมชี้แจงเหตุการณ์
“พฤษภาพินาศ” ในสภาเพราะเชื่อมั่นหลักฐานที่มีอยู่เต็มมือว่าในม็อบมีผู้ก่อการร้ายและอาวุธสงครามอื้อซ่าที่ยึดมาโชว์คณะเจ้าหน้าที่ทูต 50 กว่าชาติวันนี้สมรภูมิข้างถนนของคนเสื้อแดงจบลง ความร้อนระอุจึงกลับมาอยู่ในสภา
ไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะฝ่ายค้านมีหน้าที่ตรวจสอบฝ่ายบริหาร และการยื่นญัตติอภิปรายก็เป็นมาตรการตรวจสอบสูงสุดในสภา เมื่อฝ่ายค้านคาใจยอดผู้เสียชีวิต 80 กว่าคนที่เชื่อว่าทหารเป็นฝ่ายสังหารคนเสื้อแดง รัฐบาลก็ต้องชี้แจงโดยเฉพาะภาพกองกำลังเสื้อดำ และการวางแผนเผาเมืองที่เกิดขึ้น
แต่การเล่นบทของพรรคเพื่อไทย ล้วนเป็นเรื่องผลประโยชน์ทางการเมืองชัดๆ มากกว่าที่จะเดินหน้าร่วมฝ่าวิกฤตประเทศในภาวะที่ประเทศพังพินาศเหมือนที่หลายประเทศรวมใจทำกัน
เพราะก่อนหน้านี้ ในช่วงเปิดสมัยประชุมสภาเมื่อเดือนก่อน พรรคเพื่อไทยปฏิเสธที่จะใช้กลไกสภาตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล เมื่อทักษิณ ชินวัตร ไม่ต้องการให้ยื่นญัตติซักฟอกอภิสิทธิ์เพราะกลัวติดกฎเหล็กรัฐธรรมนูญ คือ
“ยื่นเมื่อไรจะยุบสภาไม่ได้”ถ้าเพื่อไทยยื่นญัตติ ก็จะสวนทางกับข้อเรียกร้องของแกนนำเสื้อแดงที่ให้ยุบสภา และขณะนั้นทักษิณและขุนพลเพื่อไทยและเสื้อแดงก็ลุ้นผลสมรภูมิผ่านฟ้าฯ วันที่ 10 เม.ย. ที่เสื้อแดงและทหารเสียชีวิตจากการขอคืนพื้นที่เกือบ 30 คน
ทักษิณมั่นใจว่าถ้าม็อบเสื้อแดงกดดันเรื่อยๆ อภิสิทธิ์จะต้องยุบสภาแน่ พรรคเพื่อไทยซึ่งเตรียมการซักฟอกมานาน เลยต้องยุติ เมื่อนายใหญ่ทุบโต๊ะจน
“สิงห์เหลิม” โต้โผยื่นญัตติ ไม่กล้าขัดขืน ยอมกลับลำนาทีสุดท้ายว่า เหตุที่เราไม่ยื่นก็เพราะ รัฐบาลอภิสิทธิ์เป็นรัฐบาลมือเปื้อนเลือด ถ้าตรวจสอบในสภาก็จะเสื่อมเสียเกียรติและเท่ากับว่า ฝ่ายค้านประทับตราให้คนผิด“
รัฐบาลทำความผิดมหันต์ไกลเกินกว่าที่เราจะอภิปรายไม่ไว้วางใจ ถ้าเรายื่นรัฐบาลจะกล่าวอ้างต่อชาวโลกว่ามีความชอบธรรม ได้รับการตรวจสอบในระบบสภา ความเลวร้ายในเรื่องการทุจริตเป็นสิ่งที่เราตรวจสอบได้ แต่กรณีที่รัฐบาลสั่งเจ้าหน้าที่สลายการชุมนุม โดยเฉพาะในเวลากลางคืนเป็นความชั่วช้าเลวทรามเกินไปกว่าที่พรรคเพื่อไทยจะให้เกียรติตรวจสอบในสภา”แต่วันนี้ เฉลิมก็ลื่นไหลด้วยเหตุผลใหม่ว่า รัฐบาลหมดความชอบธรรมที่จะบริหารประเทศ เพราะทำให้ประชาชนตายเป็นเบือ!!
เมื่อม็อบแดงแพ้ ล้มรัฐบาลไม่ได้ ทักษิณจึงเปลี่ยนเกมด้วยการให้พรรคเพื่อไทยยื่นญัตติ
สงครามของทักษิณ ที่ต้องการสร้าง
“รัฐไทยใหม่” ใช้ยุทธวิธี “แก้วสามประการ” ในระบบ บนดิน ใต้ดิน คอยกดกระแทกเปลี่ยนอำนาจรัฐ หรือง่ายๆ ใช้ “พรรคเพื่อไทย–ม็อบเสื้อแดงกองกำลังใต้ดินไม่ทราบฝ่าย” ที่แกนนำม็อบมักชื่นชมเสมอว่า “กองกำลังไม่ทราบฝ่ายหรือนักรบชุดดำเขามาช่วยเรา”ม็อบเสื้อแดงสร้างความสูญเสียให้ประเทศครั้งนี้ใหญ่กว่า สงกรานต์เลือดปีที่แล้ว มหาศาลกว่าหลายเท่า จนกลุ่มก๊วนทักษิณด้วยกันอย่าง จาตุรนต์ ฉายแสง ผู้นำม็อบแดงสายสันติ ก็ฝืนกระแสไม่ได้ ต้องจำนนว่า เสื้อแดงล้มเหลว และหากจะเดินต่อไปต้องสรุปบทเรียนที่ต้องใช้แนวสันติวิธี ห้ามใช้ความรุนแรงเด็ดขาด
มิเท่านั้น จาตุรนต์ ยังบอกด้วยว่า พรรคเพื่อไทยเองก็ต้องทบทวนตัวเอง ที่มุ่งเดินเกมนอกสภา ไม่ใช้สภาเป็นตัวขับเคลื่อน นั่นหมายถึง ที่ผ่านมาพลาดโอกาสทอง ไม่ยอมอภิปรายไม่ไว้วางใจ กลับให้การเมืองท้องถนนของม็อบเป็นตัวเดิน
“
เกมอภิปราย” ที่ถูกนำมาปัดฝุ่นอีกครั้ง ถามว่าจะกดดันรัฐบาลได้หรือไม่นี่เป็นทั้งด้านบวกและด้านลบกับรัฐบาล
แง่หนึ่งเปิดโอกาสให้อภิสิทธิ์ชี้แจงอีกครั้งถึงความจำเป็นในการ
“ขอคืนพื้นที่” และ “กระชับวงล้อม” และความสูญเสียจากการเผาราชประสงค์ และสถานที่รอบกรุงเทพฯ ที่เป็นฝีมือของม็อบ นปช.ด้านลบ ผู้เสียชีวิตกว่า 80 คน จะเป็นเงื่อนไขให้ฝ่ายค้านใช้ปลุกคนเสื้อแดงลุกขึ้นสู้ในศึกครั้งใหม่อีกรอบ
สำหรับรัฐบาล สิ่งที่หลายฝ่ายตั้งคำถาม คือ
“ความรับผิดชอบทางการเมือง” ต่อยอดผู้เสียชีวิต ซึ่งจะทำให้อภิสิทธิ์กระอักกระอ่วนใจ นั่งเก้าอี้นายกฯ ต่อ แต่หากพิจารณาที่มาที่ไป หลักฐานที่รัฐบาลนำมาโชว์ เช่น อาวุธสงครามสารพัดชนิดจำนวนมากประเด็น
“ม็อบติดอาวุธ” ก็ดี สส.พรรคเพื่อไทยที่ขนคนมาชุมนุม จนเกิด “อาการตกใจ” เผาราชประสงค์ และกรุงเทพฯ ต้องเป็นทะเลเพลิง เหล่านี้พรรคเพื่อไทยไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบต่อความเสียหายทั้งชีวิต ทรัพย์สิน และเศรษฐกิจได้ผลอภิปรายคงไม่สามารถทำอะไรความเป็นรัฐบาลผสม 6 พรรคได้ เพราะพรรคร่วมรัฐบาลยังเหนียวแน่นกับประชาธิปัตย์
แต่เพื่อไทยอาจเหวอะหวะโทษฐานเอาคนมาร่วมชุมนุม ไม่ทำหน้าที่ในสภา ปล่อยให้ สส. เล่นการเมืองข้างถนนจนประเทศต้องบอบช้ำ







