
โลกเฉื่อย
ธนาคารโลกประกาศตัดลดแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจโลกปีนี้ จากเดิมที่คิดว่าจะโตที่ 3.2% มานั่งคิดใหม่ ธนาคารโลกบอกน่าจะโตได้ที่ 2.8% เท่านั้น โดยให้เหตุผลว่า แม้ในสหรัฐจะเติบโตดีขึ้น ทว่าช่วงไตรมาสแรกก็ไม่สู้จะดีนัก เพราะเจอพิษสภาพอากาศเลวร้าย ขณะที่จีนและประเทศเศรษฐกิจใหญ่อื่นๆ ก็เจอสภาพการชะลอตัวครับ ซึ่งจะฉุดรั้งการเติบโตของเศรษฐกิจโลกไปด้วย
ธนาคารโลกประกาศตัดลดแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจโลกปีนี้ จากเดิมที่คิดว่าจะโตที่ 3.2% มานั่งคิดใหม่ ธนาคารโลกบอกน่าจะโตได้ที่ 2.8% เท่านั้น โดยให้เหตุผลว่า แม้ในสหรัฐจะเติบโตดีขึ้น ทว่าช่วงไตรมาสแรกก็ไม่สู้จะดีนัก เพราะเจอพิษสภาพอากาศเลวร้าย ขณะที่จีนและประเทศเศรษฐกิจใหญ่อื่นๆ ก็เจอสภาพการชะลอตัวครับ ซึ่งจะฉุดรั้งการเติบโตของเศรษฐกิจโลกไปด้วย
สรุปง่ายๆ ก็คือเศรษฐกิจโลกกำลังเข้าสู่ยุคเฉื่อย ลุ่มๆ ดอนๆ เพราะถ้ามองภาพรวมจะเห็นว่าไม่มีเขตเศรษฐกิจใดที่เติบโตร้อนแรงที่จะช่วยกระตุ้นภูมิภาคอื่นๆ ขึ้นมาได้
สหรัฐ แม้ว่าในวันนี้จะมีแนวโน้มดีกว่าเพื่อน แต่เอาเข้าจริง สถานการณ์ก็ยังไม่น่าไว้วางใจนัก ปริมาณการว่างงานยังอยู่ในระดับที่ไม่น่าพอใจมาก เห็นได้จากที่ธนาคารกลางสหรัฐยังไม่กล้าประกาศขึ้นดอกเบี้ยในเร็ววันนี้
ส่วนสถานการณ์ในยุโรป แน่นอนว่าเศรษฐกิจของกลุ่มยูโรโซนกำลังมีความเฉื่อยอย่างหนัก หลังจากที่ดัชนีเงินเฟ้อลดต่ำลงเรื่อยๆ จนกลัวว่าจะเข้าสู่ภาวะเงินฝืดด้วยซ้ำ คนยุโรปไม่ใช้เงินกันเท่าไหร่ในช่วงนี้ เพราะเพิ่งฟื้นไข้จากวิกฤตนี้ อาจจะเป็นช่วงแห่งการประหยัดครับ
ขณะที่ญี่ปุ่นนั้น ดูเหมือนว่าจะดีจากการใช้นโยบายเศรษฐกิจแบบกระตุ้นแหลก และลดค่าเงินเยน แต่สุดท้ายดัชนีราคาที่กระเตื้องขึ้นในปัจจุบันนั้นก็เป็นผลมาจากการประกาศขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มไปเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมานี้เอง ซึ่งเมื่อวานก็มีรายงานข่าวว่า การขึ้นภาษีดังกล่าวทำให้ญี่ปุ่นมีเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นก็จริง แต่กลับกลายเป็นการหั่นพลังซื้อของผู้บริโภคจริง สรุปแล้ว เศรษฐกิจญี่ปุ่นที่ดีขึ้นนั้น ดีขึ้นแต่ตัวเลขครับ ในความเป็นจริงยังไม่สามารถบอกได้ว่าอาเบะโนมิกส์นั้นออกดอกออกผลจริงๆ ซ้ำร้ายชาวญี่ปุ่นหลายคนยังบอกว่าอาเบะโนมิกส์ไม่ได้ส่งผลต่อประชาชน แต่เป็นการที่รัฐช่วยแต่ภาคธุรกิจเท่านั้น
แน่นอนสำหรับจีนยังคงพอใจอยู่กับการชะลอตัวทางเศรษฐกิจต่อไป เห็นได้จากที่ผู้นำจีนบอกเป็นระยะๆ ให้จีนเคยชินกับสภาพเศรษฐกิจเช่นนี้ อันเป็นหนึ่งในการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจครั้งประวัติศาสตร์ของประเทศ
ส่วนประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลาย ต้องบอกว่ายังมีความเสี่ยงอยู่มากเช่นกันกับภาวะทุนไหลออก ธนาคารโลกยังเตือนให้ประเทศกำลังพัฒนาเร่งปฏิรูปเศรษฐกิจภายในอย่างเร่งด่วน เพื่อรับมือความโกลาหลที่อาจจะเกิดขึ้นหากมีการขึ้นดอกเบี้ยในสหรัฐจริงในอนาคตอันใกล้นี้
สรุปแล้ว ความเฉื่อยที่เกิดขึ้นกับเศรษฐกิจโลกนั้น เป็นเพราะแต่ละภูมิภาคพากันเฉื่อยพร้อมๆ กันหมด ไม่มีใครร้อนแรงหรือแข็งแกร่งขนาดที่จะมีแรงดันเศรษฐกิจโลกได้เพียงพอครับ







