posttoday
สัมปทานขุดเจาะน้ำมันให้อะไรกับประเทศ (2)

สัมปทานขุดเจาะน้ำมันให้อะไรกับประเทศ (2)

13 มิถุนายน 2557

พลังงานเป็นสิ่งจำเป็นมากถึงมากที่สุด โดยเฉพาะในตอนนี้ ร้อนสุดๆ ขอแอร์ หน่อย...เปิดแอร์ ต้องใช้ไฟฟ้า ไฟฟ้าส่วนใหญ่ผลิตมาจากไหนครับ... ก๊าซธรรมชาติ สูงถึงร้อยละ 65-70 ที่เหลือได้มาจากเชื้อเพลิงถ่านหิน พลังน้ำจากเขื่อน และบางส่วนซื้อจากเพื่อนบ้านครับ เช่น สปป.ลาว

พลังงานเป็นสิ่งจำเป็นมากถึงมากที่สุด โดยเฉพาะในตอนนี้ ร้อนสุดๆ ขอแอร์ หน่อย...เปิดแอร์ ต้องใช้ไฟฟ้า ไฟฟ้าส่วนใหญ่ผลิตมาจากไหนครับ... ก๊าซธรรมชาติ สูงถึงร้อยละ 65-70 ที่เหลือได้มาจากเชื้อเพลิงถ่านหิน พลังน้ำจากเขื่อน และบางส่วนซื้อจากเพื่อนบ้านครับ เช่น สปป.ลาว

นอกจากไฟฟ้าแล้วยังมีก๊าซที่ใช้ในการหุงต้ม น้ำมันสำเร็จรูปชนิดต่างๆ สำหรับการเดินทางขนส่ง ซึ่งล้วนเป็นพลังงานจากเชื้อเพลิงในหลายรูปแบบ พลังงานที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ โดยรวมแล้วผลิตมาจากเชื้อเพลิงอะไรบ้าง ครับ...จากข้อมูลสถิติของสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน พบว่า พลังงานขั้นต้นในเชิงพาณิชย์ ผลิตได้จากเชื้อเพลิงต่างๆ มีสัดส่วนแยกได้ตามรูปนี้ครับ

ในปีที่ผ่านมาประเทศไทยใช้พลังงานขั้นต้นในเชิงพาณิชย์สูงถึง 2 ล้านบาร์เรล เทียบเท่าน้ำมันดิบ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนเล็กน้อย พลังงานขั้นต้นส่วนใหญ่ผลิตมาจากเชื้อเพลิงปิโตรเลียม ทั้งก๊าซธรรมชาติและน้ำมันดิบ รวมกันมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 81 ถ้าเราต้องนำเข้า ทั้งหมด จะเป็นอย่างไรครับ...

ราคาพลังงานในบ้านเราคงสูงกว่าในปัจจุบันนี้มาก แต่โชคดีที่เรามีสัมปทานขุดเจาะของเราเอง และเริ่มต้นผลิตก๊าซใช้เองได้ ตั้งแต่ปี 2524 ทำให้ประเทศเกิดการพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว ก๊าซส่วนใหญ่ถูกนำมาผลิตไฟฟ้า ใช้เป็นก๊าซหุงต้ม ใช้เป็นเชื้อเพลิงในรถยนต์ทั้ง LPG และ NGV และใช้เป็นวัตถุดิบปิโตรเคมีที่สร้างมูลค่าเพิ่มได้มากมาย ถุง ถัง กะละมัง ขวด อุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ และเกิดการจ้างงานหลายแสนคน รัฐจัดเก็บภาษีได้เป็นกอบเป็นกำ ถ้าเราไม่มีก๊าซจากสัมปทานในอ่าวไทย ประเทศเราก็คงต้องใช้น้ำมันเตา หรือถ่านลิกไนต์ (ลำปาง) ผลิตไฟฟ้า การดำเนินชีวิตของเราคงไม่สะดวกสบายเหมือนเช่นทุกวันนี้ แสดงได้ดังรูปแสดง (กราฟ 1)

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากประเทศเราได้พัฒนาเติบโต มีประชากรเพิ่มมากขึ้น มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย การใช้พลังงานจึงสูงขึ้นตาม ทำให้ปัจจุบันเราต้องนำเข้าพลังงานเกือบครึ่งหนึ่งของความต้องการใช้ แยกสัดส่วนการนำเข้าตามชนิดเชื้อเพลิงแสดงได้ ดังรูปแสดง (กราฟ 2) ครับ

จากที่กล่าวมาข้างต้น เพื่อจะชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของสัมปทานขุดเจาะน้ำมันในบ้านเรา ที่ดำเนินการมากว่า 40 ปี มีเม็ดเงินลงทุนในกิจการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมกว่า 1.6 ล้านล้านบาท เป็นต้นทางให้เกิดอุตสาหกรรมต่างๆ มากมายสร้างงาน สร้างเงิน ให้กับประเทศและคนไทยมาอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบันได้เปิดให้สัมปทานปิโตรเลียมไปแล้ว 20 รอบ ผลการดำเนินงานเป็นอย่างไร ค่าสัมปทานถูกมากและไม่ทันสมัย ตามที่เป็นประเด็นอยู่หรือไม่นั้น ก่อนอื่นต้องทำความ เข้าใจกันก่อนว่า สัมปทานขุดเจาะน้ำมัน หรือสัมปทานปิโตรเลียม ที่ท่านเข้าใจนั้นเป็นอย่างไร เหมือนหรือแตกต่างอย่างไรกับสัมปทานที่เคยได้ยิน เช่น สัมปทานรถไฟฟ้า สัมปทานทางด่วน สัมปทานมือถือ สัมปทาน ป่าไม้ เป็นต้น

นิยามความหมายของคำว่า “สัมปทาน” ตามพจนานุกรมของราชบัณฑิตยสถาน ให้ความหมายไว้ดังนี้ สัมปทาน (น.) การที่รัฐอนุญาตให้เอกชนจัดทำบริการสาธารณะหรือจัดทำประโยชน์เกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ ภายในระยะเวลาและตามเงื่อนไขที่รัฐกำหนด เช่น สัมปทานการเดินรถประจำทาง สัมปทานทำไม้ในป่าสัมปทาน สรุปความได้ว่า “สัมปทาน” คือ “สัญญา” ที่ทำระหว่างรัฐกับเอกชน เพื่อให้เอกชนนำ “ทรัพยากรธรรมชาติ” ไปใช้ประโยชน์ได้ โดยอยู่ในเงื่อนไขระยะเวลาตามที่รัฐกำหนด

ผมไม่แน่ใจว่าสัมปทานอื่นๆ มีความเสี่ยงมากน้อยแค่ไหน การที่เอกชนนำทรัพยากรธรรมชาติไปใช้ประโยชน์ หมายถึงทรัพยากรธรรมชาตินั้นมีอยู่แล้ว เช่น ป่าไม้ คลื่นความถี่ เหมืองแร่ต่างๆ ใช่หรือไม่ ถ้าใช่ ผมคิดว่ามันมีความแตกต่างกัน ตรงการมีอยู่ของทรัพยากรปิโตรเลียมที่รัฐเองไม่ได้รับประกันว่าสัมปทานปิโตรเลียมที่ออกให้ไปนั้นจะมีปิโตรเลียมอยู่จริง การออกสัมปทานปิโตรเลียม เพื่อให้สิทธิผู้รับสัมปทานลงทุนสำรวจภายในพื้นที่แปลงสำรวจนั้น โดยรับความเสี่ยงฝ่ายเดียว

ถ้าสำรวจแล้วไม่พบปิโตรเลียมในเชิงพาณิชย์ ตามเวลาที่กำหนด ก็ต้องคืนสัมปทานกลับมาให้รัฐพร้อมข้อมูลสำรวจ โดยรัฐจะนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ประเมินศักยภาพปิโตรเลียมในพื้นที่นั้นๆ แล้วกำหนดพื้นที่แปลงสัมปทานใหม่ นำกลับมาเปิดสัมปทานในรอบ ต่อไป เป็นเช่นนี้มา 20 ครั้งแล้วครับ

ถึงตรงนี้จะเห็นได้ว่า รัฐไม่ได้เสียเงินงบประมาณแผ่นดินในการสำรวจเพื่อให้ได้ข้อมูลมาประมวลผลด้านศักยภาพปิโตรเลียมของประเทศ ซึ่งฝ่ายจัดตั้งหรือพวกทวงคืนกำลังเรียกร้องให้รัฐจ้างบริษัทต่างชาติมาทำการประเมินศักยภาพปิโตรเลียมให้รู้ผลก่อนการเปิดสัมปทาน โดยอ้างอิงประเทศกัมพูชา ซึ่งในข้อเท็จจริงรัฐไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้น เพราะการเปิดสัมปทานเพื่อให้บริษัทน้ำมันทั้งในและต่างประเทศ นำเงินเข้ามาลงทุนสำรวจแทนรัฐอยู่แล้ว ซึ่งการสำรวจโดยเฉพาะการเจาะหลุมสำรวจต้องใช้เงินลงทุนสูงมากและมีความเสี่ยง จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ผู้รับสัมปทานส่วนใหญ่ เป็นบริษัทต่างชาติเพราะมีทุนมากกว่า

ถ้าจะถามว่าการประมูลแปลงสัมปทานปิโตรเลียมนั้น แข่งขันกันด้วยวิธีใด...ง่ายๆ ครับ ใครเสนอปริมาณงานสำรวจ และปริมาณเงินลงทุนสำรวจมากกว่าจะเป็นผู้ชนะ ส่วนรายละเอียดในการพิจารณาจะยังไม่กล่าวถึงนะครับ

ในกรณีที่สำรวจพบปิโตรเลียมในเชิงพาณิชย์จะเป็นอย่างไร ต้องติดตามตอนต่อไปครับ ใครที่ตามอ่านมาถึงตรงนี้ได้ ก็น่าจะมีความเข้าใจสัมปทานปิโตรเลียมเพิ่มมากขึ้น...

ซึ่งพอจะสรุปได้ว่า การให้สัมปทานปิโตรเลียมไม่ได้เป็นการยกสมบัติของชาติให้ต่างชาติเข้ามากอบโกย สูบน้ำมันออกไป ดังที่ได้กล่าวหากัน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท