posttoday
ตำรวจยุค คสช.ใส่เกียร์ห้าตีปี๊บสร้างผลงาน

ตำรวจยุค คสช.ใส่เกียร์ห้าตีปี๊บสร้างผลงาน

13 มิถุนายน 2557

นับตั้งแต่ คสช.เข้ายึดอำนาจ รวมแล้ว 23 วัน องค์กรตำรวจภายใต้การทำรัฐประหาร กลับทำผลงานได้อย่างน่าพอใจ

โดย...ทีมข่าวทั่วไปโพสต์ทูเดย์

นับตั้งแต่ คสช.เข้ายึดอำนาจ รวมแล้ว 23 วัน องค์กรตำรวจภายใต้การทำรัฐประหาร กลับทำผลงานได้อย่างน่าพอใจ ชนิดที่เรียกได้ว่าได้ใจประชาชนไปหลายมากโข

ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ตำรวจถูกโจมตีจากกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. แสดงให้เห็นภาพว่าองค์กรสีกากีคือศัตรูของประชาชน เพราะรับใช้ระบอบทักษิณมาอย่างช้านาน มีผลประโยชน์ทับซ้อนมหาศาล แต่เมื่อมีการยึดอำนาจ รวมถึง คสช.ได้โยกย้ายนายตำรวจระดับผู้ใหญ่ขององค์กรหลายนาย ภาพแห่งความสวยงาม การทำงานเพื่อประชาชน กวาดล้างอบายมุข จับกุมม็อบต้านรัฐประหาร จึงกระเตื้องขึ้นมา ทั้งที่ก่อนหน้าที่จะมีการยึดอำนาจ กลับไม่เคยมีปรากฏมาก่อน

หากแต่ภาพแห่งความสวยหรู ด้วยการจับ ยึด ปราบ ปราม อาชญากรรมในทุกรูปแบบของตำรวจ ไม่ว่า การจับตู้ม้า อบายมุข กลับมีนัยสำคัญที่ซ่อนเร้นอยู่

ลึกๆ แล้วนายตำรวจระดับสูงแต่ละนายที่มีอำนาจในยุค คสช.ทุกวันนี้ ต้องเร่งทำคะแนน เร่งสร้างผลงาน ทำให้ทุกอย่างเข้าเป้าตามประสงค์ของผู้บังคับบัญชา และ คสช. สั่งจับต้องจับ สั่งปราบต้องปราบ เพื่อให้มีผลไปถึงการแต่งตั้งโยกย้ายที่จะมาถึงในเดือน ก.ย.นี้

อย่าลืมว่า ตำรวจที่ถูกโยกย้ายสลับเปลี่ยนขั้วจากฟากของรัฐบาลเพื่อไทยตามคำสั่งของ คสช. ถือเป็นนายตำรวจระดับสูงที่อยู่ตรงข้ามกับฝั่งรัฐบาล แต่เคยยิ่งใหญ่ผงาดในยุคที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลอยู่ เมื่อมีคำสั่งให้มารักษาราชการแทน แม้จะยังไม่ได้นั่งเก้าอี้แต่ละแห่งอย่างเต็มตัว แต่ผลงานทุกอย่างต้องเข้าตาเพื่อหวังผลหากเมื่อถึงฤดูกาลโยกย้ายแล้ว ทุกอย่างจะได้ราบรื่น

ยิ่งคำสั่งของ คสช.ต้องการให้ตำรวจปฏิบัติหน้าที่เพื่อประชาชน โดยวัดผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้ นั่นยิ่งทำให้ตำรวจไม่อยากตกขบวน ต้องเร่งรัดทำคดี หรือออกประชุมวางแผนต่างๆ ทั้งด้านมั่นคง ป้องกันปราบปราม อบายมุข หรือแม้แต่ยาเสพติด

หากจำแนกก็จะเริ่มเห็นภาพได้ชัดเจน เริ่มจาก "บิ๊กจูดี้" พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) แม้ภาพจะปรากฏติดตัวว่าเป็นตำรวจขั้วเพื่อไทยอย่างชัดเจน แต่ก็ยังไม่ถูกเชือดออกจากตำแหน่ง อาจเพราะ คสช.ยังให้ความเกรงใจในฐานะนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ จึงยังคงให้โอกาสวัดฝีมือและผลงาน กระนั้นก็ตาม ก่อนหน้าที่จะมีการรัฐประหาร ป.ป.ส.ซึ่งดูงานด้านยาเสพติดอย่างช่ำชอง กลับเป็นเหมือนแดนสนธยา ไม่มีข่าวปรากฏถึงการจับ ยึด ปราบปราม ยาเสพติดออกมานานหลายเดือน แต่พลันที่ คสช.มีอำนาจ พล.ต.อ.พงศพัศ ก็ขยับด้วยการพาสื่อมวลชนไปบุกรังเจ้าแม่ยาเสพติดรายใหญ่ที่ภาคเหนือ พร้อมกับออกสปอตโฆษณาโปรโมทผลงานต่อเนื่อง

หรือแม้แต่ "บิ๊กเอก" พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. ที่ดูแลงานป้องกันปราบปราม ที่ก่อนหน้านี้ขณะที่มีการชุมนุม กปปส. เกิดเหตุปั่นป่วนรุนแรงใส่ผู้ชุมนุมอยู่บ่อยครั้ง ทั้งระเบิดและอาวุธปืน แต่ก็ไม่สามารถจับตัวคนร้ายได้ ทั้งที่มีการระดมมือสืบสวน ชั้นดีของรั้วปทุมวันมาทำคดี ทว่า เมื่อมีการเข้ายึดอำนาจ การทำงานของตำรวจในการติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดี ก็ดูเหมือนจะง่ายไปทั้งหมด

ตำรวจต่างเร่งทำงาน ส่วนหนึ่งตามนโยบาย คสช. โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปราบอาชญากรรม ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งเป็นเรื่องใกล้ตัวประชาชนมากที่สุด

เพราะหากตำรวจทำผลงานดี ผลลัพธ์ที่ออกมาสวยหรูก็จะมาตกอยู่กับทาง คสช. เพื่อสร้างความดีความชอบให้ฝังลึกลงไปในชีวิตประจำวันของประชาชน โดยใช้ตำรวจซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในขณะนี้เป็นอีกเครื่องมือหลักในการสร้างความสงบสุขให้กับสังคม

หรืออีกนัย เป็นเพราะขณะนี้ตำรวจเห็นภาพชัดเจนแล้วว่า อำนาจทางการเมืองอยู่ในมือของใคร ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องไปยังการโยกย้ายในฤดูกาลที่จะถึงนี้ในเดือน ก.ย.-ต.ค. จึงต้องเร่งสร้างผลงานให้เป็นรูปธรรมจับต้องได้

แต่หวั่นเพียงว่า เมื่อทุกอย่างเข้ารูปเข้ารอย มีการเลือกตั้งอำนาจคืนสู่ประชาชน ตำรวจเหล่านี้จะยังคงเข้มแข็ง ทำงานเพื่อสังคมปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มรูปแบบเหมือนอยู่ในภาวะการบริหารประเทศของทหารหรือไม่

อย่าลืมว่า ผลประโยชน์ต่างๆ ที่ตำรวจเคยได้รับ ที่ผ่านมาก็เป็นในลักษณะน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า เพื่อต่อยอดทำธุรกิจทั้งสีดำและสีเทา

ผลงานของตำรวจในครั้งนี้จึงยังตัดสินไม่ได้ ต้องดูกันยาวๆ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท