
อรรถพลเข้าทำเนียบฯหลังถูกเด้งพ้นอัยการสูงสุด
"อรรถพล" ฝ่าฝน ไหว้ศาลพระภูมิทำเนียบฯ หลังถูกโยกมานั่งสำนักปลัดนายกฯ ปัดปมถูกเด้งเพราะใกล้ชิด “ทักษิณ”
"อรรถพล" ฝ่าฝน ไหว้ศาลพระภูมิทำเนียบฯ หลังถูกโยกมานั่งสำนักปลัดนายกฯ ปัดปมถูกเด้งเพราะใกล้ชิด “ทักษิณ”
เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.57 เวลา 14.30 น.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอรรถพล ใหญ่สว่าง อดีตอัยการสูงสุด ได้เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อรายงานตัวหลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีคำสั่งให้มาปฏิบัติหน้าที่ที่สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี โดยนายอรรถพลได้เข้าสักการะศาลพระภูมิเจ้าที่ และศาลตายายร่วมกับนายกมล สุขสมบูรณ์ รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมา จากนั้นนายอรรถพล ให้สัมภาษณ์ว่า การเป็นอัยการสูงสุดมีวันสบายใจอยู่ 2 วันคือ วันรับตำแหน่งกับพ้นตำแหน่ง ยืนยันที่ผ่านมาไม่เคยมีเรื่องอึดอัดใจอะไร ให้ไปดูการสั่งคดีที่ผ่านมาได้ ซึ่งแม้จะถูกโยกมาสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีแต่พร้อมทำงานทุกอย่าง เป็นข้าราชการต้องทำได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการพลเรือนหรือข้าราชการอัยการ
ผู้สื่อข่าวถามว่า ข้องใจคสช.ที่ใช้อำนาจโยกย้ายในครั้งนี้หรือไม่ นายอรรถพล กล่าวว่า เคยบรรยายในฐานะที่เป็นอาจารย์สอนในมหาวิทยาลัย โดยบอกกับลูกศิษย์ว่า ถ้าประเทศชาติไม่มีการบังคับใช้กฎหมายอยู่ไม่ได้ พอคสช.มาให้มีการบังคับใช้กฎหมายรู้สึกพอใจ แล้วได้บอกอัยการทุกคนว่าสิ่งสำคัญคือ คสช.จะไม่เข้ามาก้าวก่ายดุลพินิจการสั่งคดีของอัยการ
สำหรับการโยกครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นฝ่ายอยู่สายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีนั้น ตรงนี้ไม่ต้องชี้แจง แต่ให้ดูการกระทำ เห็นจุดยืนหรือไม่ จำคดียุบพรรคไทยรักไทยได้หรือไม่ ตนเป็นคนว่าความเอง รวมถึงคดีอาญาทางการเมืองก็ทำ ชื่ออรรถพลขายได้ตลอดในลักษณะบู๊ แต่การมองภาพอย่างไรให้เอาความจริงเป็นตัวตั้ง
เมื่อถามว่า การโยกย้ายครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับการเมืองใช่หรือไม่ นายอรรถพล กล่าวว่า ไม่ทราบ ตอบไม่ได้ แต่วันนี้ยังยิ้มได้ตลอด แล้วเราให้อัยการมาช่วยคสช.ตั้งหลายคน อะไรที่ทำแล้วเป็นประโยชน์กับประเทศชาติ เกิดความปรองดอง สามัคคี คนชื่ออรรถพลยิ้มได้เสมอ อย่างไรก็ตาม ใครจะมองตนอย่างไรเช็คดูประวัติตนได้ การดำเนินคดีของอัยการเราชี้แจงได้ ตนไม่ได้สนับสนุนการปฏิวัติ แต่สนับสนุนการทำตามกฎหมาย
นายอรรถพล เปิดเผยว่า แม้จะถูกให้ช่วยสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี แต่ในวันที่ 13 มิ.ย. จะยังเดินทางเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ในฐานะกก.ต.ช. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เพื่อพิจารณาการเปิดตำแหน่งรองผบ.ตร. รองรับตามคำพิพากษาศาลปกครองกรณี พล.ต.อ.วุฒิ ลิปตพัลลภ ที่ปรึกษา (สบ.10)







