posttoday
สัมปทานขุดเจาะน้ำมันให้อะไรกับประเทศ (1)

สัมปทานขุดเจาะน้ำมันให้อะไรกับประเทศ (1)

12 มิถุนายน 2557

วันก่อนได้เข้าประชุมผู้บริหาร บรรยากาศค่อนข้างเครียด มีดราม่าเล็กน้อยกับกระแส ทวงคืนพลังงาน ทำเอาข้าราชการในกระทรวงพลังงานต้องชี้แจง แถลงข่าวถึงข้อเท็จจริงต่างๆ ให้วุ่นวาย เพราะถ้าปล่อยไว้หรืออยู่เฉย ก็จะเป็นการยอมรับในข้อมูลที่ฝ่ายจัดตั้ง (ทำกันเป็นทีม ทั้งเดินสายนอกสภาและ เก็บข้อมูลในสภา รวมถึงสร้างเว็บเพจต่างๆ มากมาย) นำมาบิดเบือน กล่าวหา เชื่อมโยงกันไปทุกเรื่องที่เกี่ยวกับพลังงาน ประกอบกับ ข้อเท็จจริงที่ราคาพลังงานในปัจจุบันค่อนข้างสูง ทำให้ประชาชนสับสนเข้าใจผิดไปตามกระแสดังกล่าวได้โดยง่าย ฟังข้อกล่าวหาต่างๆ แล้ว ให้รู้สึกเหนื่อยที่จะต้องตามชี้แจงข้อมูลที่ถูก บิดเบือนไป

วันก่อนได้เข้าประชุมผู้บริหาร บรรยากาศค่อนข้างเครียด มีดราม่าเล็กน้อยกับกระแส ทวงคืนพลังงาน ทำเอาข้าราชการในกระทรวงพลังงานต้องชี้แจง แถลงข่าวถึงข้อเท็จจริงต่างๆ ให้วุ่นวาย เพราะถ้าปล่อยไว้หรืออยู่เฉย ก็จะเป็นการยอมรับในข้อมูลที่ฝ่ายจัดตั้ง (ทำกันเป็นทีม ทั้งเดินสายนอกสภาและ เก็บข้อมูลในสภา รวมถึงสร้างเว็บเพจต่างๆ มากมาย) นำมาบิดเบือน กล่าวหา เชื่อมโยงกันไปทุกเรื่องที่เกี่ยวกับพลังงาน ประกอบกับ ข้อเท็จจริงที่ราคาพลังงานในปัจจุบันค่อนข้างสูง ทำให้ประชาชนสับสนเข้าใจผิดไปตามกระแสดังกล่าวได้โดยง่าย ฟังข้อกล่าวหาต่างๆ แล้ว ให้รู้สึกเหนื่อยที่จะต้องตามชี้แจงข้อมูลที่ถูก บิดเบือนไป

สมัยนี้ข่าวสารข้อมูลมันไปไวมากๆ ... ในฐานะคนที่ทำงานด้านพลังงาน จะขออนุญาตแชร์ความรู้และข้อมูลที่มี หวังว่าคงจะช่วยให้คนที่ไม่ได้อยู่ในวงการเข้าใจได้บ้าง และน่าจะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม...

ผมสังเกตได้ว่ากระแสทวงคืนพลังงานเริ่มต้นด้วยตรรกะความคิดที่ผิดๆ ที่ฝ่ายจัดตั้งพยายามโหมโรง ป้อนข้อมูลบิดเบือน ทำให้ประชาชนคิดว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่อุดมสมบูรณ์ ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว ใต้พื้นดินมีปิโตรเลียมมากมายมหาศาล ซึ่งผู้กล่าวอ้างก็ มิได้เป็นนักวิชาการที่มีความรู้ด้านนี้โดยตรง (นักธรณีวิทยาและวิศวกรปิโตรเลียม) อาศัยเพียงข้อมูลอ้างอิงทั้งในประเทศและต่างประเทศที่มีความน่าเชื่อถือ นำมายำรวม ตัดแปะ แล้วบิดเบือนความหมาย สร้างเรื่องทำให้น่าเชื่อว่าประเทศไทยมีทรัพยากรปิโตรเลียมมากมายมหาศาลติดอันดับต้นๆ ของโลก เมื่อกระแสนี้จุดติดด้วยความเชื่อเช่นนี้แล้ว ต่อไปก็จะง่าย ถ้าจะตั้งข้อสงสัยต่างๆ เช่น

“เราผลิตได้เยอะมากจนต้องส่งออกไปขายให้ประเทศอเมริกา น่าตกใจไหมล่ะ แต่ทำไมประชาชนที่ส่วนใหญ่ยากจนยังต้องใช้น้ำมันราคาแพง แถมประเทศอเมริกาที่เป็นผู้นำเข้าน้ำมันจากประเทศไทย ยังขายน้ำมันเบนซินถูกกว่าบ้านเราซึ่งเป็นผู้ส่งออกเสียอีก”

หรือที่กล่าวว่า “ไทยได้ชื่อว่าเป็นซาอุดิอาระเบียแห่งตะวันออกไกล ผลิตน้ำมันและก๊าซได้ 758,205 บาร์เรล/วัน เราใช้เพียง 100 ล้านลิตร/วัน ทำไมต้องนำเข้า ทำไมเราต้องใช้น้ำมันราคาแพง ถ้าเป็นเช่นนี้จะขุดกันไปทำไม เก็บไว้ให้ลูกหลานใช้ไม่ดีกว่าหรือ” “ค่าสัมปทานขุดเจาะก็ต่ำมากเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเก็บค่าภาคหลวงเพียงร้อยละ 12.5 เท่านั้น กฎหมายปิโตรเลียมก็ ล้าสมัย ชักจูงต่างชาติเข้ามาสูบ กอบโกยน้ำมันออกไป ถ้าจะเปิดให้สัมปทานปิโตรเลียมรอบใหม่ คือ รอบที่ 21 จะต้องแก้ไขกฎหมาย ปิโตรเลียมเสียก่อน ให้ส่วนแบ่งรายได้รัฐเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 80 และต้องให้ภาคประชาชนมีส่วนรวมมากกว่านี้” (ที่กล่าวมานี้ไม่ต้องอิน นะครับ เพราะมันไม่จริง แต่ต้องพยายามทำ ความเข้าใจเรื่องข้อมูล ซึ่งจะนำมาแชร์ใน ภายหลังครับ)

ประเทศไทยมีปิโตรเลียมมากมายมหาศาลติดอันดับโลกจริงหรือ?

จากข้อมูลของ BP Statistical Review of World Energy Outlook 2012 ผมนำข้อมูลมาจัดเรียงลำดับเชิงปริมาณเปรียบเทียบให้ ดูง่ายๆ

ข้อมูลของ BP ในปี 2554 พบว่าทั่วโลกมีปริมาณสำรองก๊าซอยู่ประมาณ 7,360 ล้านล้าน ลบ.ฟุต ประเทศรัสเซียเป็นประเทศที่มีปริมาณสำรองก๊าซมากที่สุดประมาณ 1,575 ล้านล้าน ลบ.ฟุต แต่ประเทศที่ผลิตและใช้มากที่สุดเป็นประเทศอเมริกา โดยประเทศไทยมีปริมาณสำรองก๊าซประมาณ 9.9 ล้านล้าน ลบ.ฟุต ติดอันดับที่ 41 ของโลกครับ คิดเชิงปริมาณแล้วมีประมาณร้อยละ 0.14 ของโลก มีการผลิตก๊าซประมาณ 3,600 ล้าน ลบ.ฟุต/วัน ติดอันดับที่ 25 ครับ หรือผลิตได้ประมาณร้อยละ 1.1 ของโลก โดยมีความต้องการใช้ก๊าซประมาณ 4,500 ล้าน ลบ.ฟุต/วัน

จากข้อมูลดังกล่าว สรุปได้ว่า ประเทศไทยผลิตก๊าซได้น้อยกว่าความต้องการใช้

ทั่วโลกมีปริมาณสำรองน้ำมันดิบอยู่ประมาณ 1,653 พันล้านบาร์เรล ประเทศเวเนซุเอลามีปริมาณสำรองน้ำมันมากที่สุดประมาณ 300 พันล้านบาร์เรล ประเทศซาอุฯ ผลิตได้มากที่สุด และประเทศอเมริกามีการใช้มากที่สุด โดยประเทศไทยมีปริมาณสำรองน้ำมันดิบประมาณ 400 ล้านบาร์เรล (รวมคอนเดนเสท) ติดอันดับที่ 47 มีอยู่ประมาณร้อยละ 0.03 ของโลก มีการผลิตประมาณ 3.5 แสนบาร์เรล/วัน (ตัวเลขของทาง BP สูงเกินไป และเป็นทำนองเดียวกัน กับตัวเลขของ EIA และ CIA ที่ฝ่ายจัดตั้ง นำไปเป็นประเด็น ทั้งนี้เพราะรวมคอนเดนเสทและก๊าซโซลีนธรรมชาติเอาไว้ด้วย) แต่ถึงจะใช้ตัวเลข BP เรายังติดอันดับที่ 32 โดย ผลิตได้ร้อยละ 0.4 โดยมีความต้องการใช้ น้ำมันดิบประมาณ 1,080,000 บาร์เรล/วัน ติดอันดับที่ 19 ซึ่งจากตัวเลขของ BP สรุปได้ว่าประเทศไทยผลิตน้ำมันดิบได้น้อยกว่า ความต้องการใช้

ในภาพรวมประเทศไทยมีทรัพยากรปิโตรเลียมที่ขุดได้จากแปลงสัมปทานภายในประเทศไม่ถึงร้อยละ 1 ของโลก และมีไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ภายในประเทศ จัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่ต้องนำเข้าพลังงานสุทธิ ทั้งน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ โดยตัวเลขประมาณการเฉลี่ยในปี 2555 เราต้องนำเข้าก๊าซประมาณร้อยละ 23 ซึ่งก๊าซนำเข้านี้มีราคาแพงกว่าก๊าซที่ขุดได้จากแปลงสัมปทานในบ้านเรา โดยเฉพาะก๊าซแอลเอ็นจีมีราคาแพงกว่าเกือบ 2 เท่า

นอกจากนั้น ยังต้องนำเข้าน้ำมันดิบอีกประมาณร้อยละ 80 หรือประมาณ 8.6 แสนบาร์เรล ซึ่งมีราคาเป็นไปตามตลาดโลก ดังนั้นในอนาคตถ้าเราไม่สามารถสำรวจพบและผลิตปิโตรเลียมจากบ้านเราได้ต่อเนื่อง การผลิตปิโตรเลียมภายในประเทศจะลดลง ทำให้ต้องนำเข้าปิโตรเลียมเพิ่มมากขึ้นตามความต้องการใช้ที่เพิ่มขึ้นทุกปี ส่งผลให้ราคาพลังงานในบ้านเราจะมีแนวโน้มสูงขึ้นตามสัดส่วนการนำเข้าที่เพิ่มขึ้นครับ...

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท