posttoday
กางแผนปฏิรูปอินเดียยกเครื่องรอบด้าน ลุยดูดทุนนอก

กางแผนปฏิรูปอินเดียยกเครื่องรอบด้าน ลุยดูดทุนนอก

12 มิถุนายน 2557

เป็นที่ฮือฮากันไปทั่วโลก สำหรับการเปิดเผยแนวทางและรูปแบบการบริหารด้านเศรษฐกิจ (โรดแมป) ของรัฐบาลภายได้การนำของ นายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี ผู้นำคนใหม่ ของอินเดีย เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. ซึ่งเรียกได้ว่าหากทำได้สำเร็จก็จะเป็นการพลิกฟื้นเศรษฐกิจแดนภารตชนิดที่เปลี่ยนหน้ามือเป็นหลังมือเลย ทีเดียว

เป็นที่ฮือฮากันไปทั่วโลก สำหรับการเปิดเผยแนวทางและรูปแบบการบริหารด้านเศรษฐกิจ (โรดแมป) ของรัฐบาลภายได้การนำของ นายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี ผู้นำคนใหม่ ของอินเดีย เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. ซึ่งเรียกได้ว่าหากทำได้สำเร็จก็จะเป็นการพลิกฟื้นเศรษฐกิจแดนภารตชนิดที่เปลี่ยนหน้ามือเป็นหลังมือเลย ทีเดียว

ประเด็นในโรดแมปที่น่าจับตามองเป็นอย่างมากและสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจอินเดียเป็นอย่างยิ่งคงหนีไม่พ้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะการตัดถนนเส้นใหม่ๆ และการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูง รวมถึงการพัฒนาระบบไฟฟ้าและน้ำประปาให้ใช้ได้ตลอด 24 ชม.

เพราะก่อนหน้านี้ การขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐานถือเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการลงทุนในอินเดียเลยทีเดียว เนื่องจากทำให้ต้นทุนการผลิตในอินเดียสูงโดยไม่จำเป็น ทั้งๆ ที่ค่าแรงนั้นถูกมาก

นอกจากนี้ รัฐบาลยังประกาศเอาใจ นักลงทุนด้วยการปรับปรุงภาคการผลิตในประเทศ โดยตั้งเป้าจะให้อินเดียเป็นแหล่งลงทุนและแหล่งอุตสาหกรรมติดอันดับโลก พร้อมกับพัฒนาระบบฐานข้อมูลเดียวกันให้เชื่อมโยงกันในระดับส่วนกลางและระดับภูมิภาค เพื่อลดความยุ่งยากในการทำธุรกิจ

และยังเพิ่มแรงจูงใจด้วยการประกาศ ลดภาษี โดยก่อนหน้านี้ภาษีถือเป็นอุปสรรคสำคัญในการดำเนินธุรกิจในอินเดียเลยทีเดียว

ทั้งนี้ จากแผนในโรดแมปที่กล่าวมา ก็พอจะสื่อได้ว่ารัฐบาลกำลังมีแผนการดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ (เอฟดีไอ) ขนานใหญ่

เพราะเอฟดีไอถือเป็นทางลัดที่สุดทางหนึ่งสำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจ เพราะนอกจาก จะได้ทุนจากต่างชาติมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างฟรีๆ แล้ว ยังช่วยการพัฒนาศักยภาพของบุคลากร และรัฐบาลยังเก็บภาษีจากการลงทุนได้อีกด้วย

ที่สำคัญคือ การลงทุนต่างชาติจะเป็นกุญแจสำคัญที่เข้ามาช่วยลดปัญหาการว่างงานในอินเดียที่ปัจจุบันสูงถึง 8.8% เลยทีเดียว ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่เศรษฐกิจจะต้องขยายตัวอย่างน้อย 8% ถึงจะพอเพิ่มตำแหน่งงานใหม่ได้ทันจำนวนแรงงาน ซึ่งปัจจุบันเศรษฐกิจอินเดียโตไม่ถึง 5% ต่อปีเท่านั้น

อย่างไรก็ดี ในปัจจุบันอินเดียยังถือว่าเป็นประเทศขาดมนต์เสน่ห์ในการลงทุน โดยสะท้อนได้จากการจัดอันดับประเทศที่ง่ายต่อการดำเนินธุรกิจของธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ในปีนี้ ที่อินเดียได้รับการจัดอันดับอยู่ที่ 134 จากทั้ง 189 ประเทศเท่านั้น

นั่นเป็นผลสืบเนื่องมาจากนโยบายของรัฐบาลพรรคคองเกรสที่ครองอำนาจมาอย่างยาวนานตั้งแต่ประกาศเอกราชจากอังกฤษ ซึ่งเน้นการดำเนินนโยบายแบบสังคมประชานิยม โดยเฉพาะการอุดหนุนราคาอาหารและราคาน้ำมัน ส่งผลให้รัฐบาลต้องใช้งบประมาณจำนวนมากไปกับมาตรการดังกล่าว แทนที่จะนำมาใช้ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

ขณะเดียวกัน รัฐบาลพรรคคองเกรสยังมีนโยบายปกป้องธุรกิจภายในประเทศอีกด้วย โดยเฉพาะการปิดกั้นการลงทุนจากต่างชาติในด้านการค้าปลีก และยิ่งไปกว่านั้นรัฐบาลก่อนหน้านี้ยังเป็นรัฐบาลผสมทำให้ยากต่อการผลักดันนโยบายปฏิรูปใหม่ๆ อีกด้วย

การก้าวขึ้นสู่อำนาจของอดีตพรรคฝ่ายค้าน ภารติยะ ชนตะ ของ โมดี ที่สามารถกุม เสียงข้างมากในสภาถึง 282 เสียง จึงนำความหวังของการปฏิรูปเศรษฐกิจมาสู่ชาวอินเดีย ทุกคน

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีใหม่ของอินเดีย ผู้นี้ก็ไม่ได้เป็นเพียงนักการเมืองโนเนม แต่เคยพิสูจน์ฝีไม้ลายมือในสมัยดำรงตำแหน่งเป็น มุขมนตรีแห่งรัฐคุชราตมาแล้ว ด้วยการพัฒนาเศรษฐกิจของรัฐให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด

และในปัจจุบันการไฟฟ้าของรัฐคุชราต รุดหน้าไปมาก โดยทุกหมู่บ้านมีไฟฟ้าใช้ 24 ชม. และยังสามารถส่งขายไฟฟ้าให้กับรัฐอื่นๆ ได้อีกด้วย

ทั้งนี้ มาตรการหลักที่ โมดี ใช้ในการกระตุ้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของรัฐก็คือ การพัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐานและการดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ เช่นเดียวกับนโยบายหลักที่ระบุไว้ในแผนปฏิรูปเศรษฐกิจนั่นเอง

จึงเป็นที่จับตามองกันอย่างมากว่า โมดี จะสามารถนำ “คุชราต โมเดล” มาปรับใช้กับการบริหารระดับประเทศได้หรือไม่?

ซึ่งนอกเหนือจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานแล้ว การแก้ไขปัญหาราคาอาหารที่แพงอย่างรวดเร็วก็เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ โมดี ให้ความสนใจไม่แพ้กัน ราคาขายปลีกเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมานั้น ปรับตัวสูงขึ้นถึง 8.59% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

ขณะที่ ในแผนปฏิรูปเศรษฐกิจระบุว่า รัฐบาลจะพยายามนำเทคโนโลยีมาปรับใช้กับการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรอินเดีย เพื่อให้ราคาอาหารลดลงและเพียงพอเลี้ยงประชากรที่มีอยู่กว่า 1,200 ล้านคนในประเทศได้

ขณะเดียวกัน อีกหนึ่งประเด็นที่น่าจับตามองไม่น้อยไปกว่าการพัฒนาเศรษฐกิจเช่นกัน คือ นโยบายปฏิรูปทางด้านสังคม ที่ โมดี จะมีนโยบายกระจายความเจริญประเภท น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี ด้วยการพัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐานทั้งน้ำประปาและไฟฟ้าให้เข้าถึงทุกบ้าน รวมถึงการประกาศว่าจะให้ทุกบ้านในอินเดียมีห้องอยู่ในตัวบ้านด้วยเช่นกัน เพื่อประโยชน์ทางด้านสาธารสุข และสำคัญอย่างยิ่งสำหรับลดอัตราการข่มขืนที่กำลังเป็นปัญหาใหญ่ในอินเดียขณะนี้

อย่างไรก็ตาม ประเด็นการนำศาสนามาใช้กับการเมืองก็เป็นที่น่าจับตาเช่นกัน เพราะ โมดี ถือเป็นผู้นับถือศาสนาฮินดูอย่างเคร่งครัดเป็นอย่างยิ่ง และเคยถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ปล่อยให้เกิดการก่อจลาจลที่พุ่งเป้าไปที่ชาวมุสลิมจนมีชาวมุสลิมเสียชีวิตไปกว่า 2,000 ราย

จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้ชาวมุสลิมหลายรายที่ยังไม่ลืมเหตุการณ์ดังกล่าวเฝ้าจับตาการขึ้นสู่อำนาจของ โมดี ด้วยความหวาดระแวง

“สำหรับเราการที่ โมดี ก้าวขึ้นสู่อำนาจถือเป็นฝันร้าย” ชาวมุสลิมผู้หนึ่งในรัฐคุชราตให้สัมภาษณ์แก่หนังสือพิมพ์วอลสตรีท เจอร์นัล

นับเป็นที่จับตามองอย่างยิ่ง สำหรับทิศทางการดำเนินแผนปฏิรูปของผู้นำใหม่ของอินเดีย ผู้นี้ ซึ่งหากการดำเนินการเป็นไปตามที่ระบุไว้ในโรดแมป เศรษฐกิจอินเดียจะเติบโตอย่างก้าวกระโดดไม่น้อย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท