
หั่นผลตอบแทนบอร์ด รสก. หยิกเล็บเจ็บเนื้อ
คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ให้ตัดสิทธิประโยชน์ตั๋วบินฟรีของกรรมการบริษัท การบินไทย เพื่อประหยัดเงินภาษีแผ่นดิน ถือเป็นอีกก้าวหนึ่งของการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจไทย
คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ให้ตัดสิทธิประโยชน์ตั๋วบินฟรีของกรรมการบริษัท การบินไทย เพื่อประหยัดเงินภาษีแผ่นดิน ถือเป็นอีกก้าวหนึ่งของการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจไทย
เป็นที่รู้กันดีว่า รัฐวิสาหกิจปัจจุบัน เป็นขุมทรัพย์ของนักการเมืองในการหา ผลประโยชน์เข้าตัวและพวกพ้อง ด้วยการส่งคนใกล้ชิดมานั่งคุมเป็นกรรมการกินผลตอบแทนสูงๆ เป็นผลประโยชน์ต่างตอบแทน ทำให้ประเทศเสียหาย สังคมจึงต้องการเห็น คสช.เข้ามาตัดเนื้อร้ายดังกล่าวให้ถึงรากถึงโคน ไม่ใช่ฉายหนังตัวอย่างแล้วก็หายไป
หากดูกรณีบริษัท การบินไทย กรรมการได้ตั๋วเครื่องบินฟรีชั้นธุรกิจปีละ 20 ใบ บินในประเทศ 10 ใบ และต่างประเทศ 10 ใบ หากคิดง่ายๆ เท่ากับกรรมการการบินไทย บินไปเที่ยวต่างประเทศเดือนละ 1 ครั้ง ซึ่งเป็นเรื่องยาก ทำให้มีการออกตั๋วล่วงหน้า เก็บไว้ หรือออกตั๋วให้คนในครอบครัวของกรรมการบ้างเพื่อรักษาสิทธิ
เมื่อคิดค่าตั๋วที่ชั้นธุรกิจไปสหรัฐตกประมาณ 2 แสนบาท หากตีตั๋วทั้ง 10 ใบ จะมีมูลค่าถึงปีละ 2 ล้านบาท ยังไม่คิดถึงเมื่อก่อนได้สิทธิถึงชั้นสูงสุด หรือเฟิสต์ คลาส ตั๋วใบละ 3 แสนบาท เป็นเงินถึง 3 ล้านบาท รายจ่ายนี้ไม่ชัดเจนว่าถูกบันทึกบัญชีว่าเป็นผลตอบแทนกรรมการ หรือรายจ่ายของบริษัทเพื่อการรับรองกรรมการ เพื่อกลบไม่ให้ผลตอบแทนกรรมการดูสูงเกินไป
กรรมการบริษัท การบินไทย ยังมีค่า ตอบแทนคนละ 5 หมื่นบาท/เดือน ไม่ต่างอะไรกับเงินเดือนประจำ ไม่นับเบี้ยประชุมคนละ 3 หมื่นบาท โดยประธานกรรมการจะได้รับเบี้ยประชุมสูงกว่ากรรมการ 25% และรองประธานกรรมการได้สูงกว่า 12.5% ถ้ากรรมการบริษัทไปเป็นกรรมการในอนุกรรมการ จะได้เบี้ยประชุมอีกคนละ 1 หมื่นบาท/ครั้ง มีโบนัสอีก 0.2% ของกำไรก่อนหักกำไรขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่ วงเงินรวมไม่เกิน 30 ล้านบาท ส่งผลให้กรรมการการบินไทยปรีดิ์เปรมกับผลตอบแทน ขณะที่บริษัทขาดทุน
การโละสิทธิประโยชน์ตั๋วเครื่องบินฟรีของกรรมการบินไทย จึงเป็นแค่จุด เริ่มต้นของการลดค่าใช้จ่ายด้าน ผลตอบแทนของรัฐวิสาหกิจอื่นๆ ที่ซิกแซ็กจ่ายผลตอบแทนให้กรรมการมากเกินควร ไม่แพ้บริษัท การบินไทย
สำหรับรัฐวิสาหกิจที่ จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อื่นๆ ก็จ่ายเงินผลตอบแทนกรรมการไม่ต่างไปจากการบินไทย ไม่ว่าจะเป็นบริษัท ปตท. บริษัท ท่าอากาศยานไทย บริษัท อสมท และธนาคารกรุงไทย ที่จ่ายผลตอบแทนกรรมการเป็นรายเดือนคนละ 3-5 หมื่นบาท เบี้ยประชุมแต่ละครั้ง 3-5 หมื่นบาท หรืออาจสูงถึง 1 แสนบาท สำหรับประธานกรรมการยังมีโบนัสปีละ 1-3 ล้านบาท ทำให้กรรมการแต่ละคนมีรายได้รวมแต่ละปีสูงถึง 3-10 ล้านบาท
กระทรวงการคลัง ในฐานะที่เป็นผู้กำกับดูแลและถือหุ้นรัฐวิสาหกิจทั้งหมดของประเทศ ได้รับคำสั่งให้เอกซเรย์ผลตอบแทนของกรรมการรัฐวิสาหกิจทุกแห่ง โดยรัฐวิสาหกิจที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการทบทวนค่าตำแหน่งที่เป็นเสมือนเงินเดือน และค่าเลี้ยงรับรองที่กรรมการได้สิทธิอีกคนละหลายหมื่นบาท ต่อเดือน ว่าควรต้องตัดทิ้งหรือไม่
ส่วนรัฐวิสาหกิจที่อยู่นอกตลาดหลักทรัพย์ ก็ต้องเข้าไปสางผลตอบแทนกรรมการครั้งใหญ่ เพราะเดิมจ่ายเพียงเบี้ยประชุมตั้งแต่ 5,000-1 หมื่นบาท หากเป็นอนุกรรมการก็จะได้รับเพิ่มอีกเท่าตัว แต่มีสิทธิได้รับเพียงคณะ อนุกรรมการเดียว แม้จะนั่งเป็นอนุกรรมการหลายคณะก็ตาม
ด้วยผลตอบแทนที่น้อย ทำให้รัฐวิสาหกิจนอกตลาดหลักทรัพย์ ออกกฎระเบียบจ่า ยผลตอบแทนเพิ่มกันเอง ลักษณะเดียวกับ รัฐวิสาหกิจในตลาดหลักทรัพย์ แต่เป็น ค่าตำแหน่งที่ให้ทุกเดือน ตั้งแต่ 5 หมื่น - 2 แสนบาท สูงกว่ารัฐวิสาหกิจใน ตลาดหลักทรัพย์ อ้างว่ารัฐวิสาหกิจนอก ตลาดหลักทรัพย์ผลดำเนินงานไม่ดี จ่ายโบนัสให้กรรมการได้น้อย ถ้าขาดทุนก็ จ่ายโบนัสไม่ได้
นอกจากนี้ ยังมีวิธีซิกแซ็กให้ผลตอบแทนกรรมการอีก เช่น การให้กรรมการเบิกค่าเลี้ยงรับรองได้อีกรายละ 5 หมื่น-1 แสนบาท ทั้งจ่ายเป็นเงินสดทั้งก้อน หรือออกบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตเปิดวงเงินให้ก็มี
ดังนั้น การตัดผลประโยชน์ของกรรมการ ที่ต้องเร่งพิจารณาคือ ค่าใช้จ่ายนอกเหนือจากเบี้ยประชุมและโบนัส โดยเพ่งเล็งไปที่เงินประจำตำแหน่งกรรมการ และสิทธิในการเบิกค่าเลี้ยงรับรอง โดยเงินประจำตำแหน่งนั้น หากตัดสิทธิบอร์ดรัฐวิสาหกิจนอกตลาดหลักทรัพย์ ก็ต้องตัดในตลาดหลักทรัพย์ด้วย คสช. จึงต้องกล้าหาญหน่อย เพราะมีทหารหลายคนเป็นกรรมการรัฐวิสาหกิจหลายคนหลายแห่ง ข้อมูลดิบจึงมีอยู่ในมือไม่น้อยว่าอะไรควรจ่าย อะไรไม่สมควรจ่าย
การที่ คสช.กล้าดำเนินการอย่าง รวดเร็ว เด็ดขาด โปร่งใส ตามที่ประกาศไว้ ก็จะได้ใจจากสังคมอีกไม่น้อย เป็นการ ตัดข้อครหานินทาเรื่องมี ผลประโยชน์ทับซ้อน แต่หากไม่มีการโละผลประโยชน์ของกรรมการอย่างต่อเนื่องเป็นรูปธรรมเหมือนการตัดตั๋วบินฟรีของกรรมการบริษัท การบินไทย คสช. ก็จะถูกมองว่าไม่มีความจริงใจในการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจที่เป็นสมบัติของชาติ แต่มีนักการเมืองและพวกพ้องไปฝังร่างหา ผลประโยชน์จนแกะไม่ออก
ขณะที่กระทรวงการคลังก็ต้องปฏิรูปตัวเอง และกฎระเบียบการให้ผลตอบแทน รัฐวิสาหกิจครั้งใหญ่ กระทรวงการคลังอ้างว่า ไม่เคยรับรู้ว่ามีการจ่ายผลตอบแทนกรรมการของรัฐวิสาหกิจ ในรูปของเงินประจำตำแหน่ง หรือค่าเลี้ยงรับรอง เพราะแต่ละแห่งแอบทำ แต่ก็ฟังไม่ขึ้น เพราะผู้บริหารกระทรวงการคลังต้องนั่งเป็นกรรมการทุก รัฐวิสาหกิจ บางคนเป็นถึงประธานกรรมการ จึงรู้ดีกว่าใครว่ามีการจ่ายผลตอบแทนเกินจริงเท่าไหร่ โดยไม่เคยคัดค้าน ปล่อยตามน้ำเรื่อยมา ทิ้งให้ความเสียหายเป็นของประเทศที่เพิ่มขึ้นทุกวัน
การตัดลาภก้อนโตของกรรมการรัฐวิสาหกิจของ คสช.ครั้งนี้จึงไม่ใช่เรื่องง่าย เข้าตำรา หยิกเล็บก็เจ็บเนื้อ เวลาเท่านั้นจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า คสช. และกระทรวงการคลัง จะยกเลิกผลตอบแทนส่วนเกินของกรรมการของรัฐวิสาหกิจได้จริงหรือไม่ และอุดช่องรั่วไหลที่เคยทำให้ประเทศเสียหายได้มากน้อยแค่ไหน







