posttoday
หยวนผงาดการเงินโลกเขย่าบัลลังก์ดอลลาร์มะกัน

หยวนผงาดการเงินโลกเขย่าบัลลังก์ดอลลาร์มะกัน

12 มิถุนายน 2557

กลายเป็นข่าวใหญ่ที่สร้างความฮือฮาไม่น้อย เมื่อหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์รายงานอ้างข้อมูลความเคลื่อนไหวของบรรดาบริษัทสัญชาติรัสเซียและอิงคำบอกเล่าจากแหล่งข่าวอย่าง หัวหน้าธนาคารดอยช์แบงก์ประจำรัสเซีย ซึ่งสอดคล้องตรงกันว่า ในช่วง2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีความร่วมมือขนานใหญ่เพื่อเตรียมความพร้อมเปลี่ยนแปลงไปใช้สกุลเงินหยวนของจีนและสกุลเงินอื่นๆในเอเชียในการทำสัญญาซื้อขายและดำเนินธุรกิจระหว่างกันมากขึ้น

กลายเป็นข่าวใหญ่ที่สร้างความฮือฮาไม่น้อย เมื่อหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์รายงานอ้างข้อมูลความเคลื่อนไหวของบรรดาบริษัทสัญชาติรัสเซียและอิงคำบอกเล่าจากแหล่งข่าวอย่าง หัวหน้าธนาคารดอยช์แบงก์ประจำรัสเซีย ซึ่งสอดคล้องตรงกันว่า ในช่วง2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีความร่วมมือขนานใหญ่เพื่อเตรียมความพร้อมเปลี่ยนแปลงไปใช้สกุลเงินหยวนของจีนและสกุลเงินอื่นๆในเอเชียในการทำสัญญาซื้อขายและดำเนินธุรกิจระหว่างกันมากขึ้น

แน่นอนว่า เป้าหมายสำคัญของรัสเซียในครั้งนี้ก็เพื่อมุ่งลดผลกระทบในกรณีที่ชาติตะวันตกนำโดยสหรัฐและสหภาพยุโรป (อียู) จับมือกันคว่ำบาตรเศรษฐกิจรัสเซียกรณีวิกฤตยูเครนเพิ่มเติม ทำให้เมื่อเจอมาตรการคว่ำบาตรจริงจังเศรษฐกิจรัสเซียก็ยังเดินหน้าต่อไปได้ เนื่องจากไม่ต้องง้อเงินสกุลเหรียญสหรัฐเป็นตัวกลางในการซื้อขายแลกเปลี่ยนเหมือนที่ผ่านมาอีกต่อไป

ขณะเดียวกัน หากมองให้ลึกและกว้างลงไป ความเคลื่อนไหวในครั้งนี้ยังอาจส่งผลกระเทือนเสถียรภาพบัลลังก์เงินดอลลาร์ ในฐานะสกุลเงินหลักของโลกเลยทีเดียว

ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่า การสรรหามาตรการเพื่อลดการพึ่งพาสกุลเงินเหรียญสหรัฐเริ่มมีการดำเนินการมานานหลายปีมากแล้ว เพียงแต่ในอดีตที่ผ่านมายังไม่เป็นหัวข้อสนทนาที่ได้รับความสนใจมากนัก เนื่องจากช่วงเวลานั้นยังไม่มีเงินสกุลต่างชาติสกุลใดที่มีความเป็นสากลและได้รับการยอมรับและเชื่อถือในระดับสูงจากนานาชาติมากเทียบเท่าเงินดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม กระแสหาสกุลเงินทางเลือกแทนค่าเงินเหรียญสหรัฐเริ่มพูดคุยหารือกันถี่มากขึ้นหลังเกิดวิกฤตการเงินในปี 2008 ที่หลังจากนั้นเพียงไม่นาน ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)ก็งัดนโยบายผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี)ขนานใหญ่ อัดฉีดเงินดอลลาร์เข้าสู่ระบบ จนค่าเงินสหรัฐอ่อนยวบ เดือดร้อนเงินสกุลอื่นที่แข็งค่าขึ้นและทำให้ปริมาณทุนสำรองในรูปเงินเหรียญสหรัฐของประเทศต่างๆ ลดมูลค่าลงไปมากจนน่าใจหาย

ระหว่างที่หลายๆ ประเทศทั่วโลกส่งเสียงประณามและแสดงท่าทีไม่พอใจ การเติบโตแบบพุ่งพรวดของเศรษฐกิจจีน พญามังกรแห่งเอเชีย ก็ทำให้หลายฝ่ายเริ่มมีความหวังกับหนทางที่จะลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐมากขึ้นด้วย ค่าเงินหยวนก่อนที่จะเริ่มมีการลงมือดำเนินการอย่างจริงจังจากรัฐบาลจีนและเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้นเมื่อได้รับความร่วมมือและแรงสนับสนุนอีกแรงจากรัฐบาลแดนหมีขาว รัสเซียพูดให้เข้าใจง่ายขึ้นก็คือว่าการขยายตัวเติบโตทางเศรษฐกิจของจีน บวกกับอิทธิพลทางการค้าที่ทั้งรัฐบาลและนักธุรกิจแดนมังกรเข้าไปบุกเบิกวางรากฐานเอาไว้ยาวนานในทุกภูมิภาคของโลก ทำให้หลายฝ่ายเห็นความเป็นไปได้ที่จะเลือกใช้ "เงินหยวน" เป็นทางเลือกเพิ่มเติมแทนที่ดอลลาร์สหรัฐ

ที่ผ่านมา รัฐบาลจีนได้ตระเตรียมความพร้อมให้สกุลเงินหยวนสามารถนำไปใช้ในระดับสากลได้มากขึ้น ทั้งการเปิดศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนเงินหยวนนอกประเทศที่ฮ่องกง การทำข้อตกลงซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินหยวนโดยตรงกับสกุลเงินต่างๆ โดยเฉพาะบรรดาชาติในประเทศเอเชีย หรือการปรับเปลี่ยนกฎเกณฑ์ของธนาคารกลางจีน (พีบีโอซี) ที่เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่ารัฐบาลจะปล่อยเสรีค่าเงินหยวนและอิงการเปลี่ยนแปลงในตลาดมากขึ้น

สำหรับความเคลื่อนไหวของธนาคารกลางจีนเพื่อผลักดันสถานะเงินหยวนนี้เริ่มมีให้เห็นอย่างจริงจังในช่วงปี 2010 ที่จีนเริ่มนโยบาย "ดันหยวนสู่เวทีโลก" (Yuan Internationalization)ที่ทั่วโลกได้ประจักษ์ว่าค่าเงินหยวนทยอยแข็งค่าขึ้นหลังอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลให้อยู่ในอัตราคงที่มานาน

ขณะที่ในช่วงปลายปี 2012 พีบีโอซียังพิสูจน์ให้เห็นความพร้อมของสถานะค่าเงินหยวน ด้วยการประกาศขยายช่วงยืดหยุ่นค่าเงินหยวน (หยวนแบนด์) ซึ่งก็คือการยินยอมให้ค่าเงินหยวนเคลื่อนไหวในช่วงที่กำหนดระหว่างวันจากระดับ 1% จนถึง 2% เมื่อเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา

ยิ่งไปกว่านั้น จีนยังวางแผนเดินหน้าป้องกันความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นในอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นจากความผันผวนแบบสองทางของสกุลเงินหยวนเพราะการเก็งกำไรของนักลงทุน โดยยังไม่นับรวมถึงการเดินหน้าทดลองศักยภาพของเงินหยวนในเบื้องต้นเพื่อดูความพร้อมและปรับปรุงปฏิรูประบบการเงินของตนให้สอดคล้องเป็นสากล ด้วยการเปิดให้มีการค้าเงินหยวนอย่างเสรีในเขตการค้าเสรีเซี่ยงไฮ้

นอกจากธนาคารกลางจีนจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงนโยบายค่าเงินหยวนให้อิงกับกลไกตลาดมากขึ้นด้วยความระมัดระวังแล้ว ทางภาครัฐก็เดินหน้าผลักดันทำข้อตกลงการซื้อขายเงินหยวนโดยตรงกับประเทศต่างๆ เช่นออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ อังกฤษ และเกาะฮ่องกง ตลอดจนการค่อยๆ ขยายอิทธิพลทางเศรษฐกิจผ่านความช่วยเหลือหรือความร่วมมือในโครงการต่างๆ ของประเทศนั้นๆ เพื่อขยายบทบาทความสำคัญของค่าเงินหยวน

ทั้งนี้ การปูพื้นเตรียมตัวและเดินหน้าผลักดันสถานะเงินหยวนอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้ค่าเงินหยวนเขยิบฐานะเป็นสกุลเงินที่มีการใช้มากที่สุดเป็นอันดับ 8 ของโลกขณะที่ธนาคารกลางต่างๆ เริ่มหันมาซื้อทุนสำรองระหว่างประเทศในรูปสกุลเงินหยวน เช่นกรณีธนาคารไนจีเรีย เมื่อปี2011 ที่ประกาศจะซื้อเงินหยวนเข้าทุนสำรอง 5-10% เพื่อลดสัดส่วนการถือครองเงินเหรียญสหรัฐ แถมอนุญาตให้ใช้เงินหยวนมาลงทุนในประเทศนั้นๆมากขึ้น หรือก็คือการยอมรับเงินลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ (เอฟดีไอ) ในรูปเงินหยวนนั่นเอง

ล่าสุด เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาค่าเงินหยวนปรับตัวแข็งค่าขึ้นมากที่สุดในรอบ 20 เดือน ซึ่งเป็นท่าทีที่นักลงทุนและนักวิเคราะห์เริ่มเชื่อมั่นว่ารัฐบาลจีนน่าจะกำลังพยายามลดบทบาทการควบคุมค่าเงินหยวนและปล่อยให้เป็นไปตามกลไกของตลาดเสรีมากขึ้น

นอกจากนี้ ความฝันที่เงินหยวนจีนจะผงาดขึ้นมาเพื่อแบ่งสถานะกับเงินเหรียญสหรัฐเริ่มเป็นรูปเป็นร่างชัดเจนมากยิ่งขึ้นไปอีก เมื่อได้แรงสนับสนุนจากแดนหมีขาว รัสเซีย ภายใต้การนำของประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ไล่เรียงตั้งแต่การทำสัญญาซื้อขายก๊าซครั้งใหญ่ระหว่างก๊าซพรอม ยักษ์ใหญ่พลังงานรัสเซียกับจีน หรือการปรับตัวเตรียมพร้อมของภาคเอกชนให้หันมาใช้เงินหยวนซื้อขายหรือทำสัญญาข้อตกลงแทนที่เงินเหรียญสหรัฐเหมือนที่ผ่านมาอีกต่อไป

ทั้งนี้ แม้สถานะของค่าเงินหยวนในปัจจุบันและอนาคตอันใกล้อาจจะยังไม่สามารถแทนที่สกุลเงินเหรียญสหรัฐได้อย่างเด็ดขาด ทว่าการเตรียมการที่ทำให้บทบาทและอิทธิพลของเงินหยวนรุกคืบบนเวทีโลกมากขึ้นเรื่อยๆก็เพียงพอที่จะทำให้ทั่วโลกเริ่มเห็นสัญญาณนับถอยหลังรอดูวันเงินหยวนผงาดแล้วอย่างแท้จริง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท