posttoday
ตลาดส่งออกกำลังจะเปลี่ยนไป

ตลาดส่งออกกำลังจะเปลี่ยนไป

10 มิถุนายน 2557

การพัฒนาประเทศจีนที่ผ่านมาไม่ใช่เรื่องที่ซับซ้อนอะไรมาก แต่บทบาทของประเทศจีนในอนาคตกำลังจะเปลี่ยนไป ถามว่าจะมีผลต่อธุรกิจไทยอย่างไร

การพัฒนาประเทศจีนที่ผ่านมาไม่ใช่เรื่องที่ซับซ้อนอะไรมาก แต่บทบาทของประเทศจีนในอนาคตกำลังจะเปลี่ยนไป ถามว่าจะมีผลต่อธุรกิจไทยอย่างไร

เวลาตั้งแต่อดีตกาลจนถึงก่อนสามร้อยปีที่แล้ว จีนเป็นประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลก ดังมีนักวิชาการประเมินว่า ถ้าย้อนเวลากลับไปช่วงหนึ่งพันปี เอเชียมีส่วนแบ่งผลผลิตโดยรวมสูงเกินกว่ากึ่งหนึ่งของโลกเป็นเวลาเจ็ดร้อยปีต่อเนื่อง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นของประเทศจีน ในช่วงเวลานั้น เมื่อเทียบกับเอเชียแล้ว ทวีปยุโรปนับเป็นเศรษฐกิจที่ล้าหลังกว่าทีเดียว

เหตุการณ์เปลี่ยนไปในช่วงที่ยุโรปมีการปฏิวัติอุตสาหกรรม ทำให้มีความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ ทางการเงิน และทางทหาร วิวัฒนาการในอุปกรณ์เดินเรือทำให้ประเทศยุโรปสามารถส่งทัพเรือไปยึดประเทศอื่นๆ เป็นเมืองขึ้น ประเทศจีนในขณะนั้นมิได้ตระหนักถึงพัฒนาการที่เกิดขึ้นในยุโรป จึงดำเนินนโยบายต่างประเทศที่แข็งกร้าวเกินไป ในที่สุด จีนก็พ่ายแพ้สงครามแก่อังกฤษและฝรั่งเศส นำไปสู่ความขัดแย้งทางการเมืองภายในประเทศและการปิดประเทศเป็นเวลานานหลายสิบปี

จนกระทั่งมีบุคคลหนึ่งที่นำการเปลี่ยนแปลงมาสู่ประเทศจีน บุคคลนั้นคือ เติ้งเสี่ยวผิง บุรุษห้าสั้นผู้มีชื่อเสียง เขาผลักประตูของจีนให้แง้มเปิดออกอีกครั้งหนึ่งในปี 2522

ท่านผู้อ่านอาจจะไม่ทราบว่าเมื่อเติ้งเสี่ยวผิงเริ่มสนใจที่จะเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาประเทศนั้น เขาเดินทางมาดูงานในเอเชีย 3 ประเทศ คือ ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ผมคาดว่าเขาคงจะเห็นความก้าวหน้าในประเทศเหล่านี้ที่สามารถเป็นตัวอย่างแก่จีนได้

เมื่อจีนเริ่มเดินหน้าตามแนวทางใหม่แล้ว ปรากฏว่าจีนสามารถทะยานตัวจนแซงประเทศที่เติ้งเสี่ยวผิงเคย เดินทางไปดูงานบางประเทศได้ด้วยซ้ำ

การปฏิรูปของจีนได้เปลี่ยนวิธีการผลิตและส่งออกสินค้าบางชนิดในประเทศภูมิภาคนี้ จากเดิมที่แต่ละประเทศผลิตเพื่อส่งออกเองไปยังสหรัฐและยุโรป โมเดลใหม่ได้กลายเป็นประเทศต่างๆ ผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์เพื่อสนับสนุนการผลิตสุดท้ายที่จีนเพื่อส่งออก

โมเดลห่วงโซ่อุปทานนี้ได้เชื่อมโยงประเทศในภูมิภาคเข้าด้วยกัน และเอื้ออำนวยให้ทุกประเทศมีความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจพร้อมกัน มากบ้างน้อยบ้าง ติดต่อกันตลอดสามสิบปี แต่บัดนี้บทบาทของจีนได้เดินมาถึงจุดเปลี่ยนแปลงแล้ว

ปัญหาที่หนึ่ง เกิดจากนโยบายลูกคนเดียว ตั้งแต่ปี 2513 ซึ่งรัฐบาลรณรงค์ให้มีลูกเพียงครอบครัวละ 2 คน ต่อมาลดลงเหลือเพียง 1 คนในปี 2522 อัตราการเกิด จึงลดลงจากครอบครัวละ 5 คน ล่าสุดเหลือเพียง 1.6 คนเท่านั้น ทำให้จำนวนแรงงานใหม่แต่ละปีลดลงอย่าง รวดเร็ว ค่าแรงในจีนเริ่มทยอยปรับสูงขึ้น และกระทบความสามารถในการแข่งขันส่งออก

ปัญหาที่สอง เกิดจากนโยบายการบริหารสินทรัพย์ต่างประเทศแบบรวมศูนย์ เนื่องจากรัฐบาลไม่อนุญาตให้ประชาชนถือครองเงินตราต่างประเทศ ทรัพย์สินต่างประเทศของจีนจึงกองรวมอยู่ที่รัฐบาลเป็นหลัก ในรูปของทุนสำรองทางการ ซึ่งนับวันมีแต่จะมากขึ้น โดยล่าสุดมีมากถึงเกือบ 4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐแล้ว

รัฐบาลจีนนำเงินสำรองดังกล่าวไปซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเป็นหลัก ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ก่อวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ในปี 2551 เนื่องจากการซื้อพันธบัตรดังกล่าวได้กดดัน ให้อัตราดอกเบี้ยระยะยาวในสหรัฐต่ำเกินไป จนทำให้เกิดฟองสบู่ในตลาดบ้านอยู่อาศัย

สำหรับเวลาในอนาคตข้างหน้านั้น รัฐบาลจีนจำเป็นจะต้องปรับแนวทางบริหารประเทศ โดยลดการพึ่งพิงส่งออกไปประเทศตะวันตก แต่เพิ่มการบริโภคในประเทศ และการทำธุรกิจกับประเทศในภูมิภาคมากขึ้น
ถามว่าจะมีผลต่อธุรกิจไทยอย่างไร

การลงทุนแบบห่วงโซ่อุปทานข้ามประเทศนั้น อาจจะมีน้อยลง ประเทศไทยจึงต้องเร่งปรับตัว เพื่อย้ายเข้าไปในสินค้าที่สอดคล้องกับพฤติกรรมบริโภคใหม่มากขึ้น เช่น จากผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะไปผลิตภัณฑ์มือถือ เน้นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ความชำนาญสูง

การค้าขายแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศในภูมิภาคจะมีมากขึ้น โดยบริษัทจีนจะกระจายตัวออกไปลงทุนตั้งโรงงานและสาขาในภูมิภาคมากขึ้น สำหรับธุรกิจใดที่สามารถเข้ากับขบวนการนี้จะได้รับประโยชน์ แต่ธุรกิจใดที่ต้องแข่งขันกับสินค้าจากประเทศจีน จะต้องเตรียมตัวรองรับปัญหาแต่เนิ่นๆ

ธุรกิจที่จะมีศักยภาพมากนั้น คือ สินค้าอุปโภคบริโภคที่หรูหรากว่าเดิม สินค้าหายาก สินค้าที่มีคุณภาพสูงเป็นพิเศษ สินค้าที่ผ่านการคัดเลือก และสินค้าสดใหม่ที่นำส่งถึงมือผู้บริโภคอย่างรวดเร็ว เป็นต้น
ธุรกิจที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ก็จะไปได้ดี รวมไปถึงการใช้รถเพื่อความบันเทิง การกีฬาและกิจกรรม เวลาว่าง การท่องเที่ยวและประสบการณ์ใหม่

แต่สำหรับประเทศไทยนั้น มีโอกาสพิเศษอีกอย่างหนึ่งในการค้ากับประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากพม่า ลาว และกัมพูชา จะมีโครงการใหม่ๆ จำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นด้านอสังหาริมทรัพย์ โรงแรม โรงพยาบาล และโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ

ไม่มีประเทศใดที่จะเป็นฐานสนับสนุนโครงการในประเทศเพื่อนบ้านเหล่านี้ได้ดีเท่ากับประเทศไทย ทั้งในด้านการขายวัตถุดิบ ชิ้นส่วน และการให้บริการต่างๆ รวมไปถึงการเป็นสถานที่เก็บสต๊อกสินค้าจากจีนและประเทศอื่นๆ เพื่อกระจายให้แก่ประเทศเหล่านี้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท