
ศาลสั่งจำคุกโรงสี-ชาวนาโกงจำนำข้าว
ศาลชัยภูมิพิพากษาลงโทษคดีโกงจำนำข้าว เจ้าของโรงสีเจอคุก20ปีไม่รอลงอาญา ขณะที่ชาวนาร่วมก่อเหตุเจอคุก6เดือนแต่รอลงอาญา 2 ปี
ศาลชัยภูมิพิพากษาลงโทษคดีโกงจำนำข้าว เจ้าของโรงสีเจอคุก20ปีไม่รอลงอาญา ขณะที่ชาวนาร่วมก่อเหตุเจอคุก6เดือนแต่รอลงอาญา 2 ปี
เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. พล.ต.ต.พินิต มณีรัตน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด (ผบก.ภ.จว.) ชัยภูมิ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการตรวจสอบและเร่งดำเนินการป้องกันปราบปรามการทุจริตของโครงการรับจำนำข้าวในพื้นที่ พบว่ามีโรงสีข้าวกระทำผิดถูกแจ้งดำเนินคดี คือ โรงสีนพภร ในเขตพื้นที่ อ.บ้านเขว้า จ.ชัยภูมิ โดยมีข้าวสูญหายไปรวม 750 ตัน แยกเป็นข้าวเปลือก 621 ตัน ข้าวสารสีแปรอีก 129 ตัน รวมมูลค่ากว่า 11 ล้านบาท ได้สรุปสำนวนคดีส่งฟ้องต่อ ศาลจังหวัดชัยภูมิ ใน 4 ข้อหา
ล่าสุดศาลจังหวัดชัยภูมิมีคำพิพากษาสั่งลงโทษ 2 ข้อหากับทั้ง เจ้าของโรงสี และพวก ที่เป็นชาวนาอีก 9 ราย เนื่องจากมีการปลอมแปลงเอกสารทางราชการ สวมใบประทวนข้าว และนำข้าวในโกดังของรัฐออกมาเวียนเทียนสวมสิทธิ ส่งผลให้ข้าวของรัฐสูญหายไป โดยศาลมีคำพิพากษาสั่งลงโทษ ด้วยการปรับชาวนาทั้ง 9 ราย และ ให้จำคุก 6 เดือน แต่โทษจำคุก ให้รอลงอาญา 2 ปี
ขณะที่เจ้าของโรงสีข้าว ศาลพิพากษาลงโทษในข้อหายักยอกทรัพย์ข้าวที่หายไป ให้จำคุก 20 ปีโดยไม่รอลงอาญา โดยจำเลยยังมีสิทธิยื่นขอประกันตัวและสู้คดีในชั้นศาลอุทธรณ์
พล.ต.ต.พินิต กล่าวอีกว่า นอกจากโครงการรับจำนำข้าวแล้ว ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตรวจพบการทุจริตเพิ่มเติมอีก 1 คดี ในโครงการรับจำนำมันสำปะหลัง ระหว่าง มี.ค.-ธ.ค.2556 ซึ่งเริ่มมีผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความดำเนินคดีกับโกดังเก็บมันสำปะหลังในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ ที่ทำมันสำปะหลังสูญหายไปกว่าหมื่นตัน มูลค่าในเบื้องต้นไม่น้อยอีกกว่า 60 ล้านบาท โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง
ภาพประกอบข่าวจากแฟ้มภาพ







