
ร่องรอยแห่งศรัทธา ณ วัดปทุมวนาราม
8...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย
วัดปทุมวนารามเป็นศาสนสถานใจกลางพื้นที่การชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงมากที่สุด เป็นพื้นที่ท่ามกลางความขัดแย้งที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด จนมีการนำป้าย
“เขตอภัยทาน” มาติดไว้หน้าวัด แต่แล้วเมื่อเช้าวันที่ 20 พ.ค.ที่ผ่านมา กลับมีผู้ถูกยิงเสียชีวิตถึง 6 คน พร้อมทั้งค้นพบอาวุธสงครามได้จำนวนมากล่าสุดเมื่อวันที่ 23 พ.ค. วัดปทุมวนาราม เริ่มคืนสภาพความเป็นวัดมากยิ่งขึ้น ขยะปฏิกูล กระทั่งรถยนต์ที่เคยจอดเต็มวัด เริ่มไม่ปรากฏให้เห็นแล้ว หลังจากคนภายในวัด ร่วมกับบุคคลภายนอกใช้โอกาส Big Cleaning Day เข้าทำความสะอาด ทำให้ญาติโยมเริ่มกลับมาเข้าทำบุญได้ตามปกติ
แม่ชีวัดปทุมวนาราม เล่าว่า ระหว่างการชุมนุมส่งผลต่อการประกอบกิจกรรมของวัดอย่างมาก มีเสียงรบกวนตลอดเวลา กระทบต่อทำวัตรของพระภายในวัด เช่นเดียวกับแม่ชีและฆราวาสคนอื่นๆ ต่างได้รับผลกระทบไม่แพ้กัน
“
ที่สำคัญออกนอกวัดไปบิณฑบาตไม่ได้ ญาติโยมจะเข้ามาทำบุญถวายอาหารในวัดก็ไม่ปลอดภัย ทำให้พระเณรต้องฉันมาม่าแทน” แม่ชี กล่าวเช่นเดียวกับ พระมหาสุริยันต์ ปภังกโร ผู้ช่วยเลขานุการวัดปทุมวนาราม เล่าสภาพความเป็นอยู่ภายในวัดอย่างละเอียดว่า ตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย. ที่กลุ่มผู้ชุมนุมทยอยมายึดราชประสงค์ก็ยังไม่กระทบต่อการทำวัตร สวดมนต์เช้าเย็น และการบิณฑบาต แต่ผ่านไปสักระยะ ญาติโยมที่จองกิจนิมนต์ก็ได้ยกเลิกไปบ้าง การบิณฑบาตก็ยังพอมีเฉพาะบางรูป
พระมหาสุริยันต์ เล่าว่า วันที่ 15 พ.ค. สถานการณ์ข้างนอกตึงเครียดมากขึ้น หลังทหารขอกระชับพื้นที่ ออกไปนอกวัดลำบากมาก การรับความช่วยเหลือก็ลำบาก
“
วันนั้นถึงขั้นต้องฉันบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและปลากระป๋องที่พอมีอยู่ ช่วงที่มีการปะทะกันพระเณรได้ฉันอาหารมื้อเดียวรวมกันที่โรงเรียนพระปริยัติธรรม”พระมหาสุริยันต์ ชี้แจงเรื่องอาวุธที่พบภายในวัดจำนวนมากว่า พอประกาศเป็นเขตอภัยทานก็มีคนนำรถยนต์เข้ามาในวัดจำนวนมาก พระสงฆ์ไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบได้
“
เราไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าใครเป็นใคร เพราะเป็นช่วงชุลมุน พระสงฆ์เองก็อยู่ในกุฏิไม่ได้ออกมา”บทเรียนจากประสบการณ์ทางการเมืองปี 2553 พระมหาสุริยันต์ ระบุว่า จากการหารือกับพระชั้นผู้ใหญ่หลายรูปเห็นว่าต่อไปในอนาคตจำเป็นต้องสร้างกำแพงให้สูง มีประตูป้องกันที่แน่นหนา มีการทำบัตรทำบัญชีการเข้ามาอยู่ในวัด มีกำหนดเปิดปิดวัดชัดเจน กระทั่งมีการจัดเวรยามคอยดูแล
ภายหลังการชำระล้างความสะอาดวัดปทุมวนารามเรียบร้อยแล้ว คนเมืองก็ได้เริ่มทยอยเข้าวัดชำระล้างจิตใจเพื่อความสงบทางใจ และคืนความร่มเย็นสู่ศาสนสถานอีกครั้ง







