
คสช.ให้กม.เลือกตั้ง-พรรคการเมือง-ประชามติยังบังคับใช้
คสช.ให้พรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง-พรรคการเมือง-ทำประชามติยังมีผลบังคับใช้ แต่ให้เว้นการเลือกตั้งสส.-สว. ห้ามพรรคดำเนินกิจกรรมชั่วคราว
คสช.ให้พรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง-พรรคการเมือง-ทำประชามติยังมีผลบังคับใช้ แต่ให้เว้นการเลือกตั้งสส.-สว. ห้ามพรรคดำเนินกิจกรรมชั่วคราว
เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ออกประกาศฉบับที่ 57/2557 เรื่องให้พระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญบางฉบับมีผลบังคับใช้ต่อไป โดยมีเนื้อหาสรุปว่า เพื่อให้ ศาล องค์กรอิสระและองค์กรอื่นตามรัฐะรรมนูญสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้อย่างต่อเนื่องและเป็นธรรม คสช.จึงเห็นสมควรกำหนดเพิ่มเติมให้ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญบางฉบับยังมีผลบังคับใช้ต่อเนื่องต่อไป ดังต่อไปนี้
1.ให้ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ส.2550 มีผลบังคับใช้ต่อเนื่องต่อไปโดยมิได้สะดุดลงจนกว่าจะมีกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติมหรือยกเลิก แต่ให้งดเว้นการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร การเลือกตั้งและการสรรหาสมาชิกวุฒิสภาไว้เป็นการชั่วคราวก่อน
ให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีอำนาจกำหนดหรือขยายระยะเวลาในการยื่นบัญชีรายรับและรายจ่ายของผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา ในการเลือกตั้งตามพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาเป็นการทั่วไปพ.ศ.2557 ได้ตามที่เห็นสมควร
2.ให้พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2550มีผลบังคับใช้ต่อเนื่องต่อไปโดยมิได้สะดุดลงจนกว่าจะมีกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติมหรือยกเลิก ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการรักษาความสงบเรียบร้อย ห้ามมิให้พรรคการเมืองที่มีอยู่แล้วดำเนินการประชุมหรือดำเนินกิจการใดๆในทางการเมืองและการดำเนินการเพื่อการจัดตั้งหรือจดทะเบียนพรรคการเมืองให้ระงับไว้เป็นการชั่วคราว รวมทั้งให้ระงับการจัดสรรเงินสนับสนุนแก่พรรคการเมืองของกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองไว้เป็นการชั่วคราวด้วย ในกรณีมีข้อสงสัยให้หารือคณะกรรมการการเลือกตั้ง
3.ให้ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ.2552 มีผลบังคับใช้ต่อเนื่องต่อไปโดยมิได้สะดุดลงจนกว่าจะมีกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติมหรือยกเลิก
4.บรรดาคำร้อง สำนวน อรรถคดี หรือการใดที่ดำเนินการภายใต้ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญข้อ 1,2,3 ที่อยู่ระหว่างการดำเนินการของ กกต. นายทะเบียนพรรคการเมือง หรือศาลก่อนวันที่ 22 พ.ค. 2557 ให้ยังมีอำนาจดำเนินการพิจารณาและวินิจฉัยต่อไป
5.ให้ศาลฎีกามีอำนาจพิจารณาและวินิจฉัยคดีที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งและการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา ทั้งนี้วิธีพิจารณาและวินิจฉัยคดีให้เป็นไปตามระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกากำหนด โดยต้องใช้ระบบไต่สวนและเป็นไปโดยรวดเร็ว
ในกรณีที่กกต.ประกาศผลการเลือกตั้งแล้ว ถ้า กกต.เห็นควรให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา ให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัย







