
อำนาจอธิปไตยที่ 5
มนุษย์ปุถุชนคนทั่วไป ย่อมมีกิเลสเป็นธรรมดา เจ้ากิเลสนี้จะนำพาให้เป็นคนที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าประโยชน์ของผู้อื่นหรือประโยชน์ส่วนรวม จึงกล้ากระทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้องเพื่อสนองกิเลสของตัวเอง
มนุษย์ปุถุชนคนทั่วไป ย่อมมีกิเลสเป็นธรรมดา เจ้ากิเลสนี้จะนำพาให้เป็นคนที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าประโยชน์ของผู้อื่นหรือประโยชน์ส่วนรวม จึงกล้ากระทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้องเพื่อสนองกิเลสของตัวเอง
ธรรมชาติเช่นว่านี้ มีอยู่ในมนุษย์ทุกชาติทุกภาษา นักคิดนักปรัชญาชาวตะวันตกจึงได้พยายามคิดค้นวิธีการปกครองเพื่อไม่ให้ผู้ใช้อำนาจปกครองมีโอกาสทำตามกิเลสของตนเอง ให้มีการดุลคานอำนาจกัน เพื่อป้องกันการใช้อำนาจโดยไม่มีขอบเขต จึงได้คิดวิธีการปกครองที่เรียกว่า ระบอบประชาธิปไตย โดยให้มี 3 อำนาจอธิปไตย ที่เป็นอิสระต่อกัน แต่มีจุดยึดโยงตรวจสอบซึ่งกันและกันได้ เริ่มจากฝ่ายนิติบัญญัติให้ออกกฎหมาย ฝ่ายบริหารเป็นผู้นำกฎหมายไปบังคับใช้ และฝ่ายตุลาการเป็นผู้ตรวจสอบการใช้กฎหมาย
ระบอบประชาธิปไตยดูเหมือนจะเหมาะกับฝรั่งที่เขามีระเบียบวินัย มีความละอายต่อการทำผิดกฎหมายมากกว่าคนไทย อาจเป็นด้วยฝรั่งมีการศึกษา ผู้คนเคารพในสิทธิของคนอื่น คนส่วนใหญ่ของเขาจึงไม่ถูกนักการเมืองหลอกล่อ นักการเมืองจึงไม่กล้าทำอะไรตามอำเภอใจ มีความสำนึกรับผิดชอบ
ระบอบประชาธิปไตยจึงใช้ไม่ได้ผลกับประเทศไทย นักการเมืองของไทยไม่เคยลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบเมื่อเกิดความเสียหายขึ้นในความรับผิดชอบ แต่กลับสร้างวาทกรรมทางการเมืองว่า ความรับผิดชอบคือต้องอยู่ในตำแหน่งต่อไปเพื่อแก้ปัญหา
ปัญหาของประเทศเราภายใต้นักการเมืองแบบไทยๆ คือการทุจริต คอร์รัปชั่น ฉ้อราษฎร์บังหลวง นักการเมืองของเรายอมรับอย่างไม่อายว่า อดอยากปากแห้งถ้าเป็นฝ่ายค้าน สร้างทัศนคติให้ยอมรับการคอร์รัปชั่นได้ถ้าตนเองได้รับประโยชน์
รวมความแล้ว นักการเมืองของเราทั้งทุจริตคอร์รัปชั่น ทั้งใช้อำนาจเถื่อนกับคนที่เห็นต่าง แต่นักการเมืองเหล่านี้กลับไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ทั้งนี้เพราะนักการเมืองที่คุมอำนาจบริหาร คุมกลไกการใช้จ่ายเงิน ได้ควบคุมอำนาจนิติบัญญัติได้อย่างเด็ดขาด ควบคุมกระบวนการยุติธรรมต้นน้ำได้อย่างเบ็ดเสร็จ
ฉะนั้น แม้ฝ่ายการเมืองจะไม่สามารถครอบงำตุลาการได้ แต่ตุลาการก็ไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบการใช้กฎหมายของฝ่ายบริหารได้ เพราะกระบวนการต้นน้ำไม่ทำงาน ประเทศเราจึงต้องมีอำนาจอธิปไตยที่ 4 คือ องค์กรอิสระที่ไม่อยู่ภายใต้อำนาจสั่งการของฝ่ายบริหาร เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบฝ่ายบริหารในเบื้องต้น และส่งเรื่องให้ฝ่ายตุลาการได้ในที่สุด
การรัฐประหารในครั้งนี้ มิได้เกิดขึ้นจากทหารอยากเป็นใหญ่ รัฐประหารในครั้งนี้เป็นเหมือนทหาร (ที่ดี มีความจงรักภักดีและรับผิดชอบต่อบ้านเมือง) ถูกบังคับให้ต้องทำ เพราะประเทศเดินไม่ได้ กำลังจะเกิดการนองเลือดจากการใช้ความรุนแรง สังคมเกิดความแตกแยกของคนในชาติอย่างไม่เคยมีมาก่อน ความแตกแยกฝังรากหยั่งลึกลงไปในทุกหน่วยของสังคม ครอบครัวเดียวกันคุยเรื่องการเมืองกันไม่ได้
ความแตกแยกของคนรากหญ้าอาจมีเหตุผลที่พอเข้าใจได้ แต่นักวิชาการระดับดอกเตอร์ คนที่มีความรู้ระดับสูงจำนวนหนึ่ง กลับขายจิตวิญญาณของความถูกต้อง เอาความรู้ความสามารถไปรับใช้การเมือง เพื่อแลกกับเศษเงินของนักโกงเมืองที่หยิบยื่นให้ หรือไม่ก็แลกกับตำแหน่งใหญ่โตที่จะได้รับเพื่อใช้เป็นเครื่องมือทุจริตคอร์รัปชั่นต่อไป
ความรู้อย่างเดียวจึงไม่ช่วยให้คนเป็นคนดีได้ ความรู้อย่างเดียวไม่สามารถทำให้ประชาธิปไตยเป็นระบอบการปกครองที่เลวน้อยที่สุดได้ ท่านพุทธทาสได้อธิบายประชาธิปไตยไว้ว่า ประชาธิปไตยคือประโยชน์ของประชาชนเป็นใหญ่ไม่ใช่ประชาชนเป็นใหญ่ ประชาชนเป็นใหญ่นั้นมันไม่แน่ ประชาชนบ้าบอก็ได้ ประชาชนเห็นแก่ตัวก็ได้ ถ้าประชาชนเห็นแก่ตัวแล้วฉิบหายหมด ประชาธิปไตยนี้มันดีต่อเมื่อมีศีลธรรมเป็นรากฐาน ถ้าไม่มีศีลธรรมเป็นรากฐานมันก็เป็นประชาธิปไตยโกง ซึ่งก็ตรงกับที่ท่านเจ้าคุณประยุทธ์ ปยุตฺโต ท่านบอกไว้ว่า ถ้าประชาชนไม่มีศีลธรรม ประชาธิปไตยจะเป็นระบอบการปกครองที่เลวที่สุด
นักการเมืองไทยๆ เป็นนักการเมืองแบบศรีธนญชัย เป็นนักหลบเลี่ยงกฎหมาย แม้จะมี 4 อำนาจอธิปไตย แต่ก็ต้านทานความเลวร้ายของนักการเมืองพันธุ์พิเศษไม่ได้
เราจึงต้องใช้บริการอำนาจอธิปไตยที่ 5 คือ ทหาร ที่เหลือเพียงองค์กรเดียวที่จะล้มระบอบการเมืองชั่วๆ ได้ แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ อำนาจเป็นสิ่งหอมหวน เป็นยาเสพติด แม้จะมั่นใจได้ว่า การรัฐประหารครั้งนี้ ทหารทำด้วยความตั้งใจจริง แต่ทหารก็เป็นปุถุชนที่ยังมีกิเลส ทหารที่ดีๆ ในวันนี้จะต้องต้านทานความเย้ายวนแห่งผลประโยชน์ให้ได้
และที่สำคัญ ทหารจะต้องสร้างองค์กรให้เป็นอิสระอย่างแท้จริงและต้องมีศีลธรรมประจำใจ ยึดมั่นในความจงรักภักดี เพื่อให้ทหารเป็นที่พึ่งสุดท้ายเมื่อไม่มีทางอื่นใดที่จะแก้ไขปัญหาของประเทศชาติได้แล้ว
รัฐประหารไม่ได้น่ากลัว แต่ที่น่ากลัวคือการใช้อำนาจเผด็จการ การมีอำนาจอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด จนสะกดคำว่าแพ้ไม่เป็น คือมหันตภัยของชาติอย่างแท้จริง
ไม่ว่าระบอบการปกครองใด ถ้าทำเพื่อประโยชน์ของชาติและประชาชน ระบอบการปกครองนั้นจะไม่ดีได้อย่างไร
อย่าทำตัวเป็นคนดัดจริตกลัวรัฐประหาร แต่เบิกบานกับการทุจริตคอร์รัปชั่น เพราะนั่นคือพวกเศษสวะของสังคมที่หนักแผ่นดิน







