
วัดใจคสช.ยุบกองทุนน้ำมันฯ
ความคาดหวังของประชาชนในขณะนี้พุ่งไปที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เต็มเปี่ยม
โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง
ความคาดหวังของประชาชนในขณะนี้พุ่งไปที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เต็มเปี่ยม ฝากความหวังทั้งเรื่องปัญหาปากท้อง ขจัดปัญหาการคอร์รัปชั่น และการนำประเทศคืนกลับมารู้รักสามัคคีกันดังเดิม
แต่ดูเหมือนประชาชนจะเทความคาดหวังว่า คสช.จะแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและปัญหาปากท้องมากกว่าที่จะคาดหวังว่าจะแก้ไขความแตกแยกของสังคม เพราะลงรากลึกต้องใช้เวลาในการเยียวยานานพอสมควร เนื่องจากการชุมนุมไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นานเกินกว่า 6 เดือน ลากให้เศรษฐกิจย่ำแย่ลง
ข่าวลือแพร่กระจายในโซเชียลมีเดียว่า คสช.จะปรับโครงสร้างพลังงานทำให้ราคาน้ำมันลดลงได้ถึงลิตรละ 10 บาท ซึ่งประชาชนก็เฝ้ารอแล้วรอเล่า กลับกลายเป็นวันแรกที่ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองประธาน คสช. ผู้ดูแลงานด้านเศรษฐกิจไปพบผู้บริหารที่กระทรวงพลังงานก็มีการขึ้นราคาน้ำมันแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดลิตรละ 40 สตางค์ เท่านั้นเองมีเสียงชาวบ้านบ่นขรม เพราะผิดหวังวันรุ่งขึ้น ปตท.ก็ประกาศลดราคาน้ำมันลงมาที่เดิม แถมด้วยการตรึงราคาก๊าซหุงต้มและน้ำมันดีเซลไม่เกินลิตรละ 30 บาท แต่บิ๊กจิน ผู้นั่งเป็นกรรมการ บริษัท ปตท. ยืนยันว่าราคาน้ำมันไม่มีทางลดได้ถึงลิตรละ 10 บาท
แต่แล้วผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภาก็เปิดประเด็นเรื่องกองทุนน้ำมันฯ ขึ้นมาว่า กองทุนนี้ตั้งขึ้นโดยมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นมรดกที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ทิ้งไว้ ซึ่งเป็นกองทุนที่ไม่มีกฎหมายรองรับ ดังนั้น คสช.มีทางเลือก 2 ทางคือ ยุบกองทุน หรือมีกองทุนต่อไป แต่ต้องทำให้ถูกกฎหมาย
ประเด็นนี้จุดติดทันที เพราะกูรูด้านน้ำมันทั้งหลายชี้เป้าว่า หากยกเลิกกองทุนน้ำมันฯ ราคาน้ำมันบางชนิดจะถูกลง บางชนิดจะแพงขึ้น ราคาน้ำมันลดลงได้ลิตรละ 10 บาทได้จริงๆ คือน้ำมันเบนซิน 95จะปรับลดลง 10.70 บาท แก๊สโซฮอล์ 95 ลดลงลิตรละ 3.53 บาท แก๊สโซฮอล์ 91 ลดลงลิตรละ 1.28 บาท
ส่วนแก๊สโซฮอล์ อี85 ราคาจะเพิ่มขึ้นทันที 12.41 บาท ส่วนก๊าซหุงต้มภาคครัวเรือนราคาขายปลีกอาจจะขึ้นมาเป็นกิโลกรัมละ 26.10 บาท จากที่ตรึงไว้ที่ราคาลิตรละ 22.63 บาท เรื่องนี้ประชาชนสนใจติดตามอย่างใกล้ชิดว่า หาก คสช.ยุบกองทุนน้ำมันฯ ก็อาจมีโอกาสได้ใช้น้ำมันราคาถูกลง
เรื่องนี้ ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ อดีต รมว.พลังงาน ซึ่งถือเป็นกูรูด้านพลังงานและกลุ่มปฏิรูปโครงสร้างพลังงานระยะยาวเพื่อความยั่งยืน เห็นด้วยกับข้อเสนอเรื่องการยุบกองทุนน้ำมันฯ ทันที เพราะสอดคล้องกับข้อเสนอของกลุ่มที่ผ่านมา ที่ต้องการเห็นโครงสร้างราคาน้ำมันสะท้อนกลไกตลาด เพราะที่ผ่านมาทั้งอดีตรัฐบาลตั้งแต่ปี 2547 สมัย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ล้วนใช้กลไกกองทุนน้ำมันฯ ในการจัดทำนโยบายประชานิยมอุดหนุนราคาพลังงานมาโดยตลอด
การคงไว้ของกองทุนน้ำมันฯ ทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมแก่ผู้ใช้น้ำมันที่ต้องอุดหนุนผู้ใช้ก๊าซแอลพีจี และไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงตั้งแต่แรก เริ่มที่ต้องการรักษาเสถียรภาพความมั่นคงพลังงานเป็นหลักตาม พ.ร.ก.แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 และใช้อำนาจตามข้อ 3 แห่ง พ.ร.ก.ฉบับดังกล่าวในการจัดตั้งกองทุนน้ำมันฯ
“การตั้งกองทุนน้ำมันฯ มีตัวแทนของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเข้ามาดู ซึ่งที่ผ่านมามีความเป็นห่วงเรื่องการจัดตั้งว่าจะถูกต้องหรือไม่ ซึ่งได้รับคำยืนยันว่าถูกต้อง ทั้งนี้แล้วแต่การตีความ แต่เมื่อสมัย พ.ต.ท.ทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรี ได้ใช้การตรึงราคาน้ำมันจนหนี้สูงกว่า 8 หมื่นล้านบาท และในปี 2547 ได้มีการออกคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 4/2547 เรื่องการจัดตั้งกองทุนน้ำมันฯ และสถาบันบริหารกองทุนพลังงานมาจัดการ ซึ่งช่วงนั้นมีการออกพันธบัตร และขณะนี้ก็จะมีหนี้กู้เงินมาเพื่อชดเชยกองทุนที่ทำหน้าที่หลักในการอุดหนุนราคาพลังงาน” ปิยสวัสดิ์ กล่าว
แต่การจะยกเลิกกองทุนน้ำมันฯ ก็เกิดคำถามตามมาว่าเป็นสิ่งที่ดีจริงหรือไม่ เพราะมีเสียงไม่เห็นด้วยดังเซ็งแซ่
กรณ์ จาติกวณิช อดีต รมว.คลัง กล่าวว่า ในสมัยรัฐบาลขิงแก่ของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นนายกฯ ควรจะยกเลิกกองทุนน้ำมันฯ ไปเสีย หากเห็นว่าไม่มีประโยชน์ควรปล่อยให้ราคาน้ำมันเป็นไปตามกลไกตลาด
“อธิบายง่ายๆ คือ คนใช้น้ำมันในขณะนี้รู้หรือไม่ว่าใช้น้ำมันลิตรละ 40 บาท เป็นภาษีสรรพสามิต และอื่นๆ 20 บาท หากต้องการให้น้ำมันลดลงก็ต้องลดภาษีสรรพสามิตที่เก็บ ณ หัวจ่าย แต่จะไปทำให้การจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลลดลง กระทรวงการคลังยอมได้หรือไม่” กรณ์ กล่าว
กรณ์ ระบุว่า หากปฏิรูปพลังงานต้องดูทั้งระบบและต้องดูระยะยาว อย่าดูแค่ช่วงสั้นและช่วงกลาง เพราะจะทำให้น้ำมันเบนซิน 95 ที่เศรษฐีใช้มีราคาถูกลง แต่ราคาน้ำมันคนจนมีราคาสูงขึ้น ฉะนั้นเรื่องนี้ คสช.น่าจะเข้าใจดี เพราะ พล.อ.อ.ประจิน ก็เป็นกรรมการ ปตท.น่าจะรู้ข้อมูลดี
ทางด้าน อนุสรณ์ ธรรมใจ กรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก็ไม่เห็นด้วยที่จะให้ยุบกองทุนน้ำมันฯ เพราะหลักการของกองทุนน้ำมันฯ คือใครใช้ใครจ่าย ไม่ไปรบกวนเงินงบประมาณหรือภาษีที่รัฐบาลควรจะเอาไปพัฒนาประเทศทางด้านอื่นมาดูแลราคาน้ำมัน
นอกจากนี้ การส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนที่ทำการศึกษาวิจัย เสียงบประมาณไปมากมาย และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ทรงมีพระราชดำรัสเรื่องพลังงานทดแทนและทรงศึกษาวิจัยด้วยพระองค์เอง หวังให้ประชาชนรู้จักการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
“เรื่องนี้ไม่ควรมองแบบนักการเมือง ต้องมองในมุมของนักเศรษฐศาสตร์และต้องมองระยะยาว กองทุนนี้ถูกออกแบบมาค่อนข้างดี ใครใช้ใครจ่าย แต่เมื่อมีข้อจำกัดทางกฎหมายก็ต้องไปแก้ไขให้ถูกต้อง อย่านำเรื่องนี้มาเป็นประเด็นและสร้างกระแสให้ประชาชนเข้าใจผิด” อนุสรณ์ กล่าว
อย่างไรก็ดี ทั้งฝ่ายหนุนและฝ่ายต้านต่างมีเหตุผลมาสนับสนุนทั้งคู่ แต่การปฏิรูปพลังงานมีมากกว่าแค่กองทุนน้ำมันฯ ยังมีการพิจารณาโครงสร้างภาษีสรรพสามิตค่าการกลั่น ค่าการตลาด การแปรรูปรัฐวิสาหกิจยังมีองค์ประกอบอีกหลายด้านที่ควรจะพิจารณาไปพร้อมๆ กัน
หากยุบเลิกกองทุนน้ำมันฯ จริง สิ่งที่กระทรวงพลังงานจะต้องพิจารณา คือจะส่งเสริมเอทานอลอย่างไร เพราะราคาแก๊สโซฮอล์ใกล้เคียงน้ำมันเบนซิน โดยอาจจะใช้กองทุนส่งเสริมเพื่อการอนุรักษ์พลังงานมาเป็นกลไกอุดหนุน จากที่ปัจจุบันจัดเก็บ 0.25 บาท/ลิตร ดังนั้นราคาน้ำมันจะไม่ได้ลดตามสัดส่วนกองทุนน้ำมันฯทั้งหมด และจะต้องหาทางบริหารจัดการเกี่ยวกับหนี้ของกองทุนที่มีกว่า 7,000ล้านบาทอย่างไร
และยังมีอีกหลายประเด็นที่ต้องพิจารณา การลดราคาน้ำมันยังมีช่องทางทำได้อีกหลายอย่าง ขึ้นอยู่กับ คสช.จะคิดอย่างไร ต้องการสร้างคะแนนนิยมหรือต้องการให้ราคาน้ำมันมีเสถียรภาพในรยะยาว







