posttoday
เส้นทางร่วมชะตา

เส้นทางร่วมชะตา

08 มิถุนายน 2557

หลังมื้อกลางวันผ่านไปเพียงครึ่งชั่วโมง กาแฟรอบบ่ายก็ถูกยกมาวางตรงหน้า

หลังมื้อกลางวันผ่านไปเพียงครึ่งชั่วโมง กาแฟรอบบ่ายก็ถูกยกมาวางตรงหน้า ไอหอมกรุ่นโชยมาจากของเหลวสีน้ำตาลเข้ม นักเดินทางยกแก้วขึ้นใช้มืออีกข้างวักไอจางๆ เข้าหาตัว สูดหายใจเต็มปอดราวกับเป็นส่วนหนึ่งของพิธีการพูดคุย ก่อนจะผ่อนลมหายใจออกอย่างช้าๆ ปล่อยเรื่องเล่าจากกลุ่มก้อนความทรงจำออกมาเป็นสาย

เขาเล่าว่า นับสิบกว่าปีที่ผ่านมา รวมเส้นทางที่ท่องไป อาจจะมากกว่าสี่หมื่นกิโลเมตรหรือเท่ากับเส้นทางรอบโลก แม้บางครั้งระยะทางที่ว่าเป็นเพียงโอกาสกลับไปเยือนที่เดิม แต่ก็ยังกล่าวได้ว่าซ้ำเส้นทาง แต่กลับไม่เคยซ้ำรอยเดิม หรือคาดการณ์อะไรได้เลย แต่ละเที่ยวของการเดินทางจึงต่างความหมายออกไปอย่างสิ้นเชิง

การเดินทางแต่ละครั้งถูกแปลความหมายออกมาได้นับไม่ถ้วน แต่ข้อคิดที่เป็นเสมือนเข็มปักฉึกลงบนเส้นประสาท ปลุกให้เขาตื่นขึ้นค้นความนัยไว้สำหรับอธิบายตัวเองว่า การเดินทาง คือการเริ่มรักษาระยะห่างจากตัวตนของตัวเองอย่างไม่รู้ตัว ทว่าเป็นเรื่องที่ให้ผลในทางตรงข้ามกันอย่างประหลาด เพราะบางครั้งโดยพฤตินัย ห่างตัวเองกลับเพิ่มโอกาสเข้าใกล้คนอื่น

ทุกครั้งที่การเดินทางเริ่มขึ้น แม้เพื่อนร่วมเดินทางรายรอบส่วนใหญ่ หรือแทบทั้งหมดเป็นคนแปลกหน้า แต่ทันทีที่ต้องซุกตัวกันอยู่ในพาหนะเดียวในช่วงเวลาหนึ่ง ก็นับได้ว่า ได้ร่วมชะตากรรมเดียวกันแล้ว

นักเดินทางบอกว่า โดยปกติระหว่างการเดินทาง คนส่วนใหญ่มักพกพาโลกส่วนตัวไปด้วย เพราะต่างไม่อาจจะแน่ใจได้เลยว่า สิ่งที่พบพานระหว่างทาง สิ่งที่ปรากฏอยู่นอกหน้าต่าง พาหนะโดยสารคืออะไร หน้าต่างเรือโดยสารในทะเลส่วนใหญ่แล้วได้เห็นเพียงแผ่นสีของฟ้าและน้ำสองแผ่นเชื่อมต่อกัน บ่อยครั้งที่หน้าต่างรถโดยสารกลายเป็นกรอบภาพทิวทัศน์ที่งดงามในช่วงสั้นๆ แต่สำหรับบางคนภาพที่ปรากฏขึ้นก็ไม่น่าสนใจกว่าโลกส่วนตัวที่พกพามาด้วย

สิ่งที่เห็นได้จากเครื่องบินโดยสาร ย้อนไล่เรียงเวลากลับไปสิบปี เมื่อแต่ละคนได้ที่นั่ง ทุกคนต่างก็จมอยู่กับโลกส่วนตัวอย่างไม่แปรเปลี่ยน ผิดแผกไปก็แค่วัตถุที่อยู่ในมือ จากหนังสือ สิ่งพิมพ์ เครื่องเล่นคอมแพ็กดิสก์ โทรศัพท์มือถือ ฯลฯ เปลี่ยนมาเป็นคอมพิวเตอร์ขนาดพกพาหลากชนิด

กระทั่งวันหนึ่ง ความหมายของการ “ร่วมชะตากรรม” ก็เผยตัวเองออกมา จากเที่ยวบินระหว่างกรุงโซลมุ่งหน้ากลับมายังกรุงเทพฯ

เมื่อเครื่องบินทะยานขึ้นได้ครู่ใหญ่ กัปตันประกาศว่า เครื่องกำลังเผชิญหน้ากับสภาพอากาศแปรปรวน เขาเคยผ่านเหตุการณ์ทำนองนี้มาแล้วหลายครั้ง แต่ครั้งนี้ต่างออกไปจนควรเรียกว่า สภาพอากาศเลวร้ายมากกว่า เครื่องบินกำลังตกหลุมอากาศ หรือการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของการเคลื่อนที่ของอากาศในแนวตั้ง ทำให้อากาศเกิดการกระเพื่อมขึ้นลงในขณะที่เคลื่อนที่ไปตามแนวนอน ยังผลให้เครื่องบินกระแทกขึ้นลง ครั้งนี้รุนแรงจนรู้สึกไปว่า ตัวเครื่องนั้นบอบบางราวกับกำลังจะหักกลางลำ เขามองไปข้างนอก เห็นปีกเครื่องบินสั่นเทิ้มต่อสู้กับสภาพอากาศ จนน่าวิตก

...เครื่องโคลงไปมาจนแม้แต่แอร์โฮสเตสก็ทรงตัวไม่ได้ ต้องนั่งลงรัดเข็มขัดนิรภัย ผู้โดยสารต่างถอดสีหน้าแสดงอาการขวัญเสียอย่างชัดเจน บางคนเริ่มเสียงกรีดร้อง บ้างยกมือขึ้นพนม บ้างประสานมือทำปากขมุบขมิบกำลังสวดมนต์หรือท่องอะไรสักอย่าง ผ่านไปครู่หนึ่ง ห้องโดยสารที่เต็มด้วยเสียงตะโกนพูดคุยกันเริ่มเปลี่ยนเป็นเงียบกริบทั้งลำ เขาพยายามบอกตัวเองให้ตั้งสติ หาจุดรวมสมาธิโดยจ้องมองไปเบื้องหน้า จนสายตาจ่อเข้ากับตัวหนังสือภาษาอังกฤษตรงเบาะหน้า เขียนว่า “อุปกรณ์ช่วยชีวิตอยู่ใต้ที่นั่ง” เขาอ่านวนซ้ำอยู่ในหัว พลางนึกว่า จะมีอะไรอยู่ใต้นั้นบ้าง ทั้งหมดช่วยชีวิตเขาได้จริงๆ ตามที่เขียนบอกไว้แค่ไหนหรืออย่างไรกัน

ในห้วงเวลานั้น เขารู้สึกได้ว่า ชีวิตกำลังทวงถามบางอย่างจากตัวเขา สิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นและยังไม่ได้ทำในอนาคตกับอดีตที่ล่วงเลยมาแล้วกำลังถูกสับสวิตช์สลับกันไปมาในความนึกคิดอย่างรวดเร็วภาพซึ่งเห็นอย่างชัดเจนว่า หากเขาตายในอีกไม่นาน ห้องพักคงเต็มไปด้วยจดหมายซึ่งถูกสอดเข้ามาทางช่องประตู ซึ่งส่วนใหญ่เป็นจดหมายแจ้งหนี้จากรายจ่ายประจำ นั่นเป็นภาพที่เขามองเห็นและสร้างขึ้นจากที่เคยไปช่วยเก็บข้าวของในห้องพักของญาติผู้น้องคนหนึ่งที่เสียชีวิตจากไปก่อนวัยอันควรไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก หากลาลับโลกไปโดยทิ้งเพียงใบแจ้งหนี้ไว้ให้ผู้ที่ยังอยู่ดูต่างหน้าเขาเคยนึกตำหนิญาติคนนั้นในตอนนั้น แต่เมื่อถึงคราวที่ชีวิตของตัวเองกำลังหมิ่นเหม่กับความตาย ภาพอดีตของญาติคนนั้นผุดพรายขึ้นทับซ้อนกับอนาคตของเขาอย่างกลมกลืน

จากเสี้ยวนาที ย่อลงเป็นเสี้ยววินาที ทว่าเหมือนจะยาวนานชั่วกาล นานพอที่จะย้อนไปถึงภาพจากความทรงจำบางช่วง เสียงสุนัขตัวโปรดที่เขาเคยเลี้ยงสมัยยังเรียนมัธยมดังมาจากหลังบ้าน เขาเห็นมันนั่งอยู่ที่นั่น กระดิกหางให้เขาก่อนเดินเข้ามาหา โดยพยายามเลียใบหน้าเขาโดยไม่ฟังเสียงปราม วินาทีนั้น เมื่อเห็นมันปรากฏตัวขึ้น ความรู้สึกผิดบาปก็เอ่อท้นขึ้น ความรู้สึกผิดที่ทิ้งมันอย่างไม่แยแส ไม่มีโอกาสได้กล่าวคำอำลาหรือแสดงความรับผิดชอบอะไรเลย เพราะต้องจากบ้านเกิดมาเรียนหนังสือในเมืองกรุงเทพฯ มันตายจากไประหว่างที่เขาไม่อยู่บ้าน เขารักมันมาก จำมันได้ ท่องชื่อของมันอยู่ในใจ พลางนึกว่า ถ้าได้พบเจอกันอีกในโลกหน้า มันจะยังจำเขาได้หรือไม่ หากได้พบเจอกันอีก เขาจะลูบหัวมันแล้วกล่าวคำขอโทษ...

เวลาผ่านไป เขาไม่แน่ใจว่านานแค่ไหน แต่เมื่อหันไปมองผู้โดยสารอื่นๆ แม้ไม่รู้ว่าแต่ละคนมีภาพอะไรปรากฏขึ้นในห้วงนึกระหว่างช่วงนั้น แต่เขาก็แน่ใจว่า สิ่งที่ทุกคนต้องการ ทางเลือกที่เหลืออยู่ ย่อมเหมือนๆ กัน คือ อะไรสักอย่างที่จะช่วยให้มีชีวิตรอดต่อไป และปล่อยวาง ยินยอมให้ความตายคืบคลานเข้ามาหาอย่างสงบ

และแล้วสถานการณ์คลี่คลายลง กัปตันประกาศว่า เครื่องได้ผ่านพ้นสภาพอากาศแปรปรวนมาแล้ว และกำลังลดระดับเพดานบินลงสู่สนามบิน ผู้โดยสารแต่ละคนถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขาพยายามมองไปรอบๆ ภาพบนเครื่องเปลี่ยนไป อบอวลไปด้วยความรู้สึกเป็นมิตรจากผู้โดยสารคนอื่นๆ ซึ่งก่อนหน้านี้แทบจะไม่ได้สนใจใส่ใจกันเลย หลายคนหันมาพูดคุย สนทนากันเลิ่กลั่ก วิกฤตที่เกิดขึ้นหลอมโลกส่วนตัวของแต่ละคนมารวมกันชั่วคราว

เขาจำความรู้สึกวันนั้นได้ ระหว่างเดินทางจากสนามบินกลับห้องพัก เขามองมอเตอร์เวย์ โดยพยายามนึกว่า เคยนั่งรถผ่านมาแล้วกี่รอบ แน่นอนมันเป็นถนนเส้นเดิมที่มีองค์ประกอบไม่ผิดแผกจากเส้นทางทั่วๆ ไป แต่ที่ไม่ลืม คือ วันนั้นถนนธรรมดาๆ เส้นหนึ่งได้กลายเป็นเส้นทางสวยงามที่เขาอยากกลับมาเยือนอย่างไม่รู้หน่าย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท