
เพื่อนบ้านยังหนุนกองทัพไทย
การประกาศยึดอำนาจของกองทัพไทยเมื่อวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา ยังเป็นประเด็นร้อนที่สำนักข่าวจากต่างประเทศหลายแห่งยังให้ความสนใจ โดยเฉพาะปฏิกิริยาตอบสนองต่อการกระทำของทหารในเรื่องดังกล่าวจากนานาประเทศ
การประกาศยึดอำนาจของกองทัพไทยเมื่อวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา ยังเป็นประเด็นร้อนที่สำนักข่าวจากต่างประเทศหลายแห่งยังให้ความสนใจ โดยเฉพาะปฏิกิริยาตอบสนองต่อการกระทำของทหารในเรื่องดังกล่าวจากนานาประเทศ
ทั้งนี้ เว็บไซต์ข่าว อิรวดี สื่อจากประเทศพม่าได้รายงานปฏิกิริยาของประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนต่อการทำรัฐประหารของกองทัพไทยในครั้งนี้ว่า ท่าทีของหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตอบสนองในแง่บวกต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แม้ซีกโลกตะวันตกส่วนใหญ่จะมีปฏิกิริยาต่อเรื่องการยึดอำนาจในทางลบก็ตาม
นอกจากนั้น อิรวดี ยังระบุเพิ่มเติมโดยอ้างคำพูดของโฆษกกองทัพไทย ว่า แม้รัฐบาลจากต่างชาติหลายประเทศจะประกาศไม่ยอมรับการเข้ายึดอำนาจการปกครองของกองทัพที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งเข้ายึดอำนาจการปกครองจากรัฐบาลรักษาการณ์ในขณะนั้นมาราว 2 สัปดาห์แล้ว
ทว่า ทั้งจีนและเวียดนามต่างก็ออกตัวว่าจะให้การสนับสนุนคณะปกครองใหม่ที่มาจากทหารของไทย ทั้งนี้สื่อจากพม่าอ้างคำกล่าวของ ยงยุทธ มัยลาภ คณะทำงานทีมโฆษก คสช. ที่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า คณะผู้แทนทางการทูตของประเทศจีนและเวียดนามได้เข้าพบ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เมื่อวันพุธที่ผ่านมา พร้อมทั้งยืนยันว่าทั้งจีนและเวียดนามจะยังคงความสัมพันธ์อันดีกับไทยต่อไป และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสถานการณ์ในไทยจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติในเร็ววัน
ขณะเดียวกัน อิรวดี ยังเสนอข่าวท่าทีของทางการพม่าในเรื่องการยึดอำนาจการปกครองของทหารในไทยในทางบวก โดยอ้างแถลงการณ์ของ อองลินน์ อธิบดีในกระทรวงการต่างประเทศของพม่า ที่กล่าวว่า ประเทศไทยมีอำนาจอธิปไตยเป็นของตนเองและรัฐบาลพม่ายอมรับคณะปกครองใหม่ที่มาจากทหารของไทย
สื่อจากพม่ายังแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้เพิ่มเติมด้วยว่า การทำรัฐประหารของกองทัพไทยในครั้งนี้เกิดขึ้นเนื่องจากเหตุความวุ่นวายทางการเมืองที่ลากมายาวนานนับทศวรรษ ระหว่างผู้สนับสนุนอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณและพวกพ้องกับกลุ่มที่ต่อต้าน
อิรวดี ยังตั้งข้อสังเกตด้วยว่า การยึดอำนาจของทหารในครั้งนี้เป็นไปอย่างสงบ ปราศจากการเสียเลือดเนื้อของประชาชน แถมยังยึดอาวุธสงครามจำนวนมากจากกลุ่มผู้ประท้วงทั้งสองฝ่ายได้อีกด้วย
ด้านเศรษฐกิจของไทยก็พบว่ามีแนวโน้มจะดีขึ้น เห็นได้ชัดจากความเชื่อมั่นผู้บริโภคของไทยในเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ที่ทะยานแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ต้นปี จนหลายฝ่ายหวังว่ากองทัพอาจจะสามารถฉุดเศรษฐกิจที่กำลังถดถอยของไทยให้ฟื้นตัวกลับมาดีขึ้นได้
นอกจากนี้ สื่อจากประเทศเพื่อนบ้านของไทยยังนำเสนอข่าวการออกหน่วยมวลชนสัมพันธ์คืนความสุขให้ประชาชนของทหาร บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ซึ่งทหารระบุว่าเป็นการเน้นย้ำกับประชาชนว่าทหารเป็นมิตรมิใช่ศัตรู







