posttoday
คสช.เร่งรัด6มาตรการปราบยาเสพติด

คสช.เร่งรัด6มาตรการปราบยาเสพติด

06 มิถุนายน 2557

คสช.เร่งรัด 6 มาตรการด่วนปราบปรามและหยุดยั้งการแพร่ระบาดของยาเสพติดในชุมชนเฝ้าระวัง 3,250 แห่งทั่วประเทศประเมินผลครั้งแรกใน 30 วัน คืนความสุขให้ประชาชน

คสช.เร่งรัด 6 มาตรการด่วนปราบปรามและหยุดยั้งการแพร่ระบาดของยาเสพติดในชุมชนเฝ้าระวัง 3,250 แห่งทั่วประเทศประเมินผลครั้งแรกใน 30 วัน คืนความสุขให้ประชาชน

วันที่ 6 มิ.ย.  เวลา 10.30 น. ที่สำนักงาน ป.ป.ส. พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก หัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม คสช. เป็นประธานการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง   เพื่อกำหนดแนวทางในการปฏิบัติตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 41/2557 ลงวันที่ 31 พฤษภาคม 2557 เรื่อง การปราบปรามและหยุดยั้งการแพร่ระบาดของยาเสพติด โดยมีผู้แทนจากกระทรวง/หน่วยงานที่รับผิดชอบหลักในแต่ละมาตรการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวม 15 กระทรวงเข้าร่วม

ในการประชุมครั้งนี้ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้นำเรียนให้ที่ประชุมได้รับทราบถึงมาตรการเร่งด่วน 6 มาตรการ พร้อมทั้งแนวทางการดำเนินการภายในกรอบระยะเวลาช่วงแรกใน 30 วันโดย เฉพาะการหยุดยั้งการแพร่ระบาดของยาเสพติด ได้กำหนดพื้นที่ดำเนินการในชุมชนเฝ้าระวัง 3,250 ชุมชน ครอบคลุมพื้นที่ 804 อำเภอทั่วประเทศ
สำหรับ "มาตรการเร่งด่วน" ที่จะต้องดำเนินการใน 30 วัน ประกอบด้วย

มาตรการที่ 1 การสกัดกั้น ปราบปรามจับกุม และหยุดยั้งการแพร่ระบาดของยาเสพติด

หน่วยงานรับผิดชอบหลักคือ กระทรวงกลาโหมและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่จะต้องร่วมกันเพิ่มความเข้มในการปฏิบัติการสกัดกั้นยาเสพติดบริเวณชายแดนและด่านตรวจชายแดนทั่วประเทศ เพิ่มด่านตรวจและจุดตรวจ  ในเส้นทางลำเลียงยาเสพติด เพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบรถโดยสาร รถประจำทาง รถขนส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ ขยายผลปราบปรามเครือข่ายการค้ายาเสพติดทุกระดับ ปิดล้อม X-Ray เชิงรุกในชุมชนเฝ้าระวังที่กำหนดไว้ และ  นำข้อมูลการร้องเรียนผ่านสายด่วนยาเสพติดจากทุกหน่วยงานทุกแหล่งข่าวมาดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม
   
มาตรการที่ 2 การจัดระเบียบและเฝ้าระวังสถานบริการและสถานประกอบการ

หน่วยงานรับผิดชอบหลักคือ กระทรวงมหาดไทย ที่จะต้องจัดระเบียบสถานบริการและสถานประกอบการ  ทั้งหอพัก อาคารชุด หรือเกสท์เฮ้าส์ ที่ให้ผู้อื่นเช่า รวมทั้งสถานที่ที่จัดให้มีการเล่นบิลเลียด สนุกเกอร์ ร้านเกมส์ ร้านอินเตอร์เน็ต โรงงานและสถานประกอบกิจการอื่นๆ โดยไม่ให้มีการเกี่ยวข้องกับยาเสพติดในทุกลักษณะ และดำเนินการตามกฎหมายต่อเจ้าของและผู้ประกอบการที่ปล่อยปละละเลยให้มีการซุกซ่อน จำหน่าย และเสพยาเสพติด ในสถานบริการและสถานประกอบการต่างๆ ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

มาตรการที่ 3 การบำบัด ฟื้นฟู และสร้างภูมิคุ้มกัน

หน่วยงานรับผิดชอบหลักคือ กระทรวงยุติธรรมและกระทรวงสาธารณสุข ที่จะต้องช่วยกันนำผู้เสพ    เข้ารับการบำบัดโดยทันที พร้อมทั้งติดตามดูแลให้ความช่วยเหลือผู้ผ่านการบำบัด ให้สามารถกลับมาดำรงชีวิตได้ตามปกติ ทั้งในด้านการศึกษาและการประกอบอาชีพ สร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันเด็กและเยาวชนไม่ให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดทั้งในและนอกสถานศึกษา โดยประสานงานกับทุกองค์กรที่เกี่ยวข้องให้เข้ามามีส่วนร่วมให้มากขึ้น

มาตรการที่ 4 การยึดและอายัดทรัพย์สินของผู้เกี่ยวข้องทั้งระบบ

หน่วยงานรับผิดชอบหลักคือ สำนักงาน ป.ป.ส. ซึ่งจะต้องขยายผลยึดและอายัดทรัพย์สินของผู้เกี่ยวข้อง ผู้สมคบ ผู้สนับสนุนช่วยเหลือ และเครือข่ายหรือองค์กรการค้ายาเสพติดในทุกคดี พร้อมทั้งประสานความร่วมมือกับสำนักงาน ปปง. และกรมสรรพากร เพื่อดำเนินการตามกฎหมายอื่นๆ  ที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน โอนเงิน หรือ   นำทรัพย์สินไปไว้ในชื่อของบุคคลอื่น

มาตรการที่ 5 การดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด

หน่วยงานรับผิดชอบหลักคือ สำนักงาน ป.ป.ส. ซึ่งจะต้องเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนแจ้งข้อมูลเบาะแสยาเสพติดและพฤติการณ์ของเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดทาง สายด่วน ป.ป.ส. 1386 ตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งการส่งจดหมายหรือไปรษณียบัตรมาที่ ตู้ ปณ 123 สามเสนใน พญาไท กรุงเทพฯ 10400 หรือทางเว็บไซต์ของสำนักงาน ป.ป.ส. www.oncb.go.th พร้อมทั้งติดตามผลการดำเนินการของผู้บังคับบัญชาทุกระดับ ในทุกหน่วยงาน เกี่ยวกับการสอดส่องดูแลไม่ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดทั้งทางตรงและทางอ้อม หากพบพฤติการณ์ดังกล่าวจะต้องดำเนินการทั้งทางวินัยและทางอาญาโดยเด็ดขาด

มาตรการที่ 6 การติดตามประเมินผลและรายงานผลการปฏิบัติ

หน่วยงานรับผิดชอบหลักคือ สำนักงาน ป.ป.ส. ที่จะต้องกำหนดแนวทางการรายงานและติดตามผล ผ่านทางอินเตอร์เน็ท เพื่อให้ทุกหน่วยงานรายงานผลการดำเนินงานในแต่ละมาตรการได้ในทุก 7 วัน จากนั้น ป.ป.ส. จะต้องรวบรวมผลและรายงานให้ คสช. ทราบทุก 15 วัน พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ผลการปฏิบัติงานของทุกหน่วยให้สื่อมวลชนและประชาชนได้รับทราบต่อไป

พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา กล่าวว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบตามมาตรการต่างๆ ทั้ง 6 เรื่อง และถือเป็นมาตรการเร่งด่วนที่ทุกหน่วยจะต้องช่วยกันดำเนินการให้บรรลุผลอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยความฉับไวและมีประสิทธิภาพ สามารถคืนความสุขให้กับประชาชนได้อย่างแท้จริง โดยจะประเมินผลครั้งแรกใน 30 วัน และได้ฝากให้ทุกหน่วยร่วมกันแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็นเอกภาพ ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ ต้องบูรณาการทั้งด้านการข่าวและกำลังพลในการปฏิบัติการ โดยตนจะติดตามผลการดำเนินการอย่างใกล้ชิดต่อไป

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท