
ยื่นหนังสือ"คสช."ล้มลงทุนน้ำ 3.5 แสนล้าน
โครงการลงทุนระบบน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อุตส่าห์ฝ่าพงหนามด้วยการออก พ.ร.ก.กู้เงินก้อนโตมาลงทุน เพื่อแก้หน้าจากปัญหาน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 กำลังเผชิญวิบากกรรม
โครงการลงทุนระบบน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อุตส่าห์ฝ่าพงหนามด้วยการออก พ.ร.ก.กู้เงินก้อนโตมาลงทุน เพื่อแก้หน้าจากปัญหาน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 กำลังเผชิญวิบากกรรม
เมื่อ ปราโมทย์ ไม้กลัด อดีตอธิบดีกรมชลประทาน และ บัญชา ขวัญยืน ประธานคณะอนุกรรมวิศวกรรมแหล่งน้ำ นักวิชาการวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) เป็นตัวแทน เข้ายื่นหนังสือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อเรียกร้องให้ คสช.ดำเนินการใน 2 ข้อ
1.ขอให้ยุบสำนักงานนโยบายและบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (สบอช.)
2.ขอให้ยกเลิกแผนงาน 10 โมดูล ที่เปิดให้เอกชนเสนอโครงการแผนงานลงทุน เพราะโครงการดังกล่าว ไม่สามารถแก้ปัญหาน้ำท่วมได้ มีการบิดเบือนผลประโยชน์ทับซ้อน ทุจริตผิดขั้นตอน เอื้อประโยชน์แก่กลุ่มทุนก่อสร้าง ในแวดวงนักการเมือง และข้าราชการ ซึ่งถูกกำหนดโดยคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (กบอ.)
ปราโมทย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา วสท.และผู้รู้ได้ท้วงติงตลอด แต่ กบอ.ไม่เคยรับฟัง และจากที่ติดตามเห็นว่า โครงการลงทุนน้ำทั้ง 10 โมดูล เอาไว้ไม่ได้เลย
“เกือบทั้งหมดในโครงการลงทุนน้ำลัดขั้นตอน บางโครงการไม่มีการศึกษาผลกระทบอะไรเลย มีผลประโยชน์ทับซ้อนและกระทบต่อประชาชนหลายล้านคน จึงควรตั้งคณะทำงานมาติดตามและดูแลทั้งหมดก่อนส่งให้รัฐบาลใหม่ดูแลและดำเนินการ”
ปราโมทย์ยกตัวอย่างให้เห็นว่า โครงการขนาดใหญ่เช่นฟลัดเวย์ฝั่งตะวันตก ไม่มีการศึกษาที่ถูกต้อง มีเพียงผลการศึกษาเบื้องต้นของกรมชลประทาน แต่อยู่ๆจะให้บริษัทเอกชนทำ ศึกษาสิ่งแวดล้อมเอง จัดหาที่ดินเอง จะเอาประชาชนไปอยู่ที่ไหน โครงการแก้มลิง 2 ล้านไร่ เอาความคิดมาจากไหน การสร้างเขื่อน 18 เขื่อน จำเป็นต้องทำหมดหรือไม่ บางเขื่อนที่เร่งจะเอากันให้ โดยไม่มีการศึกษาให้ครบทุกขั้นตอน สิ่งเหล่านี้ฝ่ายการเมืองคิดจะเอาเงิน โดยไม่คำนึงหลักวิชาการ
นอกจากนี้ คสช.ควรมีการตรวจสอบว่าเงินกว่า 1.2 แสนล้านบาท ที่ใช้ไปนั้น มีการใช้ในโครงการอะไรอย่างไร เพราะยังไม่มีรายงานการใช้เงินกู้เพื่อลงทุนน้ำออกมาให้ประชาชนรับทราบ
สำหรับการป้องกันอุทกภัยในฤดูฝนที่กำลังจะมาถึง ปราโมทย์ กล่าวว่า คสช.ควรมาดูแผนระยะสั้นว่า จะทำอย่างไร ซึ่งแนวโน้มปีนี้จะมีโอกาสเกิดได้น้อย แต่สำหรับกรุงเทพฯใน 12 ปีที่ผ่านมา มาตรการเหล่านี้หยุดชะงักหมด เพราะมี กบอ.ดูแลจึงต้องมาดูให้หมด
อย่างไรก็ตาม ปราโมทย์ยอมรับว่า บางโครงการใน 10 โมดูล มีประโยชน์ เช่น โครงการอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กใน 18 แห่ง ที่กระจายในหลายจุดก็จำเป็นและยืนยันว่า การยกเลิกโครงการลงทุนน้ำจะไม่กระทบสัญญาที่ทำร่วมกับบริษัท เค วอร์เตอร์ จากเกาหลีใต้และบริษัทของจีน เพราะยังไม่มีการลงนามในสัญญาว่าจ้างแต่อย่างใด
ขณะที่ บัญชา ขวัญยืน ประธานคณะอนุกรรมการวิศวกรรมแหล่งน้ำ วสท. กล่าวว่า พล.ร.ต.อนุพงศ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา เป็นผู้มารับหนังสือ และแจ้งให้ทราบว่า คสช.ได้ถอดเรื่องการพัฒนาแหล่งน้ำออกจากแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ และอาจจะมีการแยกเรื่องนี้มาดูแลเฉพาะ แต่ที่การตัดสินใจของ คสช.
ด้าน ชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้เตรียมแผนล้างท่องบประมาณ 2557 เสนอ คชส.ในวันที่ 6 มิ.ย.นี้ ซึ่งพบว่าสามารถเบิกจ่ายได้ตามปฏิทิน เพราะกำลังเข้าสู่ฤดูเพาะปลูกที่จะเริ่มใช้เงิน แต่จะเหลืองบเพียง 3,000 ล้านบาทเศษ ที่จะใช้ไม่ทัน ในจำนวนนี้ เป็นงบของกรมชลประทาน 1,000 ล้านบาทเศษและกรมอื่นๆจึงขอปรับไปใช้ตามนโยบายของ คสช. โดยจัดทำโมบายยูนิคเกษตรเคลื่อนที่ในการให้ความรู้เกษตรกรในฤดูเพาะปลูก
ขณะที่บางส่วนจำให้กรมชลฯ นำไปใช้ในการขุดลอกคูคลอง ขณะที่กรมพัฒนาที่ดินเหลืองบ 20 ล้านบาทจะใช้ในการทำบ่อน้ำขนาด 10 ล้านบาท 1 บ่อ ที่จังหวัดข่อนแก่น และแหล่งน้ำในไร่นาอีก 5 แห่ง
นอกจากนั้นจะเสนอเรื่องขอขยายเวลาโครงการแทรกแซงราคายางพาราออกไปจนถึงสิ้นปี 2557 เพื่อจะได้มีงบไปเป็นค่าเช่าโกดังยางเดือนละ 20 ล้านบาท
นอกจากนั้น กรมชลฯจะเสนอของบกลาง 2,000 ล้านบาท เพื่อนำใช้ในแผนป้องกันและบรรเทาอุทกภัยในฤดูฝน ใช้ซ่อมแซมประตูระบายน้ำ คันกั้นน้ำ







