
ยุบกองทุนนามัน
ผู้ตรวจการฯชงคสช.ปลดล็อกพบเป็นคำสั่งไม่ชอบด้วยกฎหมายเปิดช่องผู้ค้าผลักภาระให้ประชาชน
ผู้ตรวจการฯชงคสช.ปลดล็อกพบเป็นคำสั่งไม่ชอบด้วยกฎหมายเปิดช่องผู้ค้าผลักภาระให้ประชาชน
เสนอ คสช.ยกเลิกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เหตุตั้งขึ้นอย่างผิดกฎหมาย
นางผาณิต นิติทัณฑ์ประภาศ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ทำหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้ยกเลิกคำสั่งนายกรัฐมนตรี เรื่องการจัดตั้งกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง หรือแก้ไขให้ถูกต้องตามกฎหมายเพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงอย่างเป็นธรรม หาก คสช.ไม่ดำเนินการจะส่งให้ศาลปกครองพิจารณา
ประธานผู้ตรวจการฯ ชี้แจงว่า มีผู้ร้องเรียนมาตั้งแต่เดือน เม.ย. 2556 ขอให้พิจารณาสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีรัฐเรียกเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ รวมเข้ากับราคาขายปลีกน้ำมัน ทำให้ผู้บริโภคต้องจ่ายค่าน้ำมันสูงกว่าปกติ
นางผาณิต ระบุว่า จากการตรวจสอบพบว่าการจัดตั้งกองทุนน้ำมันฯ ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย ไม่สอดคล้องกับพ.ร.บ.เงินคงคลัง ทำให้ผู้ค้าน้ำมันก๊าซเชื้อเพลิงผลักภาระเงินนำส่งเข้ากองทุนไปยังผู้บริโภค
นอกจากนี้ การเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ มีลักษณะเป็นรายได้ของรัฐ ที่รัฐบาลบังคับเก็บจากผู้บริโภค เป็นการดำเนินการโดยไม่มีกฎหมายรองรับ และการเก็บเงินจากประชาชน รัฐจะต้องใช้อำนาจระดับพระราชบัญญัติ
ขณะที่คำสั่งดังกล่าวอ้างอำนาจตามมาตรา 3 พ.ร.ก.แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง แต่ไม่มีบทบัญญัติใดที่ให้อำนาจในเรื่องนี้ไว้ การมีคำสั่งนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้จึงเป็นการออกคำสั่งที่มีเนื้อหาเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด
“เมื่อการจัดตั้งกองทุนน้ำมันฯ ไม่มีกฎหมายรองรับ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย การเรียกเก็บเงินและการใช้จ่ายเงินกองทุนน้ำมันฯ ตามคำสั่งนายกฯ โดยไม่นำส่งคลังก่อน จึงไม่ชอบด้วย พ.ร.บ.เงินคงคลัง และ พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ จึงเห็นควรที่ คสช.พิจารณายกเลิกคำสั่งดังกล่าว” นางผาณิต ระบุ
ปัจจุบันกองทุนน้ำมันฯ เก็บเงินเข้ากองทุนดังนี้ เบนซิน 95 จัดเก็บ 10 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 95 เก็บ 3.30 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 เก็บ 1.20 บาท/ลิตร ดีเซล 0.25 บาท/ลิตร ขณะที่แก๊สโซฮอล์ อี20 ต้องใช้เงินกองทุนน้ำมันฯ ไปอุดหนุนลิตรละ 1.05 บาท แก๊สโซฮอล์ อี85 ใช้เงินอุดหนุน 11.60 บาท/ลิตร
ด้านนายมนูญ ศิริวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยหากจะต้องยกเลิกกองทุนน้ำมันฯแบบถาวร เพราะควรจะมีไว้เพื่อรักษาเสถียรภาพของราคาน้ำมันต่อไป ซึ่งในประเด็นที่ขัดกฏหมายก็ควรจะมีการแก้ไขให้เหมาะสมมากกว่า เนื่องจากการยกเลิกทันที จะมีทั้งข้อดีข้อเสีย โดยเฉพาะโครงสร้างราคาน้ำมันจะเปลี่ยนแปลง จากเดิมที่น้ำมันแต่ละลิตจะถูกเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ หากยกเลิกกองทุนน้ำมันฯ ราคาน้ำมันเบนซิน 95 แก๊สโซฮอล์ 95 และแก๊สโซฮอล์ 91 จะถูกลงทันที แต่ราคาแก๊สโซฮอล์อี 20 และแก๊สโซฮอล์อี 85 จะแพงขึ้น ท้ายสุดนโยบายที่ส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนจะไม่เกิดขึ้น คนจะหันไปใช้เบนซิน 95 หมด เพราะมีราคาถูกกว่า
นอกจากนี้ จะทำให้ราคาก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี) แพงขึ้นทันที เพราะเดิมต้องใช้เงินกองทุนน้ำมันฯไปอุดหนุนราคาหน้าโรงแยกก๊าซฯเพื่อให้คงอยู่ที่ 330 เหรียญสหรัฐ/ตัน ในขณะที่ราคาตลาดโลกอยู่ที่ 700800 เหรียญสหรัฐ/ตัน บางช่วงมากถึง 1,000 เหรียญสหรัฐ/ตัน ขณะที่ นำเข้าแอลพีจีในแต่ละเดือนก็ใช้เงินกองทุนน้ำมันฯมาจ่ายชดเชยการนำเข้า
อย่างไรก็ตาม หากเห็นว่าการจัดตั้งกองทุนน้ำมัฯฯขัดกฏหมายจริงก็ควรแก้ไขให้ถูกต้อง ซึ่งต้องยอมรับว่า ปัจจุบันการใช้เงินกองทุนน้ำมันฯในบางเรื่องก็ไม่ถูกต้อง เช่นการอุ้มราคาแอลพีจีหรือการจ่ายนำเข้าแอลพีจี เพราะวัตถุประสงค์ของกองทุนน้ำมันฯเพื่อดูแลราคาน้ำมัน ไม่ใช่ไปทำอย่างอื่น แต่ในหลักการควรต้องมีกองทุนน้ำมันฯไว้ แต่อาจลดอัตราเงินนำส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯให้เหมาะสม น่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่า







