
รฟท.แจงซ่อมปัดน้ำฝนรถไฟแล้วหลังคลิบสนั่นออนไลน์
ฝ่ายช่างรถไฟเผยซ่อมระบบปัดน้ำฝนรถไฟแล้ว หลังคลิปถูกแชร์สนั่นออนไลน์ ขณะที่พนักงานโพสต์คลิปเจอตักเตือน
ฝ่ายช่างรถไฟเผยซ่อมระบบปัดน้ำฝนรถไฟแล้ว หลังคลิปถูกแชร์สนั่นออนไลน์ ขณะที่พนักงานโพสต์คลิปเจอตักเตือน
นายเชิดสกุล บัวขาว รักษาการสารวัตรงานซ่อมบำรุงรถจักรดีเซลบางซื่อ3 การรถไฟแห่งประเทศ(ร.ฟ.ท.) เปิดเผยถึงกรณีที่มีคลิปที่ใช้ชื่อว่า “การรถไฟไม่เคยเปลี่ยนแปลง” ผ่านโซเซียลเน็ตเวิร์ก ว่า ขณะนี้ได้ซ่อมระบบปัดน้ำฝนหัวรถจักรขบวน 4409 ยี่ห้ออัสตรอมเสร็จเรียบร้อยแล้ว และรับประกันว่าเรื่องนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารแต่อย่างใด
พร้อมกันนี้ ได้อธิบายกระบวนการทำงานของระบบปัดน้ำฝนว่า ระบบปัดน้ำฝนหัวรถจักรคันดังกล่าวเป็นแบบเก่า คือใช้ที่ปั๊มลม เมื่อฝนตกระบบออโต้เมติกจะทำงาน แต่หากระบบหลักไม่ทำงาน จะใช้ระบบสำรองโดยใช้มือโยกที่ปัดน้ำฝนแทนดังเช่นในคลิป ซึ่งขอย้ำว่า ระบบใช้มือโยกนั้นใช้เฉพาะเวลาระบบออโต้เมติกไม่ทำงานเท่านั้น
“ก่อนปล่อยหัวรถจักรไปใช้งานทางฝ่ายช่างจะต้องเช็คระบบหลัก 7 จุด เช่น ระบบห้ามล้อ ไฟส่องหน้า ประตูเปิด-ปิดห้องเครื่องและห้องขับ และระบบสำรอง 3 จุด เช่น ระบบ Dead man หรือระบบเตือน เพื่อป้องกันพนักงานขับรถไฟหลับ เครื่องปัดน้ำฝน เป็นต้น ซึ่งคล้ายกับอู่ซ่อมรถยนต์ อีกทั้งเรายังมีผู้เซ็นรับรองก่อนนำหัวรถจักรไปใช้ด้วย ซึ่งจากการตรวจสอบทราบว่าระบบที่ปัดน้ำฝนของหัวรถจักรชำรุดระหว่างการเดินทาง พนักงานขับรถจึงต้องใช้ระบบสำรองแทน”นายเชิดสกุล กล่าว
นายเชิดสกุล กล่าวว่า หัวรถจักรทุกคันจะมีการซ่อมบำรุงประจำเที่ยววิ่ง และซ่อมตามระยะทาง ระยะเวลา เช่น 1 เดือน 3 เดือน 6 เดือน 1 ปี และ 3 ปี ตามลำดับ ขณะเดียวกันในการปฏิบัติงานของพนักงานขับรถไฟจะมีสมุดบันทึกเพื่อแจ้งให้ฝ่ายช่างรับทราบด้วยว่า เวลาปฏิบัติงานมีอุปกรณ์ตัวใดขัดข้องหรือชำรุด เพื่อให้ฝ่ายช่างซ่อมบำรุงรับทราบ ซึ่งขณะนี้มีหัวรถจักรที่ให้บริการวันละ 140-160 คันจากจำนวนหัวรถจักรที่ใช้งานได้ประมาณ 202 คัน เนื่องจากหัวรถจักรส่วนที่ไม่ได้ใช้งานจะต้องได้รับการซ่อมบำรุงอย่างสม่ำเสมอ
นายปลื้ม เพชรทองเกลี้ยง หัวหน้ากองเทคนิค ศูนย์ลากเลื่อน ร.ฟ.ท. กล่าวว่า ในส่วนของพนักงานรถไฟที่ปล่อยคลิปนั้น ได้มีการสอบสวนถึงเจตนาที่กระทำไปแล้ว พบว่าเป็นความผิดที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ จึงได้ว่ากล่าวตักเตือนไปแล้ว พร้อมกันนี้ได้แจ้งให้หัวหน้าศูนย์ฯ ทั้ง 12 แห่งทั่วประเทศ รับทราบและแจ้งพนักงานเพื่อป้องปรามการกระทำที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย โดยมีบทลงโทษจากขั้นต่ำไปถึงโทษสูงสุด คือ ไล่ออก







