
อย่าฝืนทำเรื่องที่ไม่ถนัด
ผมได้ยินหลายคนพูดชม คสช.ว่าขยันขันแข็ง ภายในเวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์หลังเกิดรัฐประหาร มีผลงานด้านบวกมากกว่าที่รัฐบาลเพื่อไทยทำมาเกือบ 3 ปี
ผมได้ยินหลายคนพูดชม คสช.ว่าขยันขันแข็ง ภายในเวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์หลังเกิดรัฐประหาร มีผลงานด้านบวกมากกว่าที่รัฐบาลเพื่อไทยทำมาเกือบ 3 ปี
สำหรับผลงานด้านลบไม่ต้องพูดถึง ของ คสช.ยังไม่ปรากฏ ส่วนของรัฐบาลเพื่อไทยมีมากมายจนกรรมการให้คะแนนแทบไม่ทัน
คนพูดมอง คสช.ด้วยความชื่นชม สำหรับตัวผมต้องยอมรับว่ามีความเป็นห่วงปะปนอยู่ในความรู้สึกค่อนข้างมาก ไม่ได้กลัวว่างานจะไม่สำเร็จหรือเสร็จช้านะครับ เพราะอย่างน้อยก็คงได้คะแนนความพยายาม
ที่เป็นห่วง คือ เมื่อพยายามทำหลายๆ อย่างพร้อมกัน ก็จะหลีกเลี่ยงความผิดพลาดไม่ได้ ซึ่งฝ่ายตรงข้ามก็จะนำไปขยายผล และบางเรื่องก็จะกลายเป็นจุดด่างที่แก้ไม่ตกในภายหลัง ส่งผลให้เรื่องดีๆ พลอยมัวหมองไปด้วย
คงต้องยอมรับกันว่า ในบางเรื่องทหารมีความรู้และประสบการณ์จำกัด ในขณะเดียวกันก็จะมีคนอ้างตัวเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ อาสาเข้ามาช่วย บ้างก็ด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ บ้างต้องการเกาะกระแส บ้างต้องการสร้างภาพ บ้างเพื่อการฟอกตัว และที่หนีไม่พ้นคือเพื่อแสวงหาผลประโยชน์
คนเหล่านี้จะเสนอแนวคิด นโยบาย และโครงการต่างๆ มากมาย ซึ่งหากผู้มีอำนาจไม่เข้าใจผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นอย่างถ่องแท้ แต่ตัดสินใจลงไปเพียงเพราะเชื่อถือเหตุผลที่แนบมากับข้อเสนอ ก็อาจกลายเป็นเรื่องขาดความรอบคอบอย่างไม่น่าอภัยในภายหลัง
ผมอยากแนะนำให้ คสช.เน้นเฉพาะภารกิจหลักเพียง 2 เรื่อง ดังนี้
เรื่องแรก ความมั่นคงของชาติและความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง เรื่องนี้เชื่อว่าทหารรู้ซึ้งอยู่แล้วว่ามีองค์ประกอบอะไร และต้องทำอย่างไรบ้าง เพียงแต่ผมขอย้ำว่าต้องจัดการให้เด็ดขาดโดยไม่มีข้อยกเว้น แต่ทั้งนี้ต้องไม่ให้มีการเสียชีวิตและเลือดเนื้อ เพราะอาจทำให้ยิ่งบานปลายและจบไม่ลง
ที่อยากเห็น คือ การกวาดต้อนพวกก่อกวนและพวกหมิ่นเบื้องสูงขึ้นศาลทหาร และจับขังคุกเป็นเวลาหลายๆ วัน จะได้เข็ดหลาบบ้างประการหนึ่ง และแพงขึ้นสำหรับผู้จ้างวานอีกประการหนึ่ง
โทษสำหรับผู้ที่ถูกจับซ้ำควรสูงขึ้นเป็นทวีคูณ
เมื่อบ้านเมืองเกิดความสงบ สถานการณ์ด้านอื่นๆ ก็จะดีขึ้นเป็นเงาตามตัวโดยอัตโนมัติ
เรื่องที่สอง ทุจริตคอร์รัปชั่นเป็นเรื่องที่ปรองดองไม่ได้ และต้องมีความเด็ดขาดไม่แพ้กัน เป็นเรื่องที่นอกจากจะได้ใจประชาชนอย่างแน่นอนแล้ว ยังจะทำให้ต่างประเทศเข้าใจเรามากขึ้น ว่าเหตุใดจึงต้องโค่นอำนาจรัฐ ทั้งๆ ที่อำนาจนั้นมาจากการเลือกตั้ง
ด่วนที่สุด คือ เรื่องทุจริตจำนำข้าว คสช.ควรขอความร่วมมือจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้จัดอันดับความสำคัญของเรื่องนี้ไว้หัวแถว เพื่อเร่งรัดกระบวนการยุติธรรมให้คืบหน้าโดยเร็ว
ไม่ต้องห่วงว่าจะถูกร้องเรียนว่าเลือกปฏิบัติ เพราะเป็นเรื่องใหญ่ที่มีผลต่อความมั่นคงของประเทศ มีความเสียหายนับแสนล้านบาท และเกี่ยวพันไปถึงคนที่มีตำแหน่งสูงสุดในฝ่ายบริหาร
นอกจากนี้ คสช.ควรมีระบบกลั่นกรองไม่ให้คนที่แปดเปื้อนคอร์รัปชั่น หรือคนที่ร่ำรวยขึ้นมาโดยไม่มีเหตุผลเพียงพอ เข้ามาห้อมล้อมเกาะกระแส
เรื่องแบบนี้สามารถทำได้เงียบๆ โดยไม่ต้องประจานกัน แต่ลึกๆ สังคมจะรับรู้ และเกิดความอุ่นใจว่าการทำรัฐประหารไม่ใช่เพียงเพื่อเปิดโอกาสให้มีเหลือบฝูงใหม่มาแทนที่ฝูงเดิม
ผมขอยืนยันว่า นอกจากชำระหนี้ให้ชาวนาและจัดหนักใน 2 เรื่องข้างต้น เรื่องอื่นๆ ยังไม่จำเป็นและไม่ควรทำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องใหญ่ๆ ที่ต้องใช้งบประมาณมาก หรือเรื่องที่ในหมู่นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้วยกันเองก็ยังมีความคิดเห็นไม่ตรงกัน
ขอยกตัวอย่างบางเรื่องที่กำลังเป็นข่าวอยู่ในขณะนี้ ดังนี้
หนึ่ง เรื่องกระตุ้นเศรษฐกิจ มีการหยิบยกเอาโครงการลงทุนของรัฐบาลเก่ามาทบทวน นอกจากนี้ยังมีเรื่องล้างหนี้นอกระบบ สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ การค้าชายแดน และอื่นๆ เหตุผลก็เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ซบเซาให้เติบโตเร็วขึ้น
ขอแนะนำว่าเรื่องแบบนี้ไม่ควรถือเป็นภารกิจของ คสช. ถ้าจะทำก็ให้ทำเพียงเพื่อผลในการประชาสัมพันธ์และทางจิตวิทยาเท่านั้น อย่าเสี่ยงทำไปแล้วเกิดข้อครหาในภายหลัง
ผมขอยืนยันว่า เพียง คสช.ทำให้บ้านเมืองสงบสุขได้ เศรษฐกิจก็จะฟื้นจากไข้เอง
ปล่อยให้แรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจอยู่ในมือภาคเอกชนดีกว่าครับ สำหรับการลงทุนและการใช้จ่ายในภาครัฐนอกเหนือจากงบประมาณปกติ ควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งในอนาคต
สอง เรื่องล้างบางรัฐวิสาหกิจ มีการพูดกันมากว่านายใหญ่แต่งตั้งพวกพ้องและคนใกล้ชิดเข้าไปฝังตัวในคณะกรรมการของรัฐวิสาหกิจต่างๆ เป็นจำนวนมาก เพื่อตอบแทนให้คนเหล่านี้มีตำแหน่งและรายได้ประการหนึ่ง และเพื่อผลักดันโครงการของตัวเองและพวกพ้องอีกประการหนึ่ง
แต่การจะกำจัดคนเหล่านี้ให้หมดสิ้นไปในทันที ไม่ง่ายเหมือนการโยกย้ายข้าราชการ เพราะมีกฎหมายฉบับอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องให้ความคุ้มครองคนเหล่านี้อยู่ หากเขาไม่สมัครใจลาออกเอง การจะไปปลดหรือไปย้ายไม่ใช่เรื่องที่ทำได้โดยสะดวก
ผมคิดว่าต้องทำใจ รอเวลาให้ครบวาระแล้วจึงแต่งตั้งคนใหม่ให้เข้าไปทำหน้าที่แทน ในระหว่างนี้หากบังเอิญมีใครลาออกหรือมีตำแหน่งว่างลง ก็เพียงส่งคนที่เชี่ยวชาญในการตรวจสอบเข้าไปทำหน้าที่ช่วยปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติ
สาม นโยบายพลังงาน มีการร่ำลือกันอย่างกว้างขวางว่า สาเหตุที่คนไทยใช้น้ำมันแพง เป็นเพราะ ปตท.กอบโกยเอาไปส่งส่วยให้กลุ่มการเมืองที่อยู่เบื้องหลัง หากล้างบาง ปตท.ได้สำเร็จ ประชาชนคนไทยจะได้ใช้น้ำมันในราคาถูกลง
มีการยกตัวอย่างเปรียบเทียบราคาน้ำมันในบ้านเรากับราคาในประเทศเพื่อนบ้านบางประเทศ
ผมขอยืนยันกับท่านผู้อ่านว่า การสื่อความข้างต้นทำให้สังคมเกิดการเข้าใจผิด ถึงเราจะยึด ปตท.กลับคืนมาได้ ราคาน้ำมันก็คงลดลงได้ไม่มาก เว้นเสียแต่รัฐบาลจะยอมปรับเปลี่ยนโครงสร้างรายได้ในส่วนที่เกี่ยวกับน้ำมันลง
เห็นไหมครับว่าเรื่องราคาน้ำมันอาจจะไม่ง่ายอย่างที่คิด จึงเป็นเรื่องที่ คสช.ไม่ควรวู่วามเข้าไปตัดสิน
ก่อนจบ ขอพูดเรื่องปฏิรูปการเมือง ผมเป็นคนหนึ่งที่ไม่รู้สึกแปลกใจที่สหรัฐกับยุโรปเขาไม่เห็นด้วยกับโรดแมปการปฏิรูปของเราที่ต้องใช้เวลาปีกว่าก่อนจะเลือกตั้ง
เป็นธรรมดาที่เขาต้องสรุปว่า คสช.ดึงเกมเพื่อให้ตัวเองมีเวลาอยู่ในอำนาจนานขึ้น
ผมอยากเสนอแนวทางเลือกให้พิจารณา เผื่อจะตอบโจทย์ทั้งของ คสช.เอง และของรัฐบาลต่างประเทศด้วย
ผมเสนอให้แยกอำนาจบริหารกับอำนาจนิติบัญญัติ โดยการเลือกนายกรัฐมนตรีโดยตรง และให้เดินหน้ากำหนดวันเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีใน 36 เดือนข้างหน้า
หากการลงคะแนนรอบแรกไม่มีผู้สมัครคนใดได้เกิน 50% ก็ต้องมีรอบสองระหว่างผู้ได้คะแนนสูงสุด 2 คนแรก
สำหรับการเลือกตั้งสภานิติบัญญัติ ให้ยืนยันนั่งยันว่าจะทำเมื่อปฏิรูปการเมืองเสร็จ และเมื่อศาลตัดสินคดีทุจริตจำนำข้าวแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้คนโกงมีโอกาสฟอกตัวในสนามเลือกตั้ง
ส่วน คสช.ก็จะสลายตัวเมื่อประเทศชาติมีครบทั้งฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายตุลาการ







