posttoday
การท่องเที่ยวไทยจะเน้นนักท่องเที่ยวต่างชาติเชิงปริมาณหรือคุณภาพ?

การท่องเที่ยวไทยจะเน้นนักท่องเที่ยวต่างชาติเชิงปริมาณหรือคุณภาพ?

04 มิถุนายน 2557

ตลอดเวลาที่ผ่านมานั้น ตัวชี้วัดความสำเร็จที่สำคัญอันดับต้นๆ ของธุรกิจการท่องเที่ยวไทย คือ ปริมาณตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาหาความสุข ความสำราญในราชอาณาจักรไทยของเราที่มีอัตราเติบโตขึ้นทุกปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหน่วยงานภาคราชการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวนั้น นอกจากจะใช้วัดผลลัพธ์ของความสำเร็จดังกล่าวแล้ว ยังใช้ตัวเลขดังกล่าวเป็นฐานการคำนวณในการพิจารณาจัดทำงบประมาณค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่จะขออนุมัติจากรัฐบาลในปีต่อๆ ไปอีกด้วย ซึ่งงบประมาณที่ว่านี้ ส่วนใหญ่มักจะต้องเพิ่มขึ้นในทุกๆ ปี เสมือนหนึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติในแวดวงราชการไทย

ตลอดเวลาที่ผ่านมานั้น ตัวชี้วัดความสำเร็จที่สำคัญอันดับต้นๆ ของธุรกิจการท่องเที่ยวไทย คือ ปริมาณตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาหาความสุข ความสำราญในราชอาณาจักรไทยของเราที่มีอัตราเติบโตขึ้นทุกปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหน่วยงานภาคราชการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวนั้น นอกจากจะใช้วัดผลลัพธ์ของความสำเร็จดังกล่าวแล้ว ยังใช้ตัวเลขดังกล่าวเป็นฐานการคำนวณในการพิจารณาจัดทำงบประมาณค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่จะขออนุมัติจากรัฐบาลในปีต่อๆ ไปอีกด้วย ซึ่งงบประมาณที่ว่านี้ ส่วนใหญ่มักจะต้องเพิ่มขึ้นในทุกๆ ปี เสมือนหนึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติในแวดวงราชการไทย

ผมเคยได้ยินได้ฟังมาตลอดเวลาหลายต่อหลายปีที่ผ่านมาว่า ตัวเลขของปริมาณนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยนั้นจะตกต่ำไม่ได้ ซึ่งจะด้วยสาเหตุใดนั้น ผมเองก็ไม่อาจทราบได้ชัดในข้อเท็จจริง แต่เท่าที่สังเกตเห็นจากสถิติตัวเลขที่ผ่านมา แม้กระทั่งในบางปีที่มีเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมือง เช่น การรัฐประหาร การปิดสนามบิน การจลาจล หรือน้ำท่วมเกิดขึ้นในบ้านเราก็ตาม ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติก็ยังขยับเพิ่มขึ้นอยู่เสมอมา

ว่ากันว่า ในบางครั้งนั้นเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องถึงกับจะต้องนับผู้คนจากประเทศเพื่อนบ้านที่ผ่านเข้าออกตามชายแดนในแต่ละวันเข้ามารวมกับจำนวนนักท่องเที่ยว เพื่อประคองไม่ให้ตัวเลขตกต่ำมากเกินไป ทั้งนี้เพื่อไม่ให้ขัดใจผู้บริหารระดับสูงที่ดูแลการท่องเที่ยวของไทยอยู่ในยุคนั้น

ลองดูตัวอย่างสักนิดก็ได้ครับ ในปี 2549 ตัวเลขนักท่องเที่ยวจาก สปป.ลาว เข้ามาเที่ยวไทยมี 282,239 คน แต่ในปี 2550 เวลาผ่านไปแค่ปีเดียว ตัวเลขเพิ่มขึ้นเป็น 521,062 คน เรียกว่าเพิ่มกันในระดับถึง 84% กันทีเดียว และจากปีนั้นเป็นต้นมาตราบจนถึงปี 2556 นักท่องเที่ยวจาก สปป ลาว ที่เข้ามาเที่ยวประเทศไทยขยับเข้าไปเกือบถึง 1 ล้านคน/ปีแล้วครับ ตัวเลขน่าสนใจมาก เพราะอัตราการเติบโตของนักท่องเที่ยวจากประเทศนี้ หากคิดเป็นเปอร์เซ็นต์เป็นรองแค่จีนกับรัสเซียแค่นั้นเอง ทั้งๆ ที่ สปป.ลาวเองนั้นมีพลเมืองในปัจจุบันประมาณแค่ 7 ล้านคนเท่านั้นเอง

เอาอีกประเทศก็ได้ครับ เพื่อนบ้านที่น่ารักของเราเอง ที่มีชายแดนติดต่อกัน กัมพูชา ในปี 2552 มีตัวเลขนักท่องเที่ยวเข้ามาไทย 96,586 คน แต่ในปี 2553 ขยับขึ้นมาเป็น 146,274 คน ต่อมาในปี 2554 ขึ้นมาเป็น 265,903 คนครับ อัตราการเติบโตของนักท่องเที่ยวจากกัมพูชาไม่ได้น้อยหน้า สปป. ลาวเลยครับ ในปี 2556 ที่ผ่านมา มีถึง 481,595 คนทีเดียว

ส่วนค่าอาหาร ค่าที่พักในประเทศไทย หากจะต้องจ่ายกันในประเทศไทย ก็จะต่อรองกันในแบบถูกแสนถูก โดยใช้ปริมาณนักท่องเที่ยวเป็นตัวสร้างแรงจูงใจในการเจรจา อย่างเช่นอาหารกลางวันหรือเย็นในอัตราไม่เกินหัวละ 200 บาท เป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอดีตที่ผ่านมาด้วยแล้ว เราต่างก็เคยได้ยินได้ฟังเรื่องทัวร์ 0 เหรียญอันลือลั่นของบริษัทท่องเที่ยวจากจีน อันนั้นยิ่งหนักเข้าไปใหญ่ครับ เพราะนักท่องเที่ยวจีนจะมาแต่ตัวกับเงินติดกระเป๋าเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัวเท่านั้นเอง ส่วนค่าทัวร์ ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าอาหาร ชำระไปแล้วก่อนออกเดินทางที่ต้นทางในประเทศจีน และเงินเหล่านี้ก็มิได้ส่งมาที่เมืองไทยแต่อย่างใดทั้งสิ้น หากแต่ว่าเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ประกอบการท่องเที่ยวในประเทศไทยเอง แต่ยังนับว่าโชคดีที่มีการใช้นโยบายใหม่ของรัฐบาลจีนเมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ทำให้การทำทัวร์ 0 เหรียญจากจีนเข้าไทยลดลงไปมากทีเดียว

แต่ในปัจจุบันผมไม่ทราบว่าเม็ดเงินจากอีกหลายประเทศที่มีนักท่องเที่ยวเชิงปริมาณนั้นผ่านเข้ามาในเมืองไทยหรือไม่ หรือจะมาพิมพ์เดียวกับแบบทัวร์ 0 เหรียญของจีน เพราะทราบมาว่านอกจากมีการตั้งบริษัททัวร์แล้ว ยังได้มีการซื้อโรงแรม การลงทุนทำร้านอาหารและสถานบันเทิงจากกลุ่มนายทุนหลายประเทศ เพื่อตอบสนองลูกค้าของพวกเขาเอง เช่น รัสเซีย เกาหลี อินเดีย ฯลฯ ในแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพฯ พัทยา ภูเก็ต เป็นต้น

ผมอยากจะให้ภาครัฐบาลไทยลองเข้ามาศึกษาผลกระทบ หาข้อดี ข้อเสียของการมีนักท่องเที่ยวเชิงปริมาณที่เข้ามาในประเทศไทยของเรา เพื่อนำมาต่อยอดกับแผนพัฒนาการท่องเที่ยวของไทยให้มีความคุ้มค่าของต้นทุนเวลา ทั้งในด้านรายได้ ภาพลักษณ์ของประเทศ การอนุรักษ์สืบทอดวัฒนธรรมประเพณีของไทย การดูแลซ่อมแซมสถานที่ท่องเที่ยว รวมถึงการคงไว้ของวิถีชีวิตชาวไทยในแต่ละพื้นที่ และอัตรารายได้ที่เหมาะสมของสถานที่พัก โรงแรม บริษัทตัวแทนนำเที่ยว บริษัทรถเช่า สายการบิน ร้านขายของที่ระลึก ตลอดจนบุคลากรในธุรกิจท่องเที่ยว เช่น มัคคุเทศก์ เป็นต้น

นอกจากนี้แล้วนะครับ ทัศนคติของนักท่องเที่ยวเชิงปริมาณเหล่านี้ ยังมองว่าประเทศไทยของเราเป็นแหล่งท่องเที่ยวราคาถูก เป็นแหล่งปลดปล่อยทางอารมณ์และสัญชาตญาณดิบของพวกเขาอย่างดียิ่ง แค่มีเงินอย่างเดียวก็พอเพียงที่จะแสวงหาความสุขทั้งถูกหรือผิดกฎหมาย ผิดศีลธรรม รวมถึงการได้รับการต้อนรับอย่างดีเยี่ยมจากทุกฝ่ายที่อำนาจเงินของเขาเข้าไปถึง ขณะที่ในบางพื้นที่กลายเป็นแหล่งที่ซ่องสุมผู้มีอิทธิพล บารมีและอำนาจครอบคลุมไปถึง การผูกขาดการดำเนินธุรกิจของนายทุนทั้งไทยและต่างชาติอีกด้วย

หากจะถามว่า หากเราไม่ประสงค์ที่จะมีนักท่องเที่ยวเชิงปริมาณแล้ว เราจะทำได้หรือกับการที่จะให้มีนักท่องเที่ยวเชิงคุณภาพเข้ามาแทนที่นักท่องเที่ยวเชิงปริมาณเหล่านี้ โดยไม่ให้มีผลกระทบกับรายได้ เศรษฐกิจ และจีดีพีของประเทศ คำตอบคือ ทำได้แน่นอนครับ แต่อาจจะต้องใช้เวลาพอสมควร เพราะความจริงแล้วธุรกิจหลักๆ ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เช่น โรงแรม 45 ดาวนั้น หากจะลองถามกันแบบตรงไปตรงมา ให้เลือกระหว่างลูกค้านักธุรกิจ นักท่องเที่ยวอิสระกับนักท่องเที่ยวเชิงปริมาณ ผมคิดว่าไม่น่าจะมีใครเลือกนักท่องเที่ยวเชิงปริมาณหรอกครับ

แต่ผมก็ยอมรับนะครับว่า เรื่องนี้ทำไม่ง่ายนักในปัจจุบัน เพราะเราเองได้ถลำลึกในการใช้นโยบายการค้าเสรี และปล่อยปละละเลยกฎข้อบังคับต่างๆ เป็นเหตุให้ภาคธุรกิจท่องเที่ยวเอกชนเติบโตอย่างไร้การควบคุม ผสมผสานกับการคอร์รัปชั่นทุจริตต่อหน้าที่ความรับผิดชอบทางกฎหมายของเจ้าหน้าที่ของรัฐ แต่ถ้าพวกเราทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน จะพร้อมใจกันปฏิรูปการท่องเที่ยวของไทย อนาคตการท่องเที่ยวไทยจะเติบโตอย่างมีเสถียรภาพอย่างยั่งยืน ผู้ประกอบการธุรกิจทุกแขนงจะมีแต่ความสุขในความสำเร็จของธุรกิจตนเองครับ ภาครัฐเองก็จะได้รับภาษีอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย

แต่หากยังต้องการนักท่องเที่ยวเชิงปริมาณแบบเดิมๆ นะครับ ผมแนะนำง่ายๆ เลย แค่เปิดฟรีวีซ่าให้นักท่องเที่ยวจีนเท่านั้นครับ รับรองจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศไทยปีละ 4050 ล้านคน นี่ถือเป็นเรื่องเล็กมากครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท