posttoday
แก้วิกฤติชาติ-อำนาจต้องสมดุล "รัฐ-ทุน-ประชาชน"

แก้วิกฤติชาติ-อำนาจต้องสมดุล "รัฐ-ทุน-ประชาชน"

04 มิถุนายน 2557

มีคำอธิบายถึงวิกฤตการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นมา อย่างนับครั้งไม่ถ้วนจากเวทีวงเสวนาเรื่อง “การปฏิรูปโครงสร้างอำนาจ”

โดย...เจษฎา จี้สละ

มีคำอธิบายถึงวิกฤตการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นมา อย่างนับครั้งไม่ถ้วนจากเวทีวงเสวนาเรื่อง “การปฏิรูปโครงสร้างอำนาจ” ซึ่งจัดขึ้นโดยมหาวิทยาลัยรังสิต เมื่อวันที่ 3 มิ.ย.ที่ผ่านมา

ทั้งหมดเกิดจากความสัมพันธ์เชิงอำนาจ

“ปัญหาของประเทศไทยเกิดจากความเหลื่อมล้ำในความสัมพันธ์เชิงอำนาจ เพราะรัฐไทยมีการรวมอำนาจสู่ศูนย์กลางชุมชนท้องถิ่นไม่สามารถเข้าถึงทรัพยากรต่างๆ ต้องคอยรับจากรัฐอย่างเดียว ส่งผลให้ภาครัฐมีอำนาจเหนือชุมชน นักการเมืองที่สร้างประโยชน์กับท้องถิ่น จึงกลายเป็นผู้มีสิทธิทางการเมือง นโยบายประชานิยมจึงมีบทบาทสำคัญในการเมืองไทย” พงศ์โพยม วาศภูติ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ชำแหละรากเหง้าปัญหาสังคมไทย

อดีตข้าราชการรายนี้เสนอว่า การแก้ไขความเหลื่อมล้ำของอำนาจจึงต้องเริ่มจากการกระจายอำนาจจากส่วนกลางสู่ท้องถิ่น โดยเฉพาะการให้อำนาจในการจัดการทรัพยากรท้องถิ่น รวมถึงการจัดสรรสวัสดิการและประกันสังคม ประชาชนควรมีโอกาสในการสร้างงาน รายได้ และบริหารพลเมืองท้องถิ่นด้วยตนเอง การอุดหนุนของรัฐไม่ควรถ่ายโอนสู่องค์กรท้องถิ่นเพียงอย่างเดียว แต่ควรกระจายไปสู่คนท้องถิ่นอย่างแท้จริง

“ผมจึงเสนอให้ลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจประชาชน อำนาจรัฐต้องไม่ใช่ลงไปกองที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ข้อเสนอนี้ไม่ใช่การรื้ออำนาจรัฐ แต่จะเป็นการลดอำนาจความเหลื่อมล้ำ ลดภาระปัญหา ทำให้ประชาชนเป็น พลเมืองที่เข้มแข็งนำไปสู่วิธีการที่แก้ไขได้อย่างแท้จริง” พงศ์โพยม กล่าวชัด

สอดคล้องกับความเห็นของนักวิชาการอย่าง ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ระบุว่า สอดคล้องกับณรงค์ อธิบายว่า ความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นมีที่มาจากความไม่เป็นธรรมในสังคม ไม่ว่าจะเป็นมิติของรายได้ สิทธิของประชาชน โอกาสในการเข้าถึงทรัพยากร อำนาจทางสังคม และ ศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์

ทางออกจากวิกฤตดังกล่าวต้องเริ่มจากการปฏิรูป โครงสร้างอำนาจ คือสร้างความสมดุลระหว่างอำนาจรัฐ ทุน และประชาชน โดยรัฐต้องแยกขาดจากทุน และทำให้อำนาจรัฐเป็นของคนทุกกลุ่ม ขณะที่ประชาชนควรมีบทบาทสำคัญในการต่อรองนโยบายต่างๆ ของรัฐ

นอกจากนี้ ต้องมีกลไกถ่วงดุลอำนาจโดยประชาชน ท้องถิ่นต้องมีอำนาจในการต่อรองกับภาคธุรกิจและรัฐมากขึ้น เพื่อให้หลุดออกจากการครอบงำของทั้งสองกลุ่มอำนาจ และต้องเปิดพื้นที่ให้ประชาชนร่วมกำหนดนโยบายผ่านคณะกรรมการนโยบายแห่งชาติ

“การสร้างอำนาจของประชาชนมาจาก 3 ส่วน คือ 1.เพิ่มอำนาจซื้อของประชาชนให้มีรายได้ มีกรรมสิทธิ์ เน้นที่การปฏิรูปที่ดิน ให้ทรัพยากรธรรมชาติเป็นของประชาชนทุกคน 2.อำนาจต่อรองต้องให้ผู้บริโภคคนงานมีอำนาจถ่วงดุลต่อรอง 3.อำนาจในการมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย การบริหารจัดการตัวเอง ต้องเพิ่ม 3 อำนาจนี้ให้ประชาชน” ณรงค์ ระบุ

บุญส่ง ชเลธร อาจารย์ประจำวิทยาลัยบริหารรัฐกิจและรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต แสดงความคิดเห็นว่า ควรปฏิรูประบบการเลือกตั้งอย่างเร่งด่วน เพราะเป็นต้นทางสำคัญของฝ่ายบริหาร ซึ่งทำหน้าที่จัดการอำนาจรัฐ โดยที่ผ่านมาฝ่ายบริหารถูกครอบงำจากทุน จึงไม่สามารถสร้างประโยชน์แก่ประชาชนอย่างแท้จริง

“การเลือกตั้งจึงควรเลือกรัฐมนตรีโดยตรงผ่านการ ลงคะแนน เพราะเดิมอำนาจการเลือกคณะรัฐมนตรีขึ้น อยู่กับพรรคการเมืองและนายกรัฐมนตรีเพียงอย่างเดียว เป็นช่องโหว่ของอำนาจที่ประชาชนไม่มีส่วนร่วมใน การตัดสินใจ” นักรัฐศาสตร์รายนี้กล่าวและเสนออีกว่า ควรแยกฝ่ายบริหารออกจากฝ่ายนิติบัญญัติอย่างชัดเจน เพื่อให้ฝ่ายนิติบัญญัติตรวจสอบฝ่ายบริหารอย่างมีประสิทธิภาพ

หนึ่งในผู้เข้าร่วมงานเสวนาอย่าง กษิต ภิรมย์ อดีต รมว.ต่างประเทศ บอกว่า การปฏิรูปประเทศควรยึดหลักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ตรงกัน ป้องกันการบ่อนทำลายสถาบันหลักของชาติ เพราะปัจจุบันยังมีกลุ่มคลื่นใต้น้ำที่คอยสร้างความเสียหายต่ออุดมการณ์ชาติในข้างต้น

“การจัดระเบียบโครงสร้างอำนาจจึงถือเป็นหัวใจสำคัญของการปฏิรูป รวมถึงการสร้างพลังของภาค พลเมืองเพื่อแก้ปัญหาในระยะยาว โดยเฉพาะการถูกครอบงำจากรัฐและทุน” กษิต ระบุ

ด้าน อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต ได้กล่าวไว้ช่วงหนึ่งของการเปิดเสวนาว่า ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยต้องมีการปฏิรูป โดยตั้งเป้าว่าต้องเป็นสังคมธรรมาธิปไตยในรูปของสังคมสวัสดิการที่จะนำพาประเทศที่เป็นประชาธิปไตยที่มีธรรมะ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท