
วิษณุคุมร่างธรรมนูญปกครองกกต.ยันทุกพรรคสิ้นสภาพ
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ตั้ง วิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย คสช. เป็นหัวหน้าทีมร่างธรรมนูญการปกครองชั่วคราว หลังประกาศ คสช.ฉบับที่ 11 ที่ให้ยกเลิกรัฐธรรมนูญปี 2550 โดยขณะนี้กำลังดำเนินการอยู่และจะประกาศบังคับใช้หากเหตุการณ์สงบ
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ตั้ง วิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย คสช. เป็นหัวหน้าทีมร่างธรรมนูญการปกครองชั่วคราว หลังประกาศ คสช.ฉบับที่ 11 ที่ให้ยกเลิกรัฐธรรมนูญปี 2550 โดยขณะนี้กำลังดำเนินการอยู่และจะประกาศบังคับใช้หากเหตุการณ์สงบ
“เบื้องต้น
ในขณะเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.ได้สั่งการให้ทีมที่ปรึกษากฎหมาย ไปศึกษาข้อดีข้อเสียของกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ 4 ฉบับที่สิ้นสภาพไปตามรัฐธรรมนูญ 2550 ว่า ควรประกาศใช้ต่อไปหรือไม่ หากเห็นว่าส่งผลดีก็อาจออกเป็นประกาศ หรือบรรจุในธรรมนูญปกครองชั่วคราว
สำหรับ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญที่สิ้นสภาพประกอบด้วย พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ และ พ.ร.บ.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ
“กรณีที่เห็นว่า พ.ร.บ.พรรคการเมืองควรมีผลบังคับใช้ เพราะมีประโยชน์มากกว่าผลเสีย และควรออกเป็นประกาศ เราก็จะให้มีผลย้อนหลังให้กฎหมายคงสภาพไปเหมือนก่อนประกาศยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550” แหล่งข่าวจากคณะที่ปรึกษา คสช.ระบุ
ด้าน สมชัย ศรีสุทธิยากร คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ระบุว่า ขณะนี้ไม่มี พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองอยู่แล้ว ก็ทำให้ขณะนี้ไม่ถือว่ามีพรรคการเมืองอยู่ แต่เชื่อว่าหลังจากนี้ไม่กี่วันคงจะมี พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง หมายความว่า คสช. อาจจะมีคำสั่งหรือประกาศเกี่ยวกับพรรคการเมืองออกมา
วันเดียวกันแหล่งข่าวจาก กกต.ระบุว่า กกต.ได้ทำหนังสือแจ้งไปยังพรรคการเมืองเพื่อให้คืนเงินจากองทุนเพื่อพัฒนาพรรคการเมืองที่ใช้ในการรณรงค์ด้านประชาธิปไตย เพราะเห็นว่าพรรคการเมืองไม่มีสภาพเป็นพรรคการเมืองอีกต่อไปแล้ว ส่วนถ้าพรรคการเมืองใดใช้เงินกองทุนไปบางส่วนแล้วก็ให้แจ้งบัญชีค่าใช้จ่ายมายัง กกต.
นอกจากนี้ กกต.ยังได้เตือนว่า เมื่อพรรคการเมืองไม่มีสภาพตามรัฐธรรมนูญ การประชุมสมาชิกพรรค หรือกรรมการบริหารพรรคจึงเป็นสิ่งไม่ควรกระทำในช่วงนี้ เนื่องจากการกระทำดังกล่าวอาจเป็นการขัดต่อกฎอัยการศึกและประกาศของ คสช. ที่ห้ามมิให้ชุมนุมหรือมั่วสุมทางการเมืองเกิน 5 คน
ขณะเดียวกัน ทางสำนักงาน กกต.ได้หารือกับคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อให้พิจารณาว่า เมื่อ คสช.ให้รัฐธรรมนูญปี 2550 สิ้นสุดลง แต่ให้ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต.ยังอยู่ โดยให้ กกต.ยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปนั้น ในขณะที่การปฏิบัติหน้าที่ของ กกต.ในระหว่างนี้ก็จะเป็นเรื่องของการดำเนินคดีอาญา จึงต้องการความชัดเจนว่า ตกลงแล้ว พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. และ สว. พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ยังคงอยู่หรือไม่ เพราะการดำเนินคดีอาญาจะเกี่ยวข้องยึดโยงกับกฎหมายดังกล่าว
ขณะที่ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผู้ช่วย ผบ.ทบ. ในฐานะหัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม คสช. ได้เรียกประชุมระดับปลัดกระทรวงหัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายของส่วนราชการต่างๆ เพื่อวางกรอบและชี้แจงถึงนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ ถึงการแก้ไขข้อกฎหมายของส่วนราชการเพื่อแก้ไขข้อขัดข้องในการปฏิบัติงาน
พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ได้แบ่งกลุ่มกฎหมายเป็นกรอบดำเนินงาน เพื่อผลักดันให้เป็นผลโดยเร็วในระยะเร่งด่วน โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม 1.กฎหมายที่จำเป็นเร่งด่วนและส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง ซึ่งในกลุ่มนี้จะพิจารณาและออกเป็นประกาศหรือคำสั่งของ คสช.ที่จำเป็น 2.กฎหมายที่ค้างอยู่ในกระบวนการนิติบัญญัติ ซึ่งผ่านมติ ครม.และค้างอยู่ในขั้นตอนของกฤษฎีกา ในกลุ่มนี้ขอให้ทุกส่วนราชการจัดทำข้อมูลมาอีกครั้ง จัดเรียงลำดับความเร่งด่วน เพื่อเป็นการแก้ไขโดยใช้มาตรการเร่งด่วน และเสนอต่อ คสช. นำขึ้นสู่กระบวนการนิติบัญญัติต่อไป 3.กฎหมายที่ส่วนราชการเตรียมยกร่าง ในส่วนนี้ขอให้ทุกส่วนราชการจัดเตรียมข้อเสนอเหตุผลและความจำเป็นในการออกกฎหมาย หลักการและสาระสำคัญ
อย่างไรก็ตาม พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า จะให้ส่วนราชการกลับไปทำเป็นการบ้านเรียงลำดับความเร่งด่วนของกฎหมาย และส่งกลับมาที่กระทรวงยุติธรรมซึ่งทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขาธิการ ในวันที่ 6 มิ.ย. จากนั้นจะนำข้อมูลทั้งหมดมาจัดลำดับ เพื่อส่งให้ที่ปรึกษาด้านกฎหมายของ คสช.ต่อไป







