
2แม่ค้าคืนทองเขาชัยสนให้ศิลปากร
นครศรีธรรมราช-สองแม่ค้าสาวนำทองแผ่นเขาชัยสนมอบให้สำนักศิลปากรที่ 14 หลังเอามาครอบครองแล้วไม่สบายใจ
นครศรีธรรมราช-สองแม่ค้าสาวนำทองแผ่นเขาชัยสนมอบให้สำนักศิลปากรที่ 14 หลังเอามาครอบครองแล้วไม่สบายใจ
เมื่อวันที่ 3 มิ.ย.เวลา 16.30 น.นางวรรณี ภาราเริก และนางอมรศรี เพชรรัตน์ อาชีพค้าขาย ได้นำทองแผ่นที่ได้จากการขุดพบที่บริเวณสวนปาล์ม อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง มอบให้กับสำนักงานศิลปากรที่ 14 หลังได้ประกาศเป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน ซึ่งทองแผ่นดังกล่าวของนางวรรณี มีจำนวน 6 แผ่น หนัก 2.5 บาท ซื้อมาจากชาวบ้านในราคา 55,000 บาท ส่วนของนางอมรศรี หนัก 2.5 บาทเศษ ซื้อมา 90,000 บาท แต่ทองแต่ละแผ่นมีอักษรภาษาจีนประทับอยู่ ซึ่งซื้อเก็บไว้วันที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านมา เพราะเชื่อว่าเมื่อได้ครอบครองจะเป็นสิริมงคล
อย่างไรก็ตามหลังจากได้มาครอบครองแล้วก็รู้สึกไม่สบายใจ เหมือนมีอะไรบางอย่างมาดลใจว่า ทองที่ได้มานั้นไม่ใช่เป็นของเขาเอง ถ้าครอบครองจะมีเหตุอย่างใดอย่างหนึ่งในทางไม่ดี จนกระทั่งทางราชการได้ประกาศว่าเป็นทรัพย์สินของแผ่นดินจึงมีความตั้งใจว่าจะนำมาคืนให้กับกรมศิลปากร จึงเดินทางมาจาก จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อนำทองดังกล่าวมามอบให้กับสำหนักศิลปากรที่ 14 นครศรีธรรมราช หรือจะนำมาคืนวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร มีนางวิมล มณีโชติ รักษาราชการแทน ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 14 นครศรีธรรมราช เป็นผู้รับมอบ พร้อมมีการบันทึกของส่งมอบเพื่อเป็นหลักฐานว่าผู้ส่งมอบมีความเต็มใจที่จะคืนทรัพย์สินดังกล่าวต่อไป
นางวิมล กล่าวภายหลังรับมอบว่า ผู้ครอบครองทั้ง 2 คน เดินทางมาจาก จ.สุราษฎร์ธานี นำทองมอบให้เพราะมีความสำนึกที่ดีจึงนำทองมามอบให้ ต้องขอขอบคุณที่ได้นำทองดังกล่าวซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ประเมินค่าได้ สามารถนำมาศึกษาทางด้านประวัติศาสตร์ รวมทั้งประวัติของชาติ จึงถือว่าทั้ง 2 คนคิดดีทำดี เป็นการตอบแทนแผ่นดิน
สำหรับมูลค่าของทองคำดังกล่าวมีนั้นมากมายแต่ด้วยความที่มีจิตสำนึก มีความปราถนาดีที่จะเก็บทรัพย์ของแผ่นดินไว้ให้ลูกหลานเพื่อได้ศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับประวัติของชาติ ซึ่งหลังรับมอบแล้วก็จะนำทองเหล่านี้ส่งมอบให้กรมศิลปากรทำการตรวจสอบว่าจริงแท้อย่างไร หรือตรวจสอบว่าเป็นทองคำในสมัยใด พร้อมกับทำการศึกษาประวัติท้องถิ่นที่พบว่าทำไมทองไปฝังอยู่ในท้องที่ตรงนั้น
นอกจากนั้นการตรวจสอบความเป็นมาต่างๆ นั้นยังไม่สามารถจะบอกได้ว่าจะนานเท่าไร 1 เดือน หรือ 2-3 เดือน แต่ทางกรมศิลปากรได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุด เข้ามาดำเนินการในเรื่องนี้แล้ว และขอให้เชื่อมั่นว่าผู้ครอบครองที่นำทองมามอบให้กับกรมศิลป์จะได้รับการสมนาคุณความที่ได้แจ้งไปแล้วอย่างแน่นอน ซึ่งในวันที่ 4 มิ.ย.นี้ทางผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 14 นครศรีธรรมราช จะเดินทางไปกรุงเทพฯ เพื่อจัดการเรื่องนี้ต่อไป







