
เก๋งซิ่งทหารสาหัส 1
บรรยากาศการชุมนุมต่อต้านรัฐประหาร เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา เป็นไปอย่างเงียบเหงา ไม่เกิดเหตุความรุนแรง มีผู้ถูกจับกุม 1 คน
บรรยากาศการชุมนุมต่อต้านรัฐประหาร เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา เป็นไปอย่างเงียบเหงา ไม่เกิดเหตุความรุนแรง มีผู้ถูกจับกุม 1 คน
ย้อนกลับไปคืนก่อนเข้าสู่วันที่ 1 มิ.ย. มีการนัดหมายจุดชุมนุมผ่านสื่อ สังคมออนไลน์ทั้งสิ้น 8 แห่ง ประกอบด้วย 1.ราชประสงค์ 2.พระบรมราชา นุสาวรีย์พระเจ้าตากสินมหาราช 3.สี่แยกเทพารักษ์ 4.อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ 5.อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย 6.อนุสาวรีย์ปราบกบฏ (หลักสี่) 7.เซ็นทรัล บางนา 8.ซีคอนสแควร์
เจ้าหน้าที่ตำรวจทหาร เตรียมกำลังทั้งสิ้น 38 กองร้อย ทว่าช่วงเช้าของวันที่ 1 มิ.ย. กลับไม่ปรากฏมวลชนกลุ่มต่อต้านแต่อย่างใด เป็นเหตุให้ตำรวจทหารปรับลดกำลังลงจาก 38 กองร้อย เหลือเพียง 7 กองร้อย
พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุ ในช่วงสายของวันดังกล่าวว่า เท่าที่ ติดตามสถานการณ์มั่นใจว่าบริเวณ แยกราชประสงค์จะไม่มีการชุมนุม แต่ได้สั่งให้ปิดบริการรถไฟฟ้าบีทีเอส 3 สถานี ใกล้เคียง จนกว่าจะแน่ใจว่าทุกอย่าง จะสงบ พร้อมกันนี้ให้เจ้าหน้าที่สุ่มตรวจยานพาหนะที่ต้องสงสัยด้วย
กระทั่งเวลาประมาณ 11.00 น. บริเวณแยกราชประสงค์มีหญิงสูงวัยรายหนึ่งสวมหน้ากากชูป้ายต้านรัฐประหาร จึงถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวและส่งต่อ สน.ทองหล่อ เพื่อดำเนินการต่อไป
อีกประมาณ 30 นาทีต่อมา สมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ได้โพสต์ทวิตเตอร์ส่วนตัวระบุถึงสถานที่ชุมนุม คือ ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 แยกอโศก
ผู้ชุมนุมร่วม 100 คน เดินทางมาตามนัด ยืนกระจุกตัวอยู่หน้าศูนย์การค้าและตลอดทางเชื่อมต่อรถไฟฟ้าบีทีเอส ก่อนจะตะโกนขับไล่ทหารเรียกร้องการเลือกตั้งและชูสัญลักษณ์ 3 นิ้ว
เวลาไล่เลี่ยกันเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารเดินทางมาถึง มีคำสั่งให้ปิดรถไฟฟ้าบีทีเอส และทางเชื่อมต่อทั้งหมด ก่อนจะค่อยๆ ผลักกลุ่มต่อต้านจากบนบีทีเอสลงไปรวมกันอยู่หน้าศูนย์การค้า ที่สุดผู้ชุมนุมได้สลายการชุมนุมในเวลา 13.30 น. และไปรวมกันที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นแห่งสุดท้าย
ขณะที่สังคมออนไลน์เผยแพร่คลิปกลุ่มชายฉกรรจ์อุ้มผู้ชุมนุมหญิงบริเวณแยกอโศกขึ้นรถแท็กซี่ โดยยังไม่มีความชัดเจนว่ากลุ่มบุคคลนั้นเป็นใคร
พ.อ.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ติดตาม สถานการณ์กลุ่มต่อต้านอย่างใกล้ชิด โดยให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ประเมิน สถานการณ์ ปฏิบัติการเบาไปหาหนักและหลีกเลี่ยงความรุนแรง
พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก ย้ำว่า หากเจ้าหน้าที่เจรจา ขอร้อง หรือทำความเข้าใจกับผู้ชุมนุมไม่ได้ก็จำเป็นต้องจับกุมผู้ชุมนุม โดยผู้ที่ถูกจับกุมต้องส่งขึ้นศาลทหาร ส่วนโทษจะเป็นอย่างไร จะปรับหรือให้ประกันขึ้นอยู่กับศาล ยืนยันว่าจะมีการแถลงชี้แจงเพื่อความชัดเจน และขอให้คนไทยคิดถึงส่วนรวม
ทว่าช่วงเย็นวันเดียวกันเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ส่วนบุคคลพุ่งชนเจ้าหน้าที่ทหารซึ่งตั้งด่านความมั่นคง บริเวณถนนบรมราชชนนีขาเข้า ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ทหารบาดเจ็บสาหัส 1 นาย ผู้ก่อเหตุถูกจับกุมตัวและให้ปากคำว่าหลับใน แต่เจ้าหน้าที่ก็ไม่ปักใจเชื่อ







