
คลังรวมพลังกอบกู้เศรษฐกิจโตได้ 2.2%
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทำงานกันไม่เว้นวันหยุด วานนี้ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก และรองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คสช. หารือกับผู้บริหารกระทรวงการคลัง ก่อนที่จะมีการสรุปแผนยุทธศาสตร์ที่เป็นโรดแมปเศรษฐกิจ เสนอ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ รองหัวหน้า คสช. และหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คสช.
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทำงานกันไม่เว้นวันหยุด วานนี้ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก และรองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คสช. หารือกับผู้บริหารกระทรวงการคลัง ก่อนที่จะมีการสรุปแผนยุทธศาสตร์ที่เป็นโรดแมปเศรษฐกิจ เสนอ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ รองหัวหน้า คสช. และหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คสช.
พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า ภารกิจหลักของกระทรวงการคลังคือ จะเร่งสร้างภาพลักษณ์เพื่อให้คนไทยและต่างชาติมีความเชื่อมั่นในการลงทุนและการท่องเที่ยว ขณะที่โรดแมปเศรษฐกิจนั้นจะนำไปสู่การขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจในปีนี้เติบโตได้อย่างน้อย 2.2% เพิ่มขึ้นจากการประเมินครั้งล่าสุด 0.2% เนื่องจากสามารถแก้ปัญหาหนี้ของชาวนา และลดความขัดแย้งทางการเมืองได้จึงได้เน้นย้ำให้ออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยและประชาชนให้มีเงินหมุนเวียน
สำหรับมาตรการเสริมอื่นที่จะดำเนินการนอกเหนือจากโรดแมปแล้ว สมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า นอกจากขอให้ยืดเวลาการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลที่จัดเก็บอยู่ที่ 0.005 บาทต่อลิตร ออกไปแบบเดือนต่อเดือนไปจนถึงเวลาที่เหมาะสมแล้ว ยังจะขอให้ คสช.จัดสรรงบกลางของปี 2557 อีก 5,000 ล้านบาท มาจ่ายคืนให้กับผู้ที่มาใช้สิทธิโครงการรถคันแรก ในช่วงเดือน ส.ค.-ก.ย.นี้ เพราะเงินที่ได้รับการอนุมัติก่อนหน้านี้ไม่เพียงพอ
ขณะที่ จุฬารัตน์ สุธีธร ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า ในสัปดาห์หน้า สบน.จะสรุปแผนกู้เงินจำนำข้าวรอบที่ 2 อีก 4.2 หมื่นล้านบาท เพื่อนำเงินไปชำระคืนสภาพคล่องให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ที่ใช้ทยอยจ่ายให้กับเกษตรกรในโครงการรับจำนำข้าว
แนวทางดำเนินการกู้ 2 ลักษณะคือ 1.การออกพันธบัตรระยะสั้น 3 ปี 2.การกู้เงินโดยตรงจากสถาบันการเงิน เมื่อขายข้าวคืนก็สามารถทยอยจ่ายคืนได้ทันที
ขณะที่วันที่ 3 มิ.ย.นี้ จะประมูลเงินกู้ 5 หมื่นล้านบาท เพื่อนำไปชำระคืนให้เกษตรกรในโครงการรับจำนำข้าว 9.2 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดี
ธัชพล กาญจนกูล รองผู้อำนวยการธนาคารออมสินอาวุโส รักษาการแทนผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการธนาคารเมื่อวันที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านมา เห็นชอบที่จะร่วมประมูลวงเงินกู้ในโครงการรับจำนำข้าวทั้ง 5 หมื่นล้านบาท โดยสภาพคล่องของธนาคารมีสูงถึง 2.5 แสนล้านบาท จึงประเมินแล้วว่าถ้าเข้าไปร่วมประมูลได้ทั้งหมด ธนาคารก็ยังมีสภาพคล่องล้นเหลือ
“เท่าที่ทราบเงินกู้รับจำนำข้าวสถาบันการเงินทุกแห่งจะให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ที่จะประมูลแน่นอน คือ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารทหารไทย ธนาคารกรุงไทย จึงเชื่อว่าคงมีการแข่งขันกันด้านดอกเบี้ยที่จะเสนอกันอย่างรุนแรง” ธัชพล กล่าว
ธัชพล ยังกล่าวอีกว่า ที่ประชุมคณะกรรมการอยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะร่วมประมูลเงินกู้ล็อตที่ 2 อีก 4.2 หมื่นล้านบาทหรือไม่ ซึ่งคงต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมเรื่องสภาพคล่องที่มี
นอกจากนี้ ธนาคารออมสินได้เตรียม 2 แนวทางในการให้ความช่วยเหลือเอสเอ็มอีให้ คสช. พิจารณา ได้แก่ 1.มาตรการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยการออกโครงการสินเชื่อเพื่อพัฒนาเอสเอ็มอี “เอสเอ็มอีสุขใจ” วงเงินรวม 2 หมื่นล้านบาท โดยจะปล่อยกู้รายละไม่เกิน 10 ล้านบาท ระยะเวลาการกู้ 10 ปี และใช้เวลาในการอนุมัติภายใน 10 วัน หลังจากยื่นเอกสารครบ
2.มาตรการพัฒนาผู้ประกอบการและประชาชนรายย่อย โดยจะเสนอให้มีการจัดตั้งกองทุนให้ความช่วยเหลือข้าราชการ ทหาร ครู โดยการปรับโครงสร้างหนี้ในลูกหนี้กลุ่มดังกล่าว เนื่องจากปัจจุบันลูกหนี้กลุ่มนี้เริ่มมีแนวโน้มการผิดนัดชำระหนี้เพิ่มมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีการประสานความร่วมมือระหว่างธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) รวมถึงกรมการพัฒนาชุมชน ในการปล่อยกู้ให้กับผู้ประกอบการรายย่อย กลุ่มโอท็อปที่มีผลงานโดดเด่นจังหวัดละ 2-3 ราย และให้ความรู้ในการพัฒนาและดำเนินธุรกิจเพื่อต่อยอดให้กลายเป็นผู้ประกอบการที่มีประสิทธิภาพในอนาคต







