
อย่าให้ต้องหนีเสือปะจระเข้ การบ้าน 5 เรื่องเฉพาะหน้า
รัฐประหารผ่านมากว่าสัปดาห์ทิศทางการทำงานของ คสช.เริ่มเห็นเค้าลางมากขึ้น
รัฐประหารผ่านมากว่าสัปดาห์ทิศทางการทำงานของ คสช.เริ่มเห็นเค้าลางมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส. มองว่า ภารกิจเร่งด่วนที่ คสช.ต้องรีบแสดงให้เห็นว่าการรัฐประหารที่ผ่านมาเกิดจากความชั่วร้ายของรัฐบาลที่เห็นได้ชัดคือ การทุจริตจากโครงการรับจำนำข้าวขาดทุนไป 5 แสนล้านบาท ข้าวหายไป 3 ล้านตัน
ทั้งนี้ ปัญหาอุปสรรคขององค์กรอิสระคือ ป.ป.ช.ทำงานล่าช้า อาจเกิดจากข้าราชการที่ไปเป็นอนุกรรมการของ ป.ป.ช.แกล้งทำงานช้า หรืออาจจะเป็นลูกน้องเก่าของรัฐบาล จึงเป็นเหตุให้การพิสูจน์ความผิดช้ามาก เป็นการไม่ดูแลความยุติธรรมให้กับประชาชนที่ต้องการเห็นการลงโทษรัฐบาลทุจริต ดังนั้น คสช.ต้องใช้อำนาจเด็ดขาดที่มีอยู่พิสูจน์ความผิดและประกาศให้ประชาชนทราบว่านี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ต้องเกิดการรัฐประหารครั้งนี้
เรื่องที่สอง การปล่อยให้คนร้ายยิงขว้างระเบิดเอ็ม 79 ใส่บ้านแกนนำ กปปส.และมวลมหาประชาชนจนมีผู้เสียชีวิตไปแล้ว 23 คน บาดเจ็บกว่า 700 คน ซึ่งมั่นใจว่าเกี่ยวข้องกับการสั่งการของนักการเมืองในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ เมื่อ คสช.มีอำนาจเบ็ดเสร็จ ขอให้รีบสืบสวนสอบสวนแล้วแถลงให้ประชาชนรับทราบเป็นระยะด้วยความรวดเร็ว โดยเฉพาะคดีที่มีหมายจับชัดเจน ยิงกลางวันขว้างระเบิดกลางวัน คสช.ต้องแสดงถึงประสิทธิภาพในการทำงาน
เรื่องที่สาม การแต่งตั้งโยกย้ายที่ใช้ระบบอุปถัมภ์เป็นเหตุให้ข้าราชการดีๆ หมดกำลังใจหมดโอกาสและขาดความก้าวหน้า เมื่อคนของระบอบทักษิณเข้าสู่ตำแหน่งก็จะทำงานรับใช้การเมืองในระบอบตัวเอง แทนที่จะทำงานรับใช้ประชาชน ดังนั้น จะต้องทำลายตรงนี้และให้โอกาสคนดีที่เสียโอกาส และลงโทษข้าราชการใช้เส้นสาย ด้วยการตั้งกรรมการสอบพิสูจน์ให้ประชาชนเห็น
เรื่องที่สี่ โครงการส่อทุจริตงบกลาง 1.2 แสนล้านบาท ที่ใช้แก้ปัญหาน้ำท่วม ด้วยการอ้างเหตุอุทกภัยปี 2554 ซึ่งหลังจากนั้นทุกคนทราบดี นักการเมืองสาย “เจ๊ ด.” ได้เปอร์เซ็นต์ และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องในกระทรวงคมนาคม โดยกรมเจ้าท่า รัฐมนตรีกระทรวงเกษตร โดยกรมชลประทาน หรืออาจจะเจ้าของพรรคการเมืองที่ชักใยอยู่เบื้องหลังในการทุจริต ดังนั้น เงิน 1.2 แสนล้านบาท ที่มีการรั่วไหลกว่า 40% คสช.จะต้องหาคนชั่วคนผิดมาลงโทษให้ได้
เรื่องที่ห้า การประมูลโครงการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำท่วม 3.5 แสนล้านบาท ที่จะฮั้วกันโดยบริษัทต่างชาติและบริษัทภายในประเทศมีเอกสารชัดเจนที่ถูกสกัดกั้นโดยศาลปกครองและเรื่องอยู่ใน ป.ป.ช.ต้องรีบดำเนินการโดย คสช.อาจตั้งกรรมการพิเศษ หรือให้ความร่วมมือกับ ป.ป.ช. หรือตั้งองค์กรพิเศษขึ้นมาใช้โอกาสที่ทำรัฐประหารแล้วทำงานเพื่อชาติบ้านเมืองได้ประโยชน์
ถาวร กล่าวว่า กปปส.สู้มาโดยตลอดต้องการปฏิรูปประเทศไทย ซึ่งเป็นเรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืน เรื่องแรกคือ การปฏิรูปการเมืองและพรรคการเมือง ซึ่งจะต้องทำลายนายทุนสามานย์ที่เป็นเจ้าของพรรคการเมือง ซื้อนักเลือกตั้ง จัดลำดับนักเลือกตั้ง ตามความชอบหรือจำนวนเงินที่เอามาเสนอหรือความใกล้ชิดโดยไม่คำนึงถึงความรู้ความสามารถ และความตั้งใจจริงที่มีต่อประชาชน ต้องปฏิรูประบบพรรคการเมืองที่ปล่อยให้นายทุนสามานย์มีอำนาจเบ็ดเสร็จโดยอ้างระบอบประชาธิปไตย
เรื่องการทุจริตจะต้องมีการแก้กฎหมาย โดยให้ประชาชนผู้เสียหายเป็นผู้ฟ้องคดีและไม่มีอายุความ และจะต้องสร้างวัฒนธรรมโดยดำเนินการสนับสนุนให้ข้าราชการดี นักธุรกิจดี นักการเมืองดีได้มีกำลังใจ ด้วยการให้รางวัลเกียรติยศ สร้างวัฒนธรรมต่อต้านทุจริต โตไปไม่โกง มีโอกาสจะไม่โกง ปลูกฝังในหลักสูตรอนุบาล และทุกมหาวิทยาลัย จะต้องทำเอ็มโอยูกับองค์กรที่ป้องกันปราบปรามการทุจริตปลูกฝังนักศึกษาที่จะออกมารับใช้สังคมในวันข้างหน้า
ด้านการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม ยากจน ต้องนำระบบภาษีก้าวหน้า ภาษีมรดกมาใช้ จัดหาที่ทำกินโดยเฉพาะธนาคารที่ดิน โฉนดชุมชนที่รัฐบาลก่อนทำเอาไว้ เพื่อดูแลให้ประชาชนได้ลืมตาอ้าปาก คำนึงถึงเรื่องการกระจายโอกาสให้ประชาชนที่ด้อยโอกาสในทุกเรื่องรวมถึงเรื่องการศึกษา รวมไปถึงกระบวนการจัดรัฐสวัสดิการที่จะต้องคิดให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน
เรื่องการกระจายอำนาจรัฐธรรมนูญ 2550 ที่ถูกยกเลิกไปแล้วให้เรื่องกระจายอำนาจเป็นเรื่องใหญ่ เพราะที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2544 ถึงปัจจุบัน ยังเป็นการรวมศูนย์ไว้ที่กระทรวงมหาดไทยเหมือนเดิม ใครต้องการงบประมาณก็ต้องเอาเงินทอนมาขอซื้อจากกระทรวงมหาดไทย เพราะฉะนั้นการจัดงบประมาณให้ท้องถิ่นต้องทำตามที่รัฐธรรมนูญเคยบัญญัติไว้คือ ให้งบแก่ท้องถิ่น 35% จากงบทั้งประเทศ หรือมากกว่านั้นโดยให้ประชาชนมีส่วนร่วม
เรื่องการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม หรือองค์กรตำรวจ ทุกวันนี้อัยการเป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ มีค่าตอบแทนสูง แต่มีโอกาสเข้าไปเป็นกรรมการรัฐวิสาหกิจเข้าไปรับใช้นักการเมือง เมื่อนักการเมืองทำผิด ทุจริตในรัฐวิสาหกิจนั้นๆ อัยการก็จะไม่ดำเนินคดีกับนักการเมืองเหล่านั้นไม่แบ่งปันผลประโยชน์ ดังนั้น ต้องไม่ให้อัยการเข้าเป็นกรรมการในรัฐวิสาหกิจ ไม่มีข้อยกเว้นว่าต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการอัยการให้ยกเว้นให้หมด
ส่วนตำรวจ เมื่อยังมีการบริหารโดยใช้อำนาจรวมศูนย์อยู่ก็ยังเป็นตำรวจของนักการเมือง เมื่อไรนักการเมืองมีอำนาจแต่งตั้ง ผบ.ตร.แสดงว่า รัฐบาลเป็นเจ้าของตำรวจทั้งประเทศ เพราะฉะนั้นต้องตัดอำนาจในการแต่งตั้งจากนักการเมืองออกไป ตำรวจบางหน่วยต้องขึ้นกับท้องถิ่น เพราะเป็นผู้รับใช้บริการประชาชน
อดีต รมช.มหาดไทย ในฐานะผู้รับผิดชอบพื้นที่ภาคใต้ ระบุว่า การแก้ปัญหาภาคใต้ ขอให้คำนึงถึงแนวพระราชดำรัส เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา และใช้คนในพื้นที่เป็นผู้รับผิดชอบ คนในพื้นที่หมายความว่าข้าราชการที่รับราชการอยู่ที่นั่นควรจะได้มีโอกาสเข้ามารับผิดชอบ ไม่ใช่เอาลูกท่านหลานเธอเอาชื่อไปแขวนได้ขั้นได้ยศ ได้สิทธิพิเศษ ไปหาความก้าวหน้า และต้องใช้ ศอ.บต.ให้ถูกต้อง ไม่ใช่ใช้ ศอ.บต.เป็นฐานการเมือง โดยเอาเงินไปโปรยหว่านแบบเดิม ซึ่งไม่ใช่การแก้ปัญหาแต่เป็นการสร้างปัญหามากกว่า อีกทั้งการพัฒนาต้องเป็นไปตามอัตลักษณ์และความเชื่อทางศาสนา
ถาวร ระบุว่า นอกจากเรื่องปฏิรูป ประเด็นเรื่องปรองดองสมานฉันท์ ขอให้ยึดหลักคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ที่ อาจารย์คณิต ณ นคร เป็นประธาน คือให้ทุกคนเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และคนที่จะเข้าสู่กระบวนการปรองดองสมานฉันท์ต้องยอมรับความจริงเสียก่อนว่าตัวเองทำผิด ไม่ใช่จับเสื้อแดง จับมวลมหาประชาชนมาเขย่ารวมกันแล้วนิรโทษกรรมทั้งหมด มันไม่สามารถปรองดองได้ ต้องทำให้ทุกคนยอมรับเสียก่อน
“นิรโทษกรรมบางประเภท อย่างความผิดหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ความผิดอาชญากรรมเป็นอาชญากรไม่ควรนิรโทษกรรม แต่ความผิดทางการเมืองว่าไป แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องนำเรื่องเข้าสู่กระบวนการค้นหาความจริงให้ยุติเสียก่อนว่าใครผิดใครถูก ช้าหน่อยก็ไม่เป็นไร และนำมาสู่การปรองดอง นิรโทษกรรมเพื่อให้เกิดสมานฉันท์”
แกนนำ กปปส. ย้ำว่า ข้อควรระวังเมื่อไม่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ตรวจสอบฝ่ายบริหารต้องไม่ให้มีพฤติกรรมส่อทุจริตเด็ดขาด เพราะหากมีเมื่อไหร่ประชาชนจะขาดศรัทธาทันที และประชาชนจะออกมาเคลื่อนไหว เพราะ 6 เดือนกว่า มวลมหาประชาชนออกมาร่วมเคลื่อนไหวได้เห็นความชั่วของระบบราชการและระบบการเมืองที่ทุจริต
ทั้งนี้ หาก คสช.ไม่ระมัดระวัง สิ่งที่ท่านทำจะไม่ประสบความสำเร็จตามที่อ้าง และจะไม่ได้รับการยอมรับในสายตาประชาชนถึงขนาดถูกออกมาเดินขบวนขับไล่ก็ได้ ซึ่งไม่อยากให้ประชาชนต้อง “หนีเสือปะจระเข้”







