posttoday
บิ๊กตู่เผยแผน 1 ปีปฏิรูปประเทศ ก่อน 1 ต.ค. มีรัฐบาล

บิ๊กตู่เผยแผน 1 ปีปฏิรูปประเทศ ก่อน 1 ต.ค. มีรัฐบาล

31 พฤษภาคม 2557

วันนี้ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

วันนี้ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ เชิญประธานกรรมการซีอีโอหรือกรรมการผู้จัดการรัฐวิสาหกิจทั้ง 58 แห่ง มาหารือเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน

ไฮไลต์หลักนอกจากจะเปิดให้แต่ละรัฐวิสาหกิจเสนอแผนงาน โครงการลงทุน ตลอดจนแนวทางการปรับปรุงประสิทธิภาพการลงทุนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจแล้ว

ประเด็นที่ทุกคนจับตามองคือ จะมีการส่งสัญญาณไปยังประธานกรรมการ และกรรมการรัฐวิสาหกิจที่มีอยู่กว่า 800 คน ที่ทำหน้าที่กำกับนโยบายรัฐวิสาหกิจด้วยว่าให้มีการขยับปรับเปลี่ยนอย่างไร

เป็นการดำเนินการภายหลังจาก พล.อ.อ.ประจิน และทีมงานสั่งให้กระทรวงการคลังจัดทำรายงานเรื่องบอร์ดรัฐวิสาหกิจว่า บอร์ดแต่ละคนมีการเชื่อมโยงกับระบอบทักษิณอย่างไรบ้าง

ต้องยอมรับว่า ในห้วง 23 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีการวางคนที่ใกล้ชิดกับฝ่ายการเมือง พรรคการเมืองไปนั่งเป็นกรรมการรัฐวิสาหกิจแบบต่างตอบแทนจำนวนมาก ทั้งๆ ที่มีข้อห้ามตามกฎหมายไว้

เพียงแต่ให้บุคคลเหล่านั้นลาออกจากสมาชิกพรรคอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร แต่พฤติกรรมมิได้ลาออก บางคนเป็นมือทำงานของคนในตระกูลชินวัตร บางคนเป็นภรรยา คู่สมรสของรัฐมนตรี ฯลฯ

ทำให้ “การเมือง” เข้าไปแทรกอยู่ในทุกอณูของรัฐวิสาหกิจที่แต่ละปีมีงบประมาณในการลงทุนร่วม 1.2 ล้านล้านบาท ในจำนวนนั้นเป็นงบลงทุนสูงถึงปีละ 56 แสนล้านบาท

นี่จึงเป็นที่มาของนโยบายการปรับเปลี่ยนบอร์ดรัฐวิสาหกิจที่ถูกส่งออกมาจาก คสช.

บิ๊กตู่เผยแผน 1 ปีปฏิรูปประเทศ ก่อน 1 ต.ค. มีรัฐบาล

 

“การหารือในวันที่ 31 พ.ค.นี้ น่าจะเห็นความชัดเจนในการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของรัฐวิสาหกิจให้เห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้น” พล.อ.อ.ประจิน กล่าว

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของบริษัท การบินไทย และกรรมการอิสระในบริษัท ปตท.นั้น พล.อ.อ.ประจิน บอกว่า ตัวเองจะยังไม่ลาออก เพราะหากลาออกจะเป็นการไปกดดันกรรมการคนอื่นๆ จึงขอทำงานสักระยะหนึ่งก่อน

ล่าสุด ราฆพ ศรีศุภอรรถ อธิบดีกรมศุลกากร ประธานคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล ยอมรับว่า พล.ต.ต.อรรถกฤษณ์ ธารีฉัตร ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ซึ่งเป็นอดีตนายตำรวจติดตาม พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้แจ้งทางวาจาขอลาออกจากตำแหน่งจริงในวันที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมา ก่อนที่จะเข้ารายงานตัวต่อ คสช. โดยให้เหตุผลว่าเพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้กระทรวงการคลังได้เลือกสรรบุคคลที่มีความเหมาะสมเข้ามาดำรงตำแหน่งแทน แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับหนังสือลาออกอย่างเป็นทางการ

ด้านสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ให้ข้อมูลในเชิงลึกว่า บอร์ดรัฐวิสาหกิจที่คาดว่าต้องปรับเปลี่ยน ประกอบด้วย พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ประธานบอร์ดการท่าเรือแห่งประเทศไทย น.ต.ศิธา ทิวารี ประธานบอร์ดบริษัท ท่าอากาศยานไทย พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย ประธานบอร์ดบริษัท ทีโอที อัญชลี ชวนิชย์ ประธานบอร์ดการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)

ชูจิรา กองแก้ว ประธานบอร์ดธนาคารออมสิน และคณะ เช่นประเสริฐ หลุยเจริญ บอร์ดธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ที่คาดว่าจะเปลี่ยนกรรมการหลายคน ทั้ง นรวิชญ์ หล้าแหล่ง กฤษดา มาลีวงศ์ อาภัททรา ศฤงคารินกุล ธานินทร์ อังสุวรังษี

บอร์ดธนาคารกรุงไทยที่มี วรวิทย์ จำปีรัตน์ เป็นประธาน พยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล อรุณภรณ์ ลิ่มสกุล กัลยาณะ วิภัติภูมิประเทศ วีรภัทร ศรีไชยา ยงยุทธ ชัยพรหมประสิทธิ์ เป็นกรรมการ

นิพนธ์ พัวพงศกร นักวิชาการเกียรติคุณ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า การปฏิรูประบบรัฐวิสาหกิจเป็นสิ่งที่ต้องสนับสนุน โดยเฉพาะการกวาดล้างการคอร์รัปชั่น เพราะมีปัญหาสะสมมานานแล้ว ทุกรัฐวิสาหกิจมีคนสนิทจากการเมืองเข้าไปนั่งแทบทั้งสิ้น ถือว่าเป็นความบกพร่องของ สคร.ที่ดูแลข้อบังคับและกฎหมาย

“ผมเสนอว่า เมื่อ คสช.มีโอกาสจะทำให้ดีขึ้น เมื่อมีการปลดออกก็อย่าตั้งแต่คนที่ตัวเองรู้จักเข้าไป ต้องพิจารณาคนที่ไม่รู้จักแต่มีคุณสมบัติเหมาะสมเข้าไปด้วย ต้องใช้คนเก่งและซื่อสัตย์เข้าไปทำงานเพื่อรักษาผลประโยชน์ชาติ เมื่อคัดเลือกกรรมการได้แล้ว ควรจะเปิดเผยรายชื่อคณะกรรมการต่อสาธารณชนว่า มีประวัติ มีคุณสมบัติเหมาะสมอย่างไรจึงแต่งตั้งเข้าไปเป็นบอร์ด” นิพนธ์ กล่าว

ขณะที่แหล่งข่าว สคร.ชี้แจงว่า สิ่งที่ภาคเศรษฐกิจต้องติดตามคือ โครงการลงทุนของรัฐวิสาหกิจที่จะเสนอแผนขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ คสช.พิจารณา

ยงยุทธ วัฒนสินธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที กล่าวว่า จะเสนอโครงการเคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศ มูลค่า 5,979 ล้านบาท สร้างเคเบิลใต้น้ำเชื่อมต่อตรงจากไทยไปยังประเทศที่เป็นศูนย์กลางอินเทอร์เน็ต 4 ประเทศ คือ สิงคโปร์ ฮ่องกง ญี่ปุ่น และฝรั่งเศส โดยที่ไทยไม่ต้องใช้เส้นทางเชื่อมจากมาเลเซียไปยังสิงคโปร์อีก

โครงการขยายการให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์) 2 ล้านเลขหมาย มูลค่า 32,550 หมื่นล้านบาท ระยะเวลา 4 ปี (2557-2560)

โครงการปรับปรุงโครงข่ายโทรคมนาคม (NGN) มูลค่า 2,836 ล้านบาท

กิตติศักดิ์ ศรีประเสริฐ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม กล่าวว่า จะขออนุมัติเข้าร่วมประมูลใบอนุญาตให้บริการคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ 1.16 หมื่นล้านบาท ติดตั้งโครงข่ายอินเทอร์เน็ตผ่านสายไฟเบอร์ (FTTX) มูลค่า 6,000 ล้านบาท

ขณะที่บริษัท ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) จะเสนอโครงการเร่งรัดขยายท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเฟส 2 วงเงินลงทุน 6.2 หมื่นล้านบาท เพื่อรองรับผู้โดยสาร 60 ล้านคน/ปี และการขยายท่าอากาศยานดอนเมือง 7,000 ล้านบาท

ยงสิทธิ์ โรจน์ศรีกุล ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กล่าวว่า จะเสนอโครงการเร่งด่วนในการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแครายมีนบุรี ระยะทาง 34.5 กม. วงเงิน 56,725 ล้านบาท และรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยมีนบุรี ระยะทาง 21.8 กม. วงเงิน 8.5 หมื่นล้านบาท

ประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กล่าวว่า งานเร่งด่วนที่จะเสนอให้ คสช.อนุมัติคือ รถไฟสายสีแดง บางซื่อรังสิต ในการแก้ไขแบบก่อสร้าง โครงสร้างสถานีกลางบางซื่อและทางรถไฟจะเพิ่ม 1 ราง กรอบวงเงินเพิ่มกว่า 1 หมื่นล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นการพัฒนาระบบรถไฟทางคู่ 5 เส้นทาง ระยะทาง 767 กม. วงเงิน 1.16 แสนล้านบาท

นอกจากนี้ จะเสนอก่อสร้างเส้นทางสายใหม่ 2 เส้นทาง คือ เด่นชัยเชียงราย เชียงของ ระยะทาง 326 กม. วงเงิน 77,207 ล้านบาท และบ้านไผ่นครพนม ระยะทาง 347 กม. วงเงิน 42,106 ล้านบาท และการพัฒนาและเสริมประสิทธิภาพรถไฟไทย ปรับปรุงรางหมอน ระบบอาณัติสัญญาณ และจุดตัด วงเงินกว่า 2 หมื่นล้านบาท

ขณะที่บริษัท การบินไทย จะเสนอให้มีการจัดซื้อเครื่องบินชุดใหม่ 38 ลำ ฯลฯ

กฟผ.จะเสนอการลงทุนโรงไฟฟ้าใหม่และระบบสายส่งไฟฟ้า เช่น โรงไฟฟ้าวังน้อย 4 ขนาด 700 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าจะนะ 2 ขนาด 760 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าพระนครเหนือชุดที่ 2 งบลงทุนรวม 3.58 หมื่นล้านบาท

นี่คือไฮไลต์ในการประชุมผู้บริหารรัฐวิสาหกิจที่ต้องจับตาอย่ากะพริบ

ขสมก.ชงจัดซื้อเมล์เอ็นจีวี 13.1 หมื่นล้านบาท

นายนเรศ บุญเปี่ยม รักษาการผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) กล่าวว่า จะเสนอเร่งจัดซื้อรถเมล์ เอ็นจีวี 3,183 คัน วงเงิน 13,162 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างประกวดราคา และเสนอเรื่องลดค่าครองชีพของประชาชนในส่วนของรถเมล์ฟรี ซึ่งรัฐจะต้องชดเชยให้เดือนละประมาณ 270 ล้านบาท

สบพ.ของบสร้างศูนย์อบรมนักบิน 900 ล้านบาท

น.อ. จิรพล เกื้อด้วง ผู้ว่าการ สถาบันการบินพลเรือน (สบพ.) กล่าวว่า ในส่วนสบพ. ยังขาดประธานคณะกรรมการ แทนพล.อ.อ.หม่อมหลวง สุทธิรัตน์ เกษมสันต์ ซึ่งหมดวาระไปแล้ว โดยบอร์ดจะต้องพิจารณาเห็นชอบวิทยฐานะของนักศึกษาที่จะเข้ารับพระราชทานปริญญาซึ่งนักศึกษาจะเรียนจบใน 23 เดือนข้างหน้านี้

นอกจากนี้ จะขออนุมัติวงเงินค่าก่อสร้างวงเงินประมาณ 900 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างอาคารเรียน ศูนย์พัฒนาบุคลากรด้านการบิน อาคารอำนวยการ และสิ่งก่อสร้างประกอบ หลังจากที่ได้รับอนุมัติให้ว่าจ้างสำรวจออกแบบก่อสร้างเรียบร้อยแล้ว

การท่าเรือฯเสนอลงทุน 4,700 ล้านบาท

ร.อ.สุทธินันท์ หัตถวงษ์ ผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) กล่าวว่า ในส่วนของท่าเรือแหลมฉบังจะขออนุมัติโครงการพัฒนาศูนย์การขนส่งสินค้าทางรถไฟที่ท่าเรือแหลมฉบัง วงเงิน 2,900 ล้านบาท , ขออนุมัติโครงการพัฒนาท่าเทียบเรือชายฝั่ง (ท่าเทียบเรือ A) ที่ท่าเรือแหลมฉบัง วงเงิน 1,800 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.) คาดว่ามีเรื่องการแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเป็นกรรมการและประธานบอร์ดทอท.

กฟผ.ลุยลงทุน 7.5 หมื่นล้านบาท

ในส่วนงบลงทุนของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตปี 2557 มีจำนวน 39,469 ล้านบาท โดย ส่วนใหญ่ใช้ในการลงทุนโรงไฟฟ้าใหม่และระบบสายส่งไฟฟ้า เช่น โรงไฟฟ้าวังน้อย 4 ขนาด 700 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าจะนะ 2 ขนาด 760 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าพระนครเหนือชุดที่ 2

ส่วนงบลงทุนปี 2558 มีวงเงิน 35,895 ล้านบาท แยกเป็น1.งบลงทุนที่จัดทำเป็นโครงการ 21,323 ล้านบาท 2. แผนการลงทุนระยะยาว 11,429 ล้านบาท และงบลงทุนอนุมัติรายปี 3,142 ล้านบทา ซึ่งงบดังกล่าวได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการกฟผ.แล้ว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท