
เลือกทักษิณเท่ากับฆ่าประชาธิปไตย
อีเมอริตุส ดับเบิลยู. สก็อต ทอมป์สัน ศาสตราจารย์ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจากมหาวิทยาลัยทัฟต์ส แมสซาชูเซตส์ สหรัฐ ได้แสดงความเห็นต่อการเมืองไทยในผ่านบทความตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ลอสแองเจลิส ไทมส์ ว่า แม้รัฐประหารจะเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องตามหลักการประชาธิปไตย แต่การเลือกระบอบทักษิณก็เป็นการนำประชาธิปไตยของไทยไปสู่ความตาย
อีเมอริตุส ดับเบิลยู. สก็อต ทอมป์สัน ศาสตราจารย์ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจากมหาวิทยาลัยทัฟต์ส แมสซาชูเซตส์ สหรัฐ ได้แสดงความเห็นต่อการเมืองไทยในผ่านบทความตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ลอสแองเจลิส ไทมส์ ว่า แม้รัฐประหารจะเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องตามหลักการประชาธิปไตย แต่การเลือกระบอบทักษิณก็เป็นการนำประชาธิปไตยของไทยไปสู่ความตาย
ทอมป์สัน อธิบายว่า ระบอบทักษิณไม่ใช่หลักการประชาธิปไตย และเสียงสนับสนุนอย่างท่วมท้นของอดีตพรรคไทยรักไทยที่ทักษิณมักใช้ในการอ้างความชอบธรรมเสมอ ก็ได้มาจากการใช้ทุนจำนวนมหาศาลทุ่มซื้อนักการเมืองท้องถิ่นทางภาคเหนือที่ได้รับความนิยมอยู่แล้วให้เข้ามาเป็น สส.ของพรรค และใช้การแทรกแซงการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนเพื่อโหมประชาสัมพันธ์ผลงานของพรรคและตัวเอง
นอกจากนี้ ทักษิณยังอาศัยของช่องว่างของการกระจายรายได้ ที่นับเป็นจุดอ่อนทางเศรษฐกิจช่วงหลังวิกฤตเศรษฐกิจปี พ.ศ. 2540 ในการอัดฉีดนโยบายประชานิยมลงสู่ระดับรากหญ้าอย่างเข้มข้น
ศาสตราจารย์จากสหรัฐผู้นี้ ยังให้ความเห็นต่อไปว่า การยึดอำนาจของกองทัพอาจจะเป็นทางเดียวที่จะฟื้นฟูประเทศสู่ความเป็นประชาธิปไตย ซึ่งประวัติศาสตร์ก็เคยฉายภาพให้เห็นแล้วว่า กองทัพจะยึดอำนาจไว้เพียงชั่วคราวเท่านั้น เมื่อทุกอย่างฟื้นฟูสู่ความเป็นปกติ กองทัพจะคืนอำนาจให้ประชาชน
ความเห็นของอาจารย์มหาวิทยาลัยผู้นี้ ยังสอดคล้องกับ ฯพณฯ ภาสกร ศิริยะพันธุ์ เอกอัครราชทูตไทยประจำอินโดนีเซีย ที่ได้ให้สัมภาษณ์แก่หนังสือพิมพ์จาการ์ตา โกลบ ของแดนอิเหนา ว่า ถึงแม้การยึดอำนาจโดยกองทัพจะผิดต่อหลักการประชาธิปไตย ทว่าหากมองในด้านศีลธรรมแล้วถือว่าถูกต้อง เนื่องจากภาวะสุญญากาศทางการเมืองในไทยก่อนหน้านี้ ได้ทำลายความมั่นคงและความสงบสุขในชีวิตของคนไทยไปมากแล้ว
“คนไทยจะเป็นผู้ตัดสินเอง” ท่านทูต กล่าว
อย่างไรก็ตาม หลังจากกองทัพได้เข้าควบคุมอำนาจรัฐบาล สิ่งหนึ่งที่นานาชาติต่างแสดงความกังวลคือ เสรีภาพของวงการสื่อสารมวลชนของไทย
ทั้งนี้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ขอความร่วมมือจากสื่อท้องถิ่นของไทย ขอความร่วมมือไม่เสนอข่าวที่ยั่วยุปลุกปั่น โดยเฉพาะข่าวที่สร้างความแตกแยกให้กับสังคม การต่อต้านรัฐประหาร และสนับสนุนให้สื่อพิจารณาเลือกนำเสนอข่าวที่จะเป็นประโยชน์ต่อชาติและประชาชนเป็นสำคัญ
ความเคลื่อนไหวดังกล่าว ส่งผลให้เครือข่ายสื่อมวลชนพม่า (เอ็มเจเอ็น) องค์กรด้านสื่อสารมวลชนรายใหญ่ ส่งแถลงการณ์มายังองค์กรพันธมิตรสื่อแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ซีปา) ที่เป็นองค์กรหลักในการเรียกร้องเสรีภาพของสื่อในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เรียกร้องให้ผู้นำไทยในขณะนี้เร่งคืนเสรีภาพให้กับสื่อไทยโดยเร็ว
การยึดอำนาจโดยกองทัพอาจเป็นสิ่งที่ไม่สวยงามนักในสายตานานาชาติ ซึ่งต่างมองว่าความเคลื่อนไหวของกองทัพในครั้งนี้เป็นความถดถอยของประชาธิปไตย และที่สำคัญที่สุดคือเป็นการจำกัดสิทธิมนุษยชน







