
อินเทอร์เน็ต
กลายเป็นเรื่องใหญ่โตไปแล้วสำหรับชาวไทยใจโซเชียลเน็ตเวิร์ก หลังเฟซบุ๊กเข้าไม่ได้ไม่ถึงชั่วโมงโดยไม่รู้สาเหตุที่ชัดเจนว่าเป็นเพราะอะไร แต่ก็แน่นอนผลลัพธ์ที่เห็นชัดๆ ก็คือ คนไทยไม่ต้องการการถูกปิดกั้นทางอินเทอร์เน็ตอย่างแน่นอน!
กลายเป็นเรื่องใหญ่โตไปแล้วสำหรับชาวไทยใจโซเชียลเน็ตเวิร์ก หลังเฟซบุ๊กเข้าไม่ได้ไม่ถึงชั่วโมงโดยไม่รู้สาเหตุที่ชัดเจนว่าเป็นเพราะอะไร แต่ก็แน่นอนผลลัพธ์ที่เห็นชัดๆ ก็คือ คนไทยไม่ต้องการการถูกปิดกั้นทางอินเทอร์เน็ตอย่างแน่นอน!
ถือเป็นเรื่องอ่อนไหวอย่างยิ่งสำหรับผู้ควบคุมอำนาจการปกครองประเทศไทยในขณะนี้ แตะเรื่องอื่นแตะได้ แต่ห้ามแตะโซเชียลเน็ตเวิร์กครับ
วันนี้ ขอกล่าวถึงการเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ตในต่างประเทศ ที่บางประเทศนั้นต้องบอกว่าเซ็นเซอร์กันในขั้นหนักหนาสากรรจ์อย่างมาก ไม่ใช่ใครที่ไหน ประเทศจีนพี่ใหญ่ของเอเชียนี่เองครับ
ประเทศจีน ได้เซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ต บล็อกเฟซบุ๊ก กูเกิล และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งรวมแล้วมีเว็บไซต์ต่างๆ ถึง 2,600 เว็บไซต์ที่เคยถูกบล็อก หรือยังถูกบล็อกอยู่ในปัจจุบันครับ
ซึ่งแน่นอนว่าเหตุผลหลักของการเซ็นเซอร์ดังกล่าวก็คือเรื่องความมั่นคงของชาติ การป้องกันการปลุกปั่นยั่วยุเพื่อให้สังคมเกิดการต่อต้านอำนาจการปกครองของรัฐ
ในด้านหนึ่ง มาตรการดังกล่าวก็ทำให้สังคมจีนมั่นคง แต่ในอีกด้านหนึ่ง คนจีนก็อยู่กันอย่างอึดอัดกันบ้าง ดั่งที่เราๆ มักจะเปรียบลักษณะการปกครองของจีนว่าเป็น “นกในกรงทอง” คือการเลี้ยงดูให้ประชาชนอยู่ดีมีสุข แต่ทว่าก็ยังจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนในหลายประการอยู่ ในปัจจุบันถือว่าดีขึ้นมาก เพราะกรงทองมีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าแต่ก่อน
ซึ่งหากจะพูดกันตรงๆ ก็ต้องยอมรับว่าสื่ออินเทอร์เน็ตเป็นสื่อที่คุมยาก และเป็นช่องทางที่เสี่ยงต่อการทำให้สังคมแตกแยกกันได้ง่าย เป็นแหล่งของการยุแหย่ โฆษณาชวนเชื่อ ใส่ร้าย แพร่กระจายข้อมูลข่าวสารที่บิดเบือนและยากที่จะควบคุมอีกด้วย
คนไทยทุกคนต้องยอมรับกันครับ ว่าที่ปัญหาการเมืองไทย ปัญหาสังคมไทยที่เลวร้ายกันมาถึงวันนี้ส่วนหนึ่งเป็นเพราะอินเทอร์เน็ตนั่นแหละครับ!
แต่กระนั้น การปิดกั้นเสรีภาพในด้านนี้ก็เป็นสิ่งที่ไม่สมควรจะกระทำเช่นกัน เพราะเสี่ยงที่จะต้องเจอกับแรงต้านจากสังคมอย่างหนักแน่นอนครับ
ขณะนี้คนไทยทุกคนยังสามารถใช้เฟซบุ๊ก ใช้อินเทอร์เน็ตได้อย่างเสรีเช่นเดิมโดยที่ไม่มีการปิดกั้นก็ถือว่าเป็นเรื่องดีไป
แต่จะให้ดีที่สุด ผู้ใช้ก็ต้องขอให้มีสามัญสำนึก ไม่เผยแพร่ข้อความปลุกปั่นยุยงให้สังคมเลวร้ายหนักไปกว่านี้
ขอให้นึกถึงส่วนรวมด้วยเช่นกันครับ







