posttoday
งัดไม้แข็ง-ม็อบต้านกระเจิง 9 กองร้อย ยึดอนุเสาวรีย์ชัยฯ

งัดไม้แข็ง-ม็อบต้านกระเจิง 9 กองร้อย ยึดอนุเสาวรีย์ชัยฯ

30 พฤษภาคม 2557

ท่าทีแข็งกร้าวของหน่วยงานด้านความมั่นคง ไม่ว่าจะเป็นทหาร ตำรวจ ซึ่งอยู่ภายใต้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

ท่าทีแข็งกร้าวของหน่วยงานด้านความมั่นคง ไม่ว่าจะเป็นทหาร ตำรวจ ซึ่งอยู่ภายใต้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดกับผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐประหาร บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ทำให้สามารถควบคุมสถานการณ์ได้เบ็ดเสร็จ

“เราจะไม่ยินยอมให้มีความวุ่นวายเกิดขึ้นอีกอย่างเด็ดขาด” พล.ต.ท.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รับผิดชอบงานด้านความมั่นคง กล่าวด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด เมื่อวันที่ 29 พ.ค.ที่ผ่านมา

“ทางการข่าวของทหารมีความชัดเจนว่าผู้ชุมนุมดังกล่าวมีแกนนำชักชวนและการสนับสนุนด้านการเงิน ไม่ใช่การชุมนุมโดยบริสุทธิ์ใจ ดังนั้นจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมาย หากมีการรวมตัวแสดงสัญลักษณ์จะจับกุมทันที” พล.ต.ท.สมยศ ระบุชัด

ตอกย้ำความเฉียบขาดจากทีมโฆษก คสช. ที่แถลงในเวลาต่อมาว่า กลุ่มต่อต้านการทำงานของเจ้าหน้าที่ถือว่าผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่จะดำเนินการอย่างเด็ดขาด

“การกระทำของกลุ่มต่อต้าน มีการทำลายทรัพย์สินทางราชการ และมีการฝ่าฝืนในประกาศของ คสช. และมีการทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงาน ทั้งหมดจะต้องถูกดำเนินคดี ซึ่งเจ้าหน้าที่มีหลักฐานหมดแล้ว” พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก ระบุ

สิ้นสุดถ้อยแถลงไม่นาน เวลาประมาณ 15.00 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พญาไท เริ่มต้นปฏิบัติการเชิงรุก เข้าเจรจากับพ่อค้าแม่ค้าที่อยู่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิให้เก็บข้าวของสัมภาระออกจากพื้นที่ทันที

นอกจากนี้ ได้ประสานให้ห้างสรรพสินค้าโดยรอบปิดทำการ ให้รถประจำทาง รถตู้ และประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้องออกนอกบริเวณด้วยเช่นกัน ขณะเดียวกันมีการตรวจค้นประชาชนในละแวกนั้นว่าเป็นผู้ที่มารอชุมนุมหรือไม่ เช่น ตรวจค้นกระเป๋าว่ามีกระดาษ ใบปลิว หรือป้ายโจมตีเจ้าหน้าที่หรือไม่

ขั้นที่สองของปฏิบัติการ เวลาประมาณ 15.30 น. กำลังผสมทหารและตำรวจกว่า 1,000 นาย เคลื่อนเข้าควบคุมพื้นที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ พ.อ.สมบัติ ธัญญะวัน ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ ระบุว่า ใช้กำลังเจ้าหน้าที่ทหาร 4 กองร้อย ตำรวจ 5 กองร้อย เทศกิจ 100 คนโดยจะตรึงกำลังจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

เวลาเดียวกัน มีคำสั่งปิดการจราจร 4 เส้นทางรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ได้แก่ 1.สามเหลี่ยมดินแดง 2.แยกพญาไท 3.แยกตึกชัย 4.แยกสะพานควาย โดยจะปิดไปจนกว่าการชุมนุมจะสิ้นสุด

กระทั่งเข้าสู่เวลานัดหมาย 17.00 น. ถนนรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เงียบสงัด ไม่มีมวลชนกลุ่มต่อต้านมาชุมนุมแม้แต่รายเดียว จนถึงเวลาประมาณ 18.00 น. มีหญิง 2 ราย และชายชาวต่างชาติ 1 ราย ออกมาถือป้ายต่อต้านรัฐประหารที่ฝั่งโรงพยาบาลราชวิถีส่งผลให้ถูกควบคุมตัวไป ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเปิดถนนให้สัญจรได้ตามปกติในเวลา 18.20 น.

ขณะที่ในโซเชียลมีเดียส่งข้อความต่อกันว่า ให้ยกเลิกการชุมนุมที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และให้ย้ายไปหน้าสยามพารากอนแต่ที่สุดแล้วไม่มีมวลชนไปร่วมชุมนุม

แม้ว่าใจกลางเมืองหลวงจะไม่มีผู้ออกมาต่อต้านรัฐประหาร แต่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ กลับมีนักศึกษาในนามกลุ่มศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาเพื่อประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย (ศนปท.) ร่วม 100 คน ออกมาชุมนุมตั้งแต่เวลา 15.00 น.

แรกเริ่มนักศึกษาได้ใช้ลานโพธิ์จัดกิจกรรม แต่เวลาต่อมาถูกเจ้าหน้าที่ไล่ออกนอกมหาวิทยาลัย และความวุ่นวายเริ่มเกิดขึ้นเมื่อผู้แทน ศนปท. ได้เข้าเจรจาขอใช้พื้นที่อีกครั้งแต่เจ้าหน้าที่ไม่ยินยอม หนึ่งในนักศึกษาตะโกนขึ้นว่า “มหาวิทยาลัยประชาชน เราจะมาเปิดตำนานลานโพธิ์อีกครั้ง” บรรยากาศจึงเริ่มคุกรุ่น

ความชุลมุนเกิดขึ้นอีกครั้งเวลาประมาณ 16.30 น. เมื่อชายสูงอายุคนหนึ่งขี่มอเตอร์ไซค์มาจอดบริเวณพื้นที่กิจกรรมพร้อมหยิบนกหวีดมาเป่า ทำให้ประชาชนไม่พอใจ อย่างไรก็ดีก่อนจะมีการลุกฮือเข้าถึงตัว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้ามาห้ามปรามและพาชายคนดังกล่าวออกจากพื้นที่ โดยการชุมนุมยุติลงในเวลา 17.00 น.

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค.เป็นต้นมา มีการจับกุมผู้ที่ชุมนุมต้านรัฐประหารแล้ว 11 ราย ปล่อยตัวแล้ว7 ราย โดยเจ้าหน้าที่จะทยอยปล่อยหลังควบคุมตัวครบ7 วัน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท