posttoday
เจ้าหน้าที่-แกนนำเสียวสันหลัง ความรุนแรงทำลายความเชื่อใจ

เจ้าหน้าที่-แกนนำเสียวสันหลัง ความรุนแรงทำลายความเชื่อใจ

23 พฤษภาคม 2553

แม้จะมีการประกาศภาวะฉุกเฉิน และสั่งห้ามประชาชนออกนอกเคหสถานในช่วงกลางคืนในพื้นที่ กทม. ภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวม 22 จังหวัด แต่สถานการณ์ความวุ่นวายก็ยังปรากฏให้เห็น แม้จะมีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง จัดตั้งเป็นกองกำลังจังหวัดตาม พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่กำลังเจ้าหน้าที่ก็ไม่เพียงพอที่จะสกัดการก่อเหตุได้อย่างทั่วถึง หลายพื้นที่จึงยังปรากฏเหตุวุ่นวาย

ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าวนี้ หน่วยงานความมั่นคงทั้งกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ระดับจังหวัด ตำรวจและกลไกของฝ่ายปกครอง ได้ใช้วิธีเชิญแกนนำมวลชนฝ่ายเสื้อแดงมาชี้แจง และขอความร่วมมือมิให้กระทำการใดๆ ที่จะเป็นการฝ่าฝืนประกาศภาวะฉุกเฉิน ซึ่งส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือ รับปากว่าจะควบคุมเครือข่ายมิให้กระทำการใดๆ ในลักษณะก่อความวุ่นวาย

“เราใช้วิธีการขอร้องว่าเพื่อให้อยู่ร่วมกันได้ ต้องร่วมมือกันและสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจกัน เพราะขณะนี้อยู่ในภาวะฉุกเฉิน ซึ่งส่วนใหญ่รับปากว่าจะร่วมมือดี” เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงในพื้นที่ประกาศภาวะฉุกเฉิน เปิดเผยถึงวิธีการควบคุมสถานการณ์ในระยะเฉพาะหน้า

เขาบอกว่า ข้อสงสัยว่าทำไมเจ้าหน้าที่จึงไม่จัดการกับกลุ่มที่เคลื่อนไหวให้เด็ดขาด เป็นเพราะมีทหารแตงโม หรือตำรวจมะเขือเทศ ซึ่งอาจจริงเพียงส่วนหนึ่ง แต่จะต้องเข้าใจด้วยว่า การใช้มาตรการเด็ดขาด ไม่อาจทำได้ผล 100% ด้านหนึ่งอาจเป็นการละเมิดสิทธิจนเกินควร ขณะเดียวกันกำลังเจ้าหน้าที่ และพยานหลักฐานก็ไม่เพียงพอจะดำเนินการเช่นนี้ รวมทั้งต้องสร้างความเชื่อมั่นกับผู้ที่เชื่อว่าพร้อมจะให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เพื่อประโยชน์ในด้านข้อมูลข่าวสารอื่นๆ ที่จะช่วยสกัดกั้นการก่อเหตุ

“เราเองก็ขู่เหมือนกันว่าจะใช้มาตรการเด็ดขาดหากเตือนกันแล้วขอกันแล้วยังมีการก่อความวุ่นวายขึ้นมาอีก หลายพื้นที่มีการประกาศเขตปราบปรามขั้นเด็ดขาด ซึ่งหมายถึงการใช้อาวุธ หากมีการกระทำที่เห็นว่าจะก่อความรุนแรง เช่น วินาศกรรมสถานที่ราชการและสถานที่สำคัญอื่นๆ”

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า แม้จะมีการสร้างความเชื่อใจกันและกัน แต่ก็ใช่ว่าจะวางใจได้ เพราะกลุ่มที่เคลื่อนไหวมิได้มีเพียงกลุ่มเดียว อีกทั้งในภาวะขาดแกนนำหลัก เพราะหลายคนถูกออกหมายจับและยังหลบหนีอยู่ อาจมีกลุ่มอื่นๆ ขึ้นมาก่อเหตุได้ กรณีเหตุการณ์ที่มวลชนในหลายจังหวัดลุกฮือขึ้นก่อความรุนแรงก็เป็นที่เห็นแล้วว่า ภาวะที่ขาดแกนนำหลัก แกนนำระดับรองๆ ลงมาก็แตกแยกประสานกันไม่ได้ จนทำให้ไม่สามารถควบคุมมวลชนได้

“ผมได้ขอร้องอย่างจริงจังว่าทุกคนจะต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตา มีข้อมูลอะไรให้แจ้งทันที เพราะหากเกิดอะไรที่มันเป็นการฝ่าฝืนขึ้นมา ข้อตกลงที่สัญญากันไว้ก็จะต้องยกเลิก อาจถึงขั้นต้องควบคุมตัวหากปรากฏข้อมูลว่ามีการเชื่อมโยงถึงกัน เพราะระยะนี้ยังมีอำนาจตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินที่เราจะใช้อำนาจได้เพื่อป้องกันความวุ่นวาย หรือบางรายที่ถูกดำเนินคดีเราก็ช่วยเหลือผ่อนปรนไม่ตั้งข้อหาที่รุนแรงโทษหนัก เขาก็เชื่อใจและยอมร่วมมือ สิ่งที่น่าห่วงอย่างยิ่งคือ อาจมีบางกลุ่มฉวยโอกาสก่อเหตุขึ้นมาเพื่อทำลายความเชื่อมั่นระหว่างกันนี้ เราจึงต้องเน้นให้ผู้ที่ถูกเชิญตัวมาเห็นถึงความจำเป็นที่เขาจะต้องให้ความร่วมมือ แจ้งข้อมูลกับเราทันทีที่รู้เห็นความเคลื่อนไหว ซึ่งเชื่อว่าน่าจะป้องกันได้”

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท