
จัดชุดไล่ล่าสกัดแก๊งป่วนกรุง!
8...อิทธิกร เถกิงมหาโชค
เหตุจลาจลที่ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดทั่ว กทม. ตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่ 19 พ.ค. ต่อเนื่องเช้าตรู่วันที่ 20 พ.ค.ที่ผ่านมา สร้างความวุ่นวายและก่อให้เกิดความเสียหายไปทั่วเมือง กลุ่มคนผู้ไม่หวังดีเผาอาคารสถานที่ ห้างสรรพสินค้า โรงแรม ธนาคาร ฯลฯ จนเสียหายถึงขั้นวิกฤต เป็นเหตุให้รัฐบาลต้องออกข้อกำหนดตามความใน มาตรา 9 (1) ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง ห้ามบุคคลใน กทม.และจังหวัดที่กำหนดออกนอกเคหสถานจนถึงวันที่ 23 พ.ค.นี้
ตามรายงานของ กทม.พบมีอาคารสถานที่ถูกวางเพลิง 36 จุดทั่วกรุง ธนาคาร 17 สาขาถูกเผา และโรงภาพยนตร์สยามสแควร์ ศูนย์การค้า 2 แห่ง คือ ห้างเซ็นทรัลเวิลด์ ย่านราชดำริ และห้างเซ็นเตอร์วัน รวมทั้งร้านก๋วยเตี๋ยว ย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ร้านสะดวกซื้อ ตลอดจนตู้เอทีเอ็มธนาคาร ถูกคนร้ายทุบขโมยสินค้า เครื่องอุปโภคบริโภคและเงินสดไป ทิ้งไว้เพียงซากประตูที่ถูกงัดแงะ แต่ตำรวจกลับจับมือใครดมไม่ได้ !
พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการแทน ผบ.ตร. มีคำสั่งกำชับในเรื่องการจัดตั้งด่าน และชุดเคลื่อนที่เร็วเพื่อป้องกันกลุ่มบุคคลที่ออกมาทำลาย เผา ธนาคาร ร้านค้า และได้สั่งชุดปฏิบัติการในสังกัด กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) และ บช.ภ.ที่รับผิดชอบ 24 จังหวัด ที่มีคำสั่งประกาศของรัฐบาลให้เพิ่มความระวังพื้นที่รับผิดชอบ และให้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างในพื้นที่อื่น
พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) บอกว่า อาชญากรรมที่เกิดขึ้นตำรวจพื้นที่ไม่สามารถปัดความรับผิดชอบได้ แต่ปัญหาในช่วงเกิดเหตุคือ เจ้าหน้าที่เข้าพื้นที่ได้ลำบาก เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่ทหารที่ใช้อำนาจตามประกาศของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ปิดกั้นพื้นที่ไม่อนุญาตให้เข้าไป เนื่องจากมีเหตุยิงปะทะกัน
สาเหตุนี้เองทำให้สายตรวจเข้าตรวจสอบลำบาก และจับกุมเหตุซึ่งหน้าไม่ได้ จนถูกมองว่าตำรวจละเลยหน้าที่ แต่ความจริงแล้วในช่วงข้ามเช้าวันที่ 20 พ.ค. ตำรวจก็กระจายกำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่จนได้ และยังคอยดูแลความปลอดภัยให้เจ้าหน้าที่สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม.เข้าดับเพลิงในที่เกิดเหตุ
แม้ว่าสถานการณ์ขณะนี้จะคลี่คลายลงแล้วก็ตาม แต่ยังมีกลุ่มมิจฉาชีพอาศัยสุญญากาศระหว่างการเตรียมคืนพื้นที่ให้ กทม.และ บช.น.ออกมาก่ออาชญากรรมทั้งทุบตู้เอทีเอ็ม ปล้นสะดมร้านค้า ขณะนี้ยังมีบางพื้นที่อันตราย ยังห้ามประชาชนเข้าไปอยู่ในความรับผิดชอบกองบังคับการตำรวจนครบาล (บก.น.) 1256 ในย่านแยกราชประสงค์ ถนนพระราม 4 สามย่าน บ่อนไก่ ราชปรารภ สามเหลี่ยมดินแดง อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ซึ่งกำลังตำรวจทยอยเข้าพื้นที่ต่อจากเจ้าหน้าที่ทหาร เพื่อวางกำลังป้องกันอาชญากรรมและการก่อความวุ่นวาย
พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษก บช.น. บอกว่า บช.น.ได้รับมอบนโยบายจาก ศอฉ. เน้นมาตรการเด็ดขาดจัดการกับผู้ฝ่าฝืนกฎหมาย โดยจัดชุดเคลื่อนที่เร็ว 700 นาย เป็นชุดไล่ล่า เช่น ชุดเคลื่อนที่เร็ว บก.น.19 และ ชุดปะฉะดะ มีการเสริมอาวุธ มีกำลังอย่างน้อย 50 นาย ใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ มีกำลังพลที่ถูกฝึกมาเป็นอย่างดี เพื่อเตรียมไว้แก้ปัญหาอย่างฉับพลันออกปฏิบัติหน้าที่ตามจุดตรวจทั่ว กทม.แล้ว
ทั้งนี้ เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่จะเกิดขึ้นซ้ำซ้อน โดยทำงานร่วมกับหน่วยทหาร กทม. และหน่วยอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งทาง ศอฉ.ได้เตรียมจัดชุดเคลื่อนที่เร็วทหารเป็นชุดเฉพาะกิจสนธิกำลังกับตำรวจ เพื่อกวาดล้างอาชญากรรมร่วมกันด้วย
การแบ่งกำลังของ บช.น.ขณะนี้ ขึ้นตรงกับ ศอฉ. 51 กองร้อย ขึ้นตรงกับกองพันทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) จำนวน 21 กองร้อย นอกนั้นขึ้นตรงกับศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้านครบาล (ศปก.สน.) 30 กองร้อย มี พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น. เป็นผู้ควบคุมสั่งการและอีก 10 กองร้อย ขึ้นตรงกับ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการแทน ผบ.ตร. เป็นผู้ควบคุมสั่งการ โดยมีการประสานการปฏิบัติร่วมกันอยู่ตลอดเวลา มีการสับเปลี่ยนกำลังทำหน้าที่ทุก 7 วัน
ทั้งนี้ ชุดเคลื่อนที่เร็วของทุกสถานีตำรวจ 88 แห่ง และ บก.น.19 ถูกสั่งให้ลงพื้นที่เต็มอัตราทั้งหมด เพื่อมุ่งเน้นคลี่คลายปราบปรามอาชญากรรมและการก่อความวุ่นวายตามเวลาที่ ศอฉ.ประกาศห้ามออกนอกเคหสถาน 21.0005.00 น. จะมีตำรวจสายตรวจเคลื่อนที่เร็วตระเวนตรวจพื้นที่ตามถนนต่างๆ ตรอกซอกซอย ทางร่วมทางแยก พร้อมพกพาอาวุธปืนเพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สินต่างๆ หากมีเหตุร้ายเกิดขึ้น
สำหรับอัตราโทษของผู้ก่อเหตุวางเพลิงเผาทรัพย์ที่เป็นสถานที่ราชการ เช่น ศาลากลางจังหวัด สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) โรงมหรสพ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 218 บัญญัติว่ามีโทษถึงประหารชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ 520 ปี ส่วนการวางเพลิงมีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 7 ปี และมีโทษปรับ
อย่างไรก็ดี พล.ต.ท.ตรีทศ รณฤทธิชัย ผบช.ตำรวจสันติบาล วิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์ขณะนี้ว่า ความเคลื่อนไหวของกลุ่ม นปช.ไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง แม้จะมีแกนนำ นปช.บางคนหลบหนีไปได้ แต่เชื่อว่าจากการตรวจสอบการข่าวทุกจังหวัด ยังไม่มีการเคลื่อนไหวของกลุ่ม นปช. แม้จะมีกลุ่มแดงสยามนัดเคลื่อนไหวแต่ก็ไม่น่าเป็นห่วง ได้สั่งให้ตำรวจสันติบาลจับตาอย่างใกล้ชิดแล้ว







