posttoday
'ทักษิณไม่เลิกก็ค่อยๆแก้'

'ทักษิณไม่เลิกก็ค่อยๆแก้'

23 พฤษภาคม 2553

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ได้เล่าถึงนาทีเบื้องหลังการปฏิบัติภารกิจกระชับวงล้อมของ ศอฉ. จนนำมาสู่การยอมสลายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ราชประสงค์ในวันที่ 19 พ.ค. ว่า

“การวางแผนครั้งนี้เราได้เตรียมการกระชับวงล้อมไว้ 3 วง โดยวงแรกประกอบด้วย ด้านเหนือ เริ่มตั้งแต่ แยกราชเทวี ไปตามถนนเพชรบุรี จนถึงแยกขึ้นทางด่วนเพชรบุรี ทางทิศใต้ ตั้งแต่แยกทางขึ้นทางด่วนเพชรบุรี ตามถนนวิทยุ จนกระทั่งสี่แยกถนนวิทยุ เรื่อยมาจนถึงถนนพระรามที่ 4 จนถึงแยกสามย่าน และขึ้นเหนือไปบรรจบจุดเริ่มต้นตามถนนพญาไท จนกระทั่งถึงแยกราชเทวี

“เป็นการเอาบทเรียนจากเหตุการณ์วันที่ 10 เม.ย. ที่เจ้าหน้าที่เสียชีวิตมาก ในการขอพื้นที่คืนย่านสะพานผ่านฟ้าลีลาศ มาเป็นยุทธวิธี คือให้ตั้งวงล้อม แล้วสถาปนาค่ายบุกเข้าไปเพื่อทอดเวลาให้กลุ่มผู้ชุมนุมยอมยุติการชุมนุม

ปฏิบัติการกระชับวงล้อมวงแรกเกิดขึ้นในวันที่ 14 มี.ค.

นายสุเทพ บอกว่า “วันนั้นเขาบุกโจมตีเจ้าหน้าที่อย่างหนัก

“พอเราเริ่มขยับเข้าวงล้อมแรกเขาก็มาโจมตี ที่เขาตายไม่ใช่ว่าเราบุกเข้าไปโจมตีเขานะ แต่เขาบุกมาโจมตีเรา เข้าไปเราก็ไปตั้งที่มั่นสถาปนาด่าน แต่เราถูกโจมตีตรงนี้ ที่เขาเสียหายเพราะเราได้บทเรียนจากวันที่ 10 เม.ย.แล้ว เมื่อเขาถืออาวุธเราก็ต้องจัดการ ที่เราถูกโจมตีหนักที่สุดคือ ราชปรารภไม่ใช่บ่อนไก่ แต่ว่ากองกำลังที่แข็งที่สุดของเราคือ กองพลที่ 1 รักษาพระองค์อยู่ตรงนั้น ด้านกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ รับผิดชอบพระราม 4 ถูกโจมตีรองลงมา

“ผมกินอยู่กับทหารทุกมื้อ กินนอนอยู่ด้วยกัน ทำงานด้วยกันหัวทิ่ม ปรึกษาหารือกันตลอดเวลา ไม่มีปัญหาอะไร ทำตั้งแต่เช้าจนมืดค่ำแยกย้ายกันไป นอนแล้วตี 2 ตี 3 ยังต้องโทร.หากันอีกว่าเรื่องนั้นเป็นอย่างนั้น เรื่องนี้เป็นอย่างนี้ ทหารให้เราเต็มที่ แต่การปฏิบัติการเรื่องเทคนิคต่างๆ เป็นเรื่องของเขา”

พอเอ่ยว่า มันมีหลายจุดที่รัฐบาลต้องอธิบาย เช่น มีคนที่ไม่ได้ถืออาวุธวิ่งเข้าไปแล้วถูกยิงที่ศีรษะ

เขาตอบเลยว่า “ผมเรียนยืนยันได้ จะเชื่อผมไม่เชื่อผมก็แล้วแต่ แต่ผมเอาเกียรติผมเป็นประกันว่า สิ่งที่เรากำชับกันมากคือ เจ้าหน้าที่ทหารไม่มีเลยที่ยิงประชาชนที่มีอาวุธ”

อันนี้แน่นอน เด็ดขาด ไม่มี

“วันที่เข้าไปกระชับครั้งสุดท้ายยังกำชับด้วยว่าแนวตรงไหนที่ห้ามใช้อาวุธโดยเด็ดขาด เช่น ที่ประตูน้ำห้ามยิงโดยเด็ดขาด กองพลที่ 1 ห้ามตอบโต้โดยเด็ดขาดเพราะเรากลัวว่าเขาจะกวาดต้อนเอาเด็กผู้หญิงมาข้างหน้า เพียงแต่เราไม่ได้ประกาศ ข้างวัดก็ห้ามยิงเด็ดขาด มีแต่ทางนี้ถ้ายิงมาก็ยิงไป ตอบโต้ได้เต็มที่

“พระราม 4 เพราะเราสำรวจมาก่อนว่ามันมีตัวจริงอยู่เยอะ ผมได้เห็นหลายครั้งกับตาว่าเขาไม่ทำ วันที่ 10 เม.ย. กรณีนั้นเป็นคำตอบที่ดีที่สุด วันนั้นถ้าเขามีอารมณ์และกราดไปอย่างเดียวก็เสียหายเยอะ ก็ยอมกระทั่งโดยยึดอาวุธไป คุณเห็นไหมทหารที่อยู่บนรถที่ดินแดงถืออาวุธกอดกับตัวไว้เฉยๆ แต่ถูกทุบแทบตาย

“ผมให้ความมั่นใจได้ว่าคนที่ทำมันเลวร้ายจริงๆ มันต้องการเพิ่มยอดคนเสียชีวิต”

ที่วัดปทุมวนาราม ก็มีภาพออกมาว่าทหารยิงมาจากแนวรถไฟฟ้า ?

“มีคนพูดอย่างนั้นแต่ผมได้สอบถามแล้วเวลาเราเข้าไปทำงานเมื่อวันที่ 19 พ.ย. เวลาบ่าย 3 โมง ตอนแรกประมาณ 11 โมง พอก่อนที่เขาจะมอบตัวเราหยุดยิงสั่งเสร็จว่าไม่ต้องเคลื่อนที่ต่อเพราะว่าเดี๋ยวจะไปกระทบต่อสถานการณ์ที่เขากำลังประกาศจะยุติ แล้วพอเขายุติแล้วถึงจะสั่งเคลื่อน ปรากฏว่าหลังบ่าย 3 โมงเหลืออยู่ 2,000 กว่าคน ก็ให้หยุดแค่นั้น ถ้าเข้าไปกลางคืนจะมีปัญหา ไอ้ที่อยู่บนสกายวอล์กนั้นกรุณาเข้าใจว่าเรายึดได้ไม่ทั้งหมด เราเข้าไปสองด้านคือเพลินจิตกับศาลาแดง

“ยังไม่เข้าถึงราชประสงค์

“ทางด้านมาจากสยามสแควร์มาถึงแค่ทางขึ้นทางลง แต่ด้านบนยังเข้าไม่ได้ เรื่อง 6 ศพที่วัดปทุมฯ ปล่อยข่าวตั้งแต่แรก เรายังไม่รู้แม้กระทั่งว่ามีคนตาย 6 ศพ

“ทหารนี่นะผมจะบอกคุณเลยนับกระสุนเลย ยิงกี่นัด หน่วยไหนยิงกี่นัด ยิงอย่างไร เป็นอย่างไรได้หมด และหน่วยที่มีความสามารถจะยิงได้ เขาเรียกว่าพลแม่นปืนระวังป้องกัน เขาจะเตรียมยิงจากที่สูงเพื่อป้องกัน เพราะเขามีพวกนั้นเตรียมยิงเราจากที่สูงเหมือนกัน วันนั้น (วันที่ 19เม.ย.) ยิงไป 7 นัดเอง เขาบอกได้หมดว่ายิงจากตรงไหนไปตรงไหน และก็ไม่ได้ยิงถูกคน”

พอถามว่า ใช้พลแม่นปืนกี่คนจากหน่วยไหน ?

เขาก็ตอบทันทีว่า “จากทุกหน่วย แต่มันมีหน่วยพิเศษหน่วยหนึ่ง เราก็ต้องชี้แจงไปเรื่อยๆ ที่บอกว่าไม่มีอาวุธก็ให้เห็น ทราโวหายไป 2425 กระบอก ก็ต้องตามจับกันไป สอบสวนไปว่าปืนไปอยู่ที่ไหน ค่อยๆไป”

วันที่ตายเยอะๆ วันที่ 14 พ.ค. เป็นไงเพราะว่าเสียชีวิตจำนวนมาก ?

“กระชับวงแรก มันเข้าโจมตี มันเห็นวันที่ 10 พ.ค. มันย่ามใจ มันนึกว่าหมู แต่เราเตรียมการมาก ที่ช้าอยู่เพราะเตรียมการ อย่างวันที่ 19 พ.ค. ผมก็ดีใจนึกว่าไม่มีคนเสียชีวิต มันมาตูมหนึ่ง นักข่าวอิตาเลียนเสียชีวิต ทหารเสียชีวิตพร้อมกัน ผมนี่หงายท้องเลย”

เมื่อเปิดภาพทหารยืนบนสกายวอล์กมาให้ดู

ก็มีคำตอบว่า “ผมคิดว่าภาพนี้เป็นภาพที่ทหารกำลังเดินมาจากศาลาแดงเพราะต้องคุ้มกันหน่วยที่อยู่ด้านล่าง เพราะถ้าไม่ขึ้นจากด้านบนด้วยพวกนั้นยิงมาจากด้านบนเราตายหมด อันนี้สบายอธิบายได้ อันนี้เห็นปุ๊บผมตอบได้เลยว่าเดินมาจากศาลาแดง ที่สีลมที่ตึกบากกอกเคเบิลมีคนล้อมอยู่ข้างล่าง 500600 คน หน่วยซุ่มยิงของมันอีก”

พอบอกว่า ที่ตึกเคี่ยนหงวนก็มีคนถ่ายรูปได้ ที่ตรงนั้นจับได้เข้าใจว่า 1819 คน ถ้าจับไม่ได้คนจะคิดว่ากุสถานการณ์ขึ้น นายสุเทพก็ตอบเสียงดังว่า “จนถึงขนาดนี้คุณยังคิดว่าเรากุเรื่องขึ้นหรือ เราจับคนได้ คนต่างชาติเราก็จับได้

“คนสั่งคนสุดท้ายคือผม เราทำแผนมาว่าเราจะทำวงล้อม 3 วง วันแรกกระชับเข้าไป วันที่ 14 พ.ค. พอเราล้อมได้เราก็ทอดเวลาเพื่อให้โอกาสเขาว่าเรากระชับเข้ามาแล้วนะ คุณเติมคนไม่ได้แล้วนะ คุณส่งกำลังบำรุงไม่ได้ คุณควรจะเลิกแล้ว

“พอเรากระชับวงล้อมที่หนึ่งแล้วก็ให้เวลาเขามาก เขาควรจะคิดได้แล้วว่าเติมกำลังคนไม่ได้ ส่งกำลังบำรุงไม่ได้ กองทัพมดหิ้วไปทีละถุง 10 ถุงก็เดือดร้อนเขา แต่เขาไม่มีทีท่า นายกฯ บอกเส้นตายวันที่ 17 พ.ค. เวลา 15.00 น. พ้นเส้นตายมาแล้วก็ยังไม่ถอย เราก็ยังเว้นวันที่ 18 พ.ค. ให้อีกวัน ตอนนั้นคนด่ายับไม่ต้องพูดถึง ผมนี่ทุกสายเลย ส่วนนายกฯ นั้นไม่ได้นอนอยู่แล้ว

“เราเตรียมการเป็นขั้นเป็นตอน

“พอถึงวันที่ 19 พ.ค. ก็กระชับวงล้อมครั้งที่สอง ตั้งใจให้ไปถึงถนนสารสิน สวนลุม โดยหวังว่าจะยึดสวนลุมคืนให้ได้เพราะเป็นพื้นที่ที่เขาใช้ยิงเอ็ม 79 เข้ามาจนมีคนเสียชีวิตและบาดเจ็บ

“วงล้อมที่สองแนวอยู่ที่ถนนสารสิน อีกด้านมาถึงถนนวิทยุ ปทุมวันก็เข้ามา 100 เมตร อังรีดูนังต์ก็จะมาถึงซอยเล็กๆ ที่อยู่แถวนั้นเพื่อเปิดให้โรงพยาบาลจุฬาฯ ทำงานได้ ทางสยามก็มาถึงบริเวณหน้าโรงหนังสยาม

“ส่วนวงที่สาม ก็ขยับจากปทุมวันเข้ามาอีกแต่ไม่ถึงไข่แดงเลย ที่ยังไม่กำหนดเพราะต้องทิ้งช่วงให้เขาตัดสินใจยุติการชุมนุม แต่ไม่ทันได้ทำเขาก็ยอมมอบตัวก่อน”

เวลาไล่หลังมาถึง 17.00 น.ก็หมดเวลา ต่างคนต่างลุกขึ้น นายกฯ ไปก่อนแล้ว นายสุเทพก็เตรียมขยับเลยถามคำถามสุดท้ายว่า คาดการณ์ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป

คำตอบที่ได้คือ “จากนี้ไปเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ต้องดูแล ควบคุมสถานการณ์ต่อไป คิดว่าน่าจะคุมสถานการณ์ได้

“สองการดำเนินคดี แน่นอนว่ามีความคืบหน้าไปมากเพราะมีหน่วยงานต่างๆ มาร่วมกัน 13 หน่วย และผู้ถูกจับกุมได้ก็ให้การเป็นประโยชน์อย่างมากก็จะมีการขยายผลติดตามจับกุมกันต่อไป

สาม ต้องเร่งเดินหน้าแผนปรองดองต่อไป เมื่อสถานการณ์เย็นลง ทุกอย่างจะดีขึ้นซึ่งก็คงจำเป็นที่ต้องคง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไว้อีกสักระยะ”

“ถ้าทักษิณยังไม่เลิกก็ต้องค่อยๆ แก้กันไป”

เขาทิ้งท้ายก่อนลุกจากไป

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท