
ต้องพิสูจน์
ปฏิเสธไม่ได้ถึงการดำรงอยู่ของความแตกแยกอย่างร้าวลึกของคนในสังคม อันเนื่องมาจากความเห็นแตกต่างทางการเมือง จนนำไปสู่ความขัดแย้ง ความรุนแรง และจบลงด้วยความเสียหายอย่างยับเยิน
การตัดสินใจใช้กำลังทหารปฏิบัติการยุติการชุมนุมของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ซึ่งตามมาด้วยความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินมากที่สุดในประวัติศาสตร์ทางการเมืองของชาติไทย
สิ่งที่เกิดขึ้นย่อมมีทั้งผู้พึงพอใจในความเฉียบขาด
ขณะเดียวกันยอมมีผู้โกรธแค้นคับข้องใจในสิ่งที่เกิดขึ้น
วันนี้รัฐบาลหรือผู้กุมอำนาจรัฐอาจกำลังชื่นชมในความสำเร็จในการยุติบทบาทของกลุ่มคนเสื้อแดงที่เข้ามายึดครองพื้นที่ศูนย์กลางทางธุรกิจของกรุงเทพฯ นำคืนมาซึ่งความสงบอีกครั้งหนึ่ง
หากคิดเช่นนั้นย่อมเป็นการคิดเข้าข้างตัวเองเกินไป
วันนี้มีคำถามมากมายเกิดขึ้นในสังคม และล้วนแล้วแต่เป็นคำถามที่รัฐบาลต้องมีคำตอบ หรือในบางคำถามรัฐบาลมีหน้าที่ต้องคลี่คลายความคลางแคลงใจ
ประการหนึ่ง คือ ความรุนแรงซึ่งเกิดขึ้นในพื้นที่การชุมนุมบริเวณสี่แยกราชประสงค์ ตลอดจนบริเวณโดยรอบซึ่งมีการปะทะกันระหว่างมวลชนคนเสื้อแดงกับกำลังทหารนั้น ทางการพยายามสื่อให้เห็นว่ากลุ่มคนเสื้อแดงมีการสั่งอาวุธสงครามร้ายแรงจำนวนมหาศาล ทั้งจากที่ยึดได้จากทหาร และอาวุธที่ซ่องสุมไว้ล่วงหน้า
หากแต่ในช่วง 23 วันของการปฏิบัติการขอพื้นที่คืน การตอบโต้จากกองกำลังของกลุ่มคนเสื้อแดงกลับหาได้มีความร้ายกาจ รุนแรง เชี่ยวชาญทางยุทธวิธี ดังภาพที่ทางการสร้างขึ้นก่อนหน้าว่ากองกำลังติดอาวุธนี้มีความเชี่ยวชาญและมีกำลังคนมากถึง 500 คน
กลุ่มกองกำลังก่อการร้ายเหล่านี้หากมีอยู่จริง เวลานี้อยู่ที่ใด ทำไมหายไปราวกับไม่มีตัวตนมาก่อน อาวุธจำนวนมากหายไป หายไปไหน คนและอาวุธเหล่านี้เล็ดลอดผ่านกำลังทหารที่ขึงตรึงแทบทุกตารางเมตรไปได้อย่างไร
มิคสัญญีที่เกิดขึ้นในช่วง 2 วัน ไฉนจึงมีแต่ความรุนแรงไร้รูปแบบ เป็นเสมือนการก่อจลาจลของฝูงชนที่โกรธเกรี้ยว เผา ทำลายทรัพย์สิน ปล้นชิงข้าวของประชาชน
จากนี้ไปเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องพิสูจน์ถึงความมีอยู่จริงของกองกำลังก่อการร้าย ขบวนการ และเส้นทางบังคับบัญชาว่ามีใครผู้ใดเกี่ยวข้อง เพื่อนำตัวเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายอย่างจริงจังและเฉียบขาด หากรัฐบาลไม่สามารถกระทำได้ สิ่งที่รัฐบาลเคยยืนยันไว้แต่แรกจะกลับมาเป็นเงื่อนตายผูกมัดรัฐบาลนี้ให้ดิ้นไม่หลุดจากการยุติการชุมนุมด้วยความรุนแรง







