
อนาคตของชาติอยู่ในมือคุณ
ไม่มีใครอยากเห็นรัฐประหารเกิดขึ้นในไทยอีก นั่นคือความปรารถนา แต่ความเป็นจริงกับความต้องการของคนบางทีก็สวนทางกันเสมอ เราปรารถนาที่จะรักษาไว้ซึ่งระบอบ ประชาธิปไตย แต่ความปรารถนานั้นไม่อาจบรรลุผลได้หากทุกฝ่ายไม่ช่วยกันทำ ทหารก็ไม่อยากยึดอำนาจเพราะไม่ใช่เรื่องสนุก แม้ประชาชนจำนวนไม่น้อยได้เรียกร้องให้ทหารออกมาก่อนหน้านี้ ทหารอดทนจนถึงที่สุดท่ามกลางเสียงเสียดสีว่าไม่เอาไหน แต่ถึงจุดหนึ่งก็ทนต่อไปไม่ไหว เพราะชาติบ้านเมืองกำลังจะพังไปต่อหน้าต่อตาจากฝีมือของนักการเมือง ทหารซึ่งเป็นสถาบันหลักคู่กับสถาบันกษัตริย์และเป็นเครื่องมือสุดท้ายจึงออกมาช่วยบ้านเมือง
ไม่มีใครอยากเห็นรัฐประหารเกิดขึ้นในไทยอีก นั่นคือความปรารถนา แต่ความเป็นจริงกับความต้องการของคนบางทีก็สวนทางกันเสมอ เราปรารถนาที่จะรักษาไว้ซึ่งระบอบ ประชาธิปไตย แต่ความปรารถนานั้นไม่อาจบรรลุผลได้หากทุกฝ่ายไม่ช่วยกันทำ ทหารก็ไม่อยากยึดอำนาจเพราะไม่ใช่เรื่องสนุก แม้ประชาชนจำนวนไม่น้อยได้เรียกร้องให้ทหารออกมาก่อนหน้านี้ ทหารอดทนจนถึงที่สุดท่ามกลางเสียงเสียดสีว่าไม่เอาไหน แต่ถึงจุดหนึ่งก็ทนต่อไปไม่ไหว เพราะชาติบ้านเมืองกำลังจะพังไปต่อหน้าต่อตาจากฝีมือของนักการเมือง ทหารซึ่งเป็นสถาบันหลักคู่กับสถาบันกษัตริย์และเป็นเครื่องมือสุดท้ายจึงออกมาช่วยบ้านเมือง
สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ ไม่ใช่อยู่ๆ มันเกิดขึ้นมาเอง แต่มักจะเป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องจากวันก่อนซึ่งมีพัฒนาการเรื่อยมา ปรากฏการณ์ยึดอำนาจที่เกิดขึ้นย่อมมีที่มาที่ไป หากอยากรู้ว่าทำไมทหารถึงต้องออกมายึดอำนาจในวันที่ 22 พ.ค. 2557 ก็ต้องดูย้อนหลังเป็นสัปดาห์ เดือน ปี หรืออย่างน้อย 6 เดือนที่ผ่านมา เมื่อประชาชน กลุ่มหนึ่งทนไม่ไหวจึงมารวมกันมากสูงสุดนับเป็นล้านคน นั่นเป็นปฏิกิริยาของประชาชนต่อการบริหารงานที่ล้มเหลวเกือบทุกด้านของของรัฐบาลตลอด 2 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลใช้ความรุนแรงกับคนที่เห็นต่างและผู้ชุมนุม จนบาดเจ็บล้มตายรวมกว่า 300 คน อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนสำหรับการชุมนุมที่สงบ สันติ ปราศจากอาวุธ ตามรัฐธรรมนูญ รัฐบาลได้ข่มขู่ คุกคาม ละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างร้ายแรง กฎหมายของประเทศถูกเพิกเฉย รัฐบาลได้เลือกใช้กฎหมายเฉพาะที่เป็นประโยชน์กับตนเท่านั้น แต่ปฏิเสธคำตัดสินที่ตัวเองเสียประโยชน์ ในที่สุดการเมืองก็มาถึงทางตัน
เราเห็นว่า กองทัพมี “เหตุผล ความจำเป็น และความชอบธรรม” ในการยึดอำนาจครั้งนี้ ที่สามารถชี้แจงต่อประชาชนได้ บางคนบอกว่า เป็นการ “ยืมอำนาจ” มาชั่วคราวเพื่อใช้ซ่อมแซมบ้านเมืองที่เสียหายยับเยินจากฝีมือของฝ่ายการเมืองให้เรียบร้อย แล้วก็จะมอบอำนาจนั้นคืนหลังจากมีการปฏิรูปในด้านต่างๆ หรือวางกฎกติกามรรยาทกันใหม่ แก้ไขข้อผิดที่เกิดขึ้น
หากจะตำหนิก็ต้องตำหนิรัฐบาล เพราะรัฐบาลเป็นผู้บริหารที่เลือกจะทำให้บ้านเมืองสงบสุขและสามารถป้องกันรัฐประหารได้ แต่รัฐบาลกลับเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนมากกว่าส่วนรวม ในเมื่อรัฐบาลไม่ยอมลาออกตามที่กองทัพขอร้องเพื่อเปิดทางมีการผ่าทางตันทางการเมือง กองทัพจึงต้องออกมายึดอำนาจเพื่อผ่าทางตันประเทศ ทหารเป็น “ตัวแสดง” ที่ออกมาหลังสุดเพื่อปิดฉาก
เป็นที่น่าเสียดายที่รัฐบาลประชาธิปไตยไม่สามารถรักษาความเป็นประชาธิปไตยไว้ได้ และเป็นที่น่าสังเกตว่า สองรัฐบาลที่นายกรัฐมนตรีมาจากตระกูล “ชินวัตร” ถูกกองทัพยึดอำนาจในปี 2549 และปี 2557 ทั้งที่ได้รับเลือกตั้งมาด้วยเสียงท่วมท้นจากประชาชน แสดงว่าต้องมีอะไรผิดปกติ การที่ประชาชนส่วนใหญ่ให้ฉันทานุมัติหรือให้ตั๋วแก่รัฐบาลเพื่อไปทำสิ่งดีๆ เพื่อบ้านเมืองและความผาสุกของประชาชน แต่รัฐบาลทั้งสองกลับทรยศต่อความไว้วางใจ ความศรัทธาที่ประชาชนมอบให้ ไปหาประโยชน์เข้าตนและพวก ผูกขาดทรัพยากรของชาติที่มีไว้สำหรับคนไทยทุกคนไปใช้เพื่อครอบครัว ใช้อำนาจในทางที่ผิดไปกลั่นแกล้งคนอื่น ทำลายหลักการประชาธิปไตยในทุกด้าน สร้างระบอบเผด็จการเสียงข้างมากขึ้นมาแทน ทำลายระบบราชการและเศรษฐกิจของประเทศ ประชาชนจึงออกมาต่อต้านอย่างกว้างขวางทั่วประเทศ และทหารต้องออกมาช่วยประชาชนโดยยึดอำนาจจากรัฐบาลชุดเก่า
ความล้มเหลวของระบอบประชาธิปไตยไทยเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่เพิ่มสถิติขึ้นมาในโลก ที่นักรัฐศาสตร์กำลังหาเหตุผลว่า ทำไมสิ่งที่เรียกว่าระบอบประชาธิปไตยเมื่อใช้ในหลายประเทศกำลังพัฒนาในเอเชีย ละตินอเมริกา แอฟริกา ยุโรปตะวันออก จึงมีปัญหาและเป็นปัญหาที่คล้ายคลึงกัน ทำไมนักการเมืองในประเทศเหล่านี้จึงกลายเป็นที่รังเกียจของประชาชนทั่วไป ทำไมประชาชนจึงเรียกร้องหาปัญญาชนคนดีมาบริหารประเทศ มากกว่านักการเมืองจากการเลือกตั้งที่เต็มไปด้วยการทุจริตคอร์รัปชั่นและบ้าอำนาจ แม้ว่าสุดท้ายเราจะหนีการเลือกตั้งและนักการเมืองพวกนี้ไม่พ้นก็ตาม
เมื่อกองทัพออกมาช่วยในการแก้ปัญหาบ้านเมืองตามคำเรียกร้องของประชาชน ดังนั้น ประชาชนต้องให้กำลังใจและสนับสนุนกองทัพในการทำหน้าที่ปัดกวาดบ้านเมืองให้สะอาด เอาคนขี้โกงมาเข้าคุกให้ได้ คนเก่งของบ้านเมืองต้องออกมาช่วยกองทัพ อย่างน้อยกองทัพก็มีเจตนาดี มีความมุ่งมั่นที่จะแก้ปัญหาของชาติ 10 วันที่ผ่านมา กองทัพได้ดำเนินการอย่างจริงจัง เด็ดขาด ซึ่งคงไม่ทำให้การยึดอำนาจครั้งนี้เสียของ กองทัพจ่ายเงินค่าข้าวให้กับชาวนาอย่างรวดเร็วทันใจ เรียกว่าได้ใจชาวนาอย่างยิ่ง ต่อไปต้องจับคนโกงในโครงการนี้ทั้งตัวใหญ่ตัวเล็กมาติดคุกให้หมด ยึดทรัพย์นักการเมืองขี้โกงให้เป็นของขวัญกับประชาชน ตรวจสอบทรัพย์สินของนักการเมือง ข้าราชการประจำ ที่ต้องสงสัยว่าทุจริตหรือเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชั่น โดยตรวจสอบย้อนหลังสัก 5 ปี หากชี้แจงไม่ได้ก็ให้ยึดทรัพย์เป็นของหลวงให้หมด เพียงแค่นี้กองทัพก็จะได้ใจประชาชนไปเต็มๆ กองทัพมีเวลาไม่มากนัก ดังนั้น ต้องใช้เวลาที่มีอยู่ “ปฏิรูปประเทศ” ทุกด้านอย่างจริงจัง วางรากฐานประเทศให้มั่นคงก่อนถอยออกไป
หากไม่ต้องการให้มีการยึดอำนาจอีก ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ประชาชนต้องหาทางสนับสนุนให้คนดีขึ้นมีอำนาจ และกันคนไม่ดีไม่ให้มีอำนาจ เพราะ 9 ปีที่ผ่านมา พิสูจน์ได้ชัดเจนแล้วว่า คนไม่ดีเมื่อขึ้นมีอำนาจนั้นทำชาติบ้านเมืองจนเสียหายยับเยินเพียงใด ประชาชนต้องไม่ทำผิดซ้ำแล้วซ้ำอีก







