
อภิสิทธิ์-สุเทพ เผยเบื้องหลังวันฝ่ากลียุค
หลังฝุ่นควันการจลาจลสงบลง บ่ายวันเสาร์ที่ 22 พ.ค. หลังแถลงกับคณะทูตเสร็จ สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ก็มีชั่วโมงว่างสั้นๆ ให้เราได้สนทนาก่อนจะเข้าประชุมคณะทำงานรอบต่อไปในเวลา 5 โมงเย็น ระหว่างเล่าเบื้องหลังฝ่าวันวิกฤตกลียุคประเทศไทย โดยอธิบายแผนงานที่ผ่านมาให้ฟัง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ก็เปิดประตูห้องที่ศูนย์บัญชาการ ศอฉ. ที่กองพลทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ เข้ามา
เมื่อถามถึงเบื้องหลังการเจรจาและข้อกล่าวหาจาก สว.บางคนว่า หักหลังการเจรจา อภิสิทธิ์ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวแลดูผอมไปเยอะเลย เล่าเบื้องหลังการเจรจาและการตัดสินใจ
“กระชับวงล้อม” ของรัฐบาลให้เราฟังด้วยผมได้รับการติดต่อจากประธานวุฒิสภา เมื่อวันที่ 18 พ.ค. ท่านบอกว่ามี สว.กลุ่มหนึ่งอยากทำหน้าที่เป็นคนกลาง ผมก็บอกว่าประเด็นของการจะเจรจาสื่อสารพูดคุยคืออะไรช่วยบอกมาด้วย ขณะเดียวกันก็มี สว.อีกกลุ่มหนึ่งติดต่อมาว่าไม่เห็นด้วยกับท่านประธาน และ สว.อีกกลุ่มไปติดต่อเจรจาเพราะมองไม่เห็นทางสำเร็จ
“
ส่วนคุณกอร์ปศักดิ์ (สภาวสุ เลขาธิการนายกฯ) ก็เจรจากับคุณเลิศรัตน์ไปบางส่วนอีกทาง แต่ข้อมูลชัดว่าไม่มีทางจริงจังในการเจรจาจากฝั่งโน้น เพราะคนที่ตัดสินใจได้เขาตัดสินใจแล้วว่า อย่างไรเราก็ตกลงกันไม่ได้ แต่ให้เป็นยุทธวิธีของฝ่ายโน้นว่าให้ดึงเวลาด้วยการเจรจาไปเรื่อยๆ คุณกอร์ปศักดิ์ก็ว่าไป“
แต่จากการสื่อสารชัดว่าไม่มีความจริงจังในการเจรจา แกนนำผู้ชุมนุมจะใช้ยุทธวิธีดึงเวลาออกไปเรื่อยๆ“
ต่อมาท่านประธานวุฒิสภาติดต่อมาอีกครั้งหนึ่งว่าจะหยุดยิง ซึ่งผมก็บอกไปว่าฝ่ายผมไม่ได้เป็นฝ่ายรุก เขาเข้ามาเองเพื่อกดดันเจ้าหน้าที่ ผมยังแซวเล่นไปด้วยว่าทางโน้นยอมรับแล้วใช่ไหมว่าเป็นคนยิง“
ท่านว่าเขาจะหยุดยิงในเวลา 6 โมงเย็น ผมก็ถามว่าที่บอกว่าหยุดยิงนี่คืออะไร หมายถึงหยุดกิจกรรมทั้งหมดใช่ไหม ทั้งที่ดินแดง บ่อนไก่ คลองเตย ทั้งสามที่นั้นยังมีการยิงเจ้าหน้าที่อยู่เลย ไม่รู้หยุดยิงนี้หมายถึงอันนี้ด้วยหรือเปล่า ก็ว่าหยุดยิงแล้วจะเรียกคนเหล่านั้นกลับราชประสงค์ แล้วให้ทหารขยับถอยออกไป ผมก็บอกว่านั่นจะเป็นการแก้ไขปัญหาประเทศได้อย่างไร ขอให้ท่านประธานวุฒิสภาได้ช่วยประสานให้ชัดๆ ขอให้บอกว่าข้อเสนอจริงๆ คืออะไร“
จนกระทั่ง 6 โมงเย็นแล้วท่านประธานวุฒิสภาก็ไม่ได้ติดต่อมาเลย ส่วนการติดต่อระหว่าง พล.อ.เลิศรัตน์ กับแกนนำนั้นผมไม่ได้รับรู้เลย เพราะหลังจากเวลานั้นยังมีการยิงกดดันแนวทหารอยู่เลย ต่อมามีกลุ่มเอ็นจีโอติดต่อมายื่นข้อเสนอมาอย่างเป็นทางการมาด้วย หนักกว่าอีก แม้ว่าม็อบจะเคลื่อนไหวโดยอิสระอยู่ข้างนอก แต่ทางแกนนำจะประกาศบนเวทีให้คนเหล่านั้นหยุดยิงแล้วให้ทหารถอยออกไป“
สองกรณีนี้ผมว่าไม่ได้แก้ไขปัญหาของประเทศเลย“
ผมก็มองไม่ออกว่าวิธีนี้จะแก้ไขปัญหาให้ประเทศได้อย่างไร นอกจากจะยุติการชุมนุมแล้วค่อยมาเจรจากัน ไม่เช่นนั้นจะมีความสูญเสียชีวิตมากขึ้น”มีคำถามขัดคอว่า ถ้ามอบตัวแล้วแกนนำ นปช.จะเจรจาด้วยได้อย่างไร นายกฯ ตอบทันทีว่า ถ้าเขามอบตัวก็ต้องถูกควบคุมตัวด้วย พ.ร.ก.เหมือนอย่างที่เป็นอยู่ในขณะนี้ ก็สามารถเจรจากันได้ ไม่มีอะไรห้าม ไม่มีกฎหมายห้าม แต่เขาไม่ยอม
พอถามว่าถึงวันนี้จะเจรจาได้ไหม?
“
จะเจรจาอะไรอีก เพราะสถานการณ์ไม่ใช่อย่างนั้น มันเผากันแล้ว”อภิสิทธิ์ สรุปเหมือนจะบอกว่าไม่ได้หักหลังใคร
ส่วนสุเทพซึ่งแลดูสบายใจกว่าคราวที่พบกันหนก่อนตอนหลัง 10 เม.ย. ที่ทหารถูกโจมตีจนเสียชีวิตที่แยกคอกวัว บอกว่าเรื่องเจรจานั้น
“ผมไม่ทราบ เพราะผมเป็นฝ่ายปฏิบัติการ ถ้าท่านนายกฯ ว่าอย่างนี้ก็ชัดว่า เราไม่ได้หักหลังใคร เพราะการเจรจาไม่ได้ข้อยุติอะไร แต่มีแนวโน้มว่าผู้ชุมนุมยังไม่ยุติ”






